ฉิบหายใจ

คุณเคยรู้สึกใจหายหรือเปล่า?

กับสิ่งทีี่เรามองว่ามันเป็นเรื่องสวยงามราวกับถูกลิขิตขึ้นมา

แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่เคยมีอยู่จริงเลย

และถ้าเป็นเช่นนั้นคุณเคยมีอาการระบบหัวใจรวนไหมครับ?

ผมไม่ได้จะสื่อความหมายในทางกายภาพอะไรทำนองนั้นแต่ผมกำลังหมายถึงสภาวะภายในจิตใจอยู่ต่างหาก

ในเวลาที่ร่างกายปกติดี การข่มตาให้หลับลงในแต่ละคืนกลายเป็นเรื่องหนักหนาสำหรับผมไปเสียแล้ว

บทเพลงที่ผมชอบรีเพลย์ซ้ำๆจากการตั้งค่าให้เล่นวนแค่เพลงเดียวโดยผม

" กอด - Clash ในเวอร์ชั่น cover จากคุณ Beam Monthicha "

ทั้งดนตรี เสียงนักร้อง วิธีการร้อง และความหมาย ให้ความรู้สึกอบอุ่นในใจและความว่างเปล่าในเวลาเดียวกัน แต่โดยรวมแล้วก็เพราะดีนะครับ

เวลากลางคืนกับเสียงเพลงในยามที่หลับตาฟัง คือที่สุดของผมแล้ว

บทสนทนาใน Direct Message กับเพื่อนสนิทยังคงเกิดขึ้นเรื่อยๆตามกิจวัตร


21:01 

' กูไม่ไหวแล้วว่ะ กินยาไปแล้วง่วงมาก แต่ก็อยากรอ fantagio ปล่อยรูปวันนี้ของพี่ซองอูก่อน '

' ถ้าก่อน 4 ทุ่มแล้วกูเงียบไป มึงโควททวิตนั้นมาไว้ใน DM ให้กูด้วยนะ '

เป็นผมที่พ่ายแพ้ให้กับความอ่อนแอของร่างกาย

ลืมบอกไปว่า 

อง ซองอู เป็นศิลปินเกาหลีที่ผมชื่นชอบ ไม่สิ เป็นศิลปินที่ผมรัก และแน่นอนว่าความเป็นเขาคืออีกหนึ่งทางที่ช่วยเยียวยาสภาวะจิตใจที่ย่ำแย่ของผมได้ดีเลยทีเดียว ถ้าคุณมีศิลปินที่ชื่นชอบน่าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดีในระดับหนึ่ง

" อือ กูจัดการให้ ไปพักผ่อนได้แล้ว"

" หายไวๆนะมึง "

สิ้นสุดการตอบกลับประโยคสุดท้ายของเพื่อนที่ผมค่อนข้างสนิทและสบายใจที่สุด ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเขาเข้ามาในชีวิตผมประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่จิตใจของผมอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่ การให้กำลังใจ คำพูดของเขา และวิธีการปลอบโยนที่แนบเนียนผสมผสานกับการพูดคุยเป็นปกติอย่างลงตัว ทำให้ผมรู้สึกถึงความสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

ร่างกายที่อ่อนแอได้ที่เพราะพิษไข้ทำให้ผมลืมที่จะปิดเครือข่ายอินเตอร์เน็ตและเก็บมือถือในมือตัวเองให้เข้าที่เข้าทางก่อนที่ดวงตาที่แสนอ่อนล้าของผมจะค่อยๆปิดลงช้าๆจนสนิทและเข้าสู่ห้วงนิทราพร้อมกับเสียงเพลงไปในที่สุด

03:47

ผมรู้สึกตัวขึ้นมาเป็นเวลาเกือบตีสี่พร้อมกับความรู้สึกใจหายอีกเช่นเคย

เวลาล่วงเลยเข้าสัปดาห์ที่สองแล้ว ไม่ได้ทำให้การตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกใจหายและรู้สึกหวิวในใจหายไปสักนิดแต่ก็ยังดีที่มันค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ ไม่ได้หนักหน่วงหรือทรมานเหมือนสองสามวันแรกแล้ว

ผมข่มตาให้หลับลงไปอีกครั้งเนื่องจากไม่ใช่เวลาที่ควรตื่นขึ้นมาพร้อมกับประโยคเดิมๆที่คอยบอกตัวเองทุกเช้าว่า

"ต้องมีสักวันหนึ่ง ที่จะไม่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความคิดถึงและความรู้สึกที่ใจหายเช่นนี้อีก"

ครับ มันคือ "ความคิดถึง" ที่ผมพยายามข่มมันไว้ให้ลึกที่สุดภายใต้จิตใจเพื่อหวังให้สักวันมันจะหายไปอย่างถาวร


07:46

แสงแดดกระทบกับพื้นถนนสายหลักที่ผมคุ้นเคยดีในเวลาที่ค่อนข้างสาย

ในหัวผมตอนนี้เต็มไปด้วยคำว่า WTF

ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงเกิดจากการที่รถติดจนน่าหงุดหงิดและการเดินทางไปยังปลายทางได้ไม่ทันเวลา แต่เหตุผลนั้นไม่สามารถใช้ได้กับตอนนี้

กลับกันมันเป็นเวลาสายที่ถนนค่อนข้างโล่ง ชายวัยกลางคนถือของพะรุงพะรังในขณะที่ก้าวขาขึ้นรถประจำทาง นักเรียนที่ผมคาดเดาได้จากเครื่องแบบที่เธอสวมใส่ซึ่งน่าจะเป็นช่วงวัยมัธยมต้น ยกเครื่องมือสื่อสารที่เรียกว่าโทรศัพท์แนบหูพร้อมกับรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด ผู้คนมากหน้าหลายตากระตือรือร้นกับการเดินทางไปยังจุดหมายที่ใดสักที่

บ่อยครั้งที่ภาพซ้ำปรากฏขึ้นมาในหัวเมื่อผมเดินทางผ่านสถานที่ที่ผมเรียกมันว่า "สถานที่ต้องห้าม"

ความรู้สึกที่หลากหลายกำลังตีรวนขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

มันคือระบบหัวใจที่กำลังรวนอยู่ล่ะมั้ง

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ความรู้สึกเหล่านี้ถาโถมเข้ามาจนบางทีผมก็แทบจะรับมือไม่ไหว

ผมยอมรับว่าหงุดหงิดตัวเองไม่น้อยในเวลาที่จัดการความรู้สึกห่าเหวนี้ไม่ได้ ทำไมความรู้สึกที่หาทฤษฎีอะไรมารองรับไม่ได้สักทฤษฎีแบบนี้ มันถึงได้เหนือการควบคุมของคนอย่างผม

มันค่อยๆกลั่นกรองออกมาเป็น

" ความเสียสูญ "

ผมรู้ตัวเองดีกว่าใครว่าผมกำลังเสียสูญขนาดไหน
การใช้ชีวิตประจำวันให้เป็นปกติดูจะทุลักทุเลไปสักนิดสำหรับคนมีแผลที่อกข้างซ้าย

การประคับประคองความรู้สึกตัวเองให้คงที่มันก็พอทำได้บ้างแต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด บางจังหวะมันก็ยากเย็นเหลือเกิน

ไอที่ผมบอกว่ายาก

ไม่รู้ว่าอะไรที่มันยากบ้าง

ผมโคตรห่วยเรื่องการใช้คำพูดในการอธิบายความรู้สึกเพราะในใจมันหลากหลายเกินคำพูดไปมาก

ห้ามไม่ให้ระบบรวน ? ห้ามไม่ให้เสียสูญ ?

หรือ

ห้ามใจไม่ให้ "คิดถึง"

บ่อยครั้งที่หลายคนยื่นมือเข้ามาหวังจะฉุดกันขึ้นไป ผมรับรู้ ผมเข้าใจ แต่ผมก็ไม่เคยลังเลที่จะปฏิเสธน้ำใจพวกเขาเหล่านั้นเลย เช่นนั้นเพราะผมรู้ตัวเองดีว่ายังไงความรู้สึกของผมมันถึงจุดที่แหลกสลายเกินกว่าจะเยียวยาได้ด้วยคนอื่น ผมต้องลุกขึ้นยืนให้ได้ด้วยตัวเองเท่านั้น ผมรู้สึกว่าไม่ควรให้ใครกอดในตอนนี้ และที่สำคัญที่สุด ผมจะไม่มีวันดึงพวกเขาเข้ามาเสียใจเด็ดขาด

"พี่อยากดูแล"

"หนูอยากทำให้พี่มีความสุข"

"กูขออยู่ข้างๆมึงได้ไหม"

"ขอเป็นคนรักษาใจจะได้หรือเปล่า"

ประโยคเหล่านี้ปรากฏต่อสายตาผมอยู่บ่อยครั้ง ผมทำได้แค่อ่านเงียบๆและทำความเข้าใจ

ผมขอบคุณและขอโทษพวกเขาเหล่านั้นในเวลาเดียวกันอยู่เสมอ

ขอบคุณในความหวังดีที่พยายามหยิบยื่นมาให้กัน

ผมรู้สึกเป็นเกียรติแต่ต้องขอโทษที่ไม่สามารถรับความหวังดีนั้นไว้ได้ในตอนนี้ 

มันไม่ใช่ตอนนี้

ไม่ใช่ตอนที่ใจผมแหลกสลายแบบนี้

ผมไม่สามารถกำหนดได้เลยว่าการเสียสูญและพังจนย่อยยับที่เกิดขึ้นกับหัวใจในครั้งนี้จะสิ้นสุดลงไปตอนไหน

การเปิดรับใครสักคนเข้ามาในโลกของผมจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้อีกมากน้อยแค่ไหน

หรืออาจจะ "ไม่มีเลย"

ผมไม่สามารถคาดเดาทิศทางในอนาคตได้แม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว

หรืออาจจะเป็นเพราะตัวผมไม่ปราถนาให้เกิดความรู้สึกแบบนี้กับตัวเองอีกแล้ว 

ความรู้สึกที่ผมเคยมองว่ามันสวยงาม
ความรู้สึกที่มีคนๆหนึ่งในโลกทั้งใบของผม 
ความรู้สึกรัก หวงแหน และ คิดถึง

มัน.... อ่า ไม่ชอบเลย

เพราะเมื่อไหร่ที่มันรู้สึกว่าคิดถึง
เมื่อนั้นแหละคือความฉิบหายใจตัวเอง


ความรู้สึกฉิบหายใจแบบนี้มันชัดเจนในใจผมดีก็ในตอนที่ผม...

"คิดถึงเธอฉิบหายเลย"
Ypoisonous
SHARE
Written in this book
ฉิบหายใจ
Writer
ypoisonous
Writer
กฎข้อที่ 1 : อย่าหลงรักนักเขียน [ IG : ypxisonous , TW : @ypxisxnous ]

Comments