ทะเล
อยากไปนั่งโง่ๆที่ริมทะเลนี่คงเป็นประโยคที่หลายๆคนพบเจอบ่อยในโลกโซเชียล
และอีกหลายๆคนคงเคยแชร์จากเพจเฟสบุ๊คต่างๆ

แน่นอนผมเองก็เห็นด้วยกับประโยคนี้
บางครั้งบางทีในชีวิตของคนเรา
ก็เจอแต่เรื่องแย่ๆ วกไปวนมาไม่หยุดไม่หย่อน
หนักๆหน่อยก็แทบจะไม่ทันหายใจหายคอกันเลย

เคยได้ยินประโยคนี้กันไหม
ลมสงบก่อนพายุจะพัดผ่านนี่คือประโยคที่พี่สาวเคยพูดกับผม
และก็เป็นประโยคที่เตือนสติเตือนใจผมอยู่หลายครั้งว่า
เมื่อไหร่ที่เรามีความสุขก็เตรียมตัวรับเมื่อกับความทุกข์ไว้บ้าง
เหมือนกับตอนที่ลมกำลังสงบ อยู่ดีๆพายุก็อาจจะถาโถมมาโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัวเลยก็ได้
ผมเองก็เจอบ่อย ตอนที่กำลังมีความสุข 
อยู่ดีๆก็ปัญหาข้ามา เล่นเอาซะเหมือนโดนต่อย
ต่อยแบบหนักๆอะ ชนิดที่ว่าน็อคคาเวที หึหึ ..ปรับตัวไม่ทัน
แต่ที่น่าเจ็บปวดคือ เมื่อเราผ่านความทุกข์นั้นมาได้
แล้วพอมองย้อนดูความสุขที่พึ่งผ่านมา มันก็ทำให้เราเศร้ายังไงก็ไม่รู้

ดูเหมือนว่าชีวิตของคนเราจะอยู่กับความทุกข์ซะมากกว่าความสุข
ในตอนเด็กๆผมก็เคยคิดนะครับว่า
ถ้าชีวิตของคนเรานั้น ไม่มีปัญหาเลย ผู้คนต่างเป็นคนดี
ไม่มีคนคิดทำชั่ว แล้วโลกนี้จะเป็นยังไง?
แน่นอนว่าโลกของเรานั้นน่าจะสงบมากๆ 
แต่อะไรที่มีอยู่ด้านเดียวมันก็ดูเหมือนจะไม่มีความสมดุล
ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ คงไม่มีตำรวจ ทหาร ทนาย
นักกฎหมาย หมอ พยาบาล และอาชีพที่สำคัญ
คงจะไม่มีอีกต่อไป เราคงจะเห็นโลกทั้งใบเป็นภาพสีขาวที่บริสุทธิ์

แต่ก็ตามที่ผมบอกไป ว่านั้นคือความคิดตอนเด็กๆ
พอโตขึ้นมาสักนิดแล้วความคิดนี้หวนกลับมาอีกครั้ง
มันก็น่าสนใจดีนะ แต่ชีวิตคงจะจืดชืด ไร้สีสัน
คงมีแต่สีขาว ไม่มี สีแดง สีน้ำเงิน หรือสีอื่นๆ
แต่ในเมื่อโลกเขาเรามีทั้งกลางวันและกลางคืน
มีความไม่เท่าเทียมกัน มีความอยาก
ความโกรธ ความเกลียด ความเคียดแค้น
สิ่งเหล่านี้คือ ด้านมืดของความคิดในวัยเด็กตอนนั้นของผม
และผมก็พบว่า มันคือ โลกแห่งความจริง

อีกประโยคหนึ่งที่ฝังหัวของผม
จากอนิเมะเรื่อง ATTACK ON TITAN หรือชื่อไทย ผ่าพิภพไททัน
ในฉากๆหนึ่งของซีซั่นแรก ตัวละครสุดเก่งในเรื่องที่มีชื่อว่า
"มิคาซะ" เธอได้กล่าวประโยคหนึ่งว่า
โลกใบนี้มันช่างโหดร้ายในตอนที่เธอได้กล่าวประโยคนี้ ในอะนิเมะก็ได้มีฉากต่างๆที่มีการ "ฆ่า" กัน
โดยมีฉากที่พ่อของของเธอฆ่าสัตว์เพื่อมาทำอาหาร
ฉากที่ตั๊กแตนกำลังกินผีเสื้อ ซึ้งตอนนั้นเธอก็ลังเลว่าจะช่วยผีเสื้อดีหรือไม่
แต่สุดท้ายเธอก็ทำเป็นไม่สนใจไปซะงั้น

และในฉากต่อมาเธอก็ได้เห็นพ่อกับแม่ของเธอถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา
รวมถึงฉากที่ เอเรน พระเอกของเรื่อง ที่เข้ามาช่วยที่มิคาซะที่ถูกจับตัวไป
โดยการฆ่ากลุ่มคนพวกนั้นเสีย แต่ก็พลาดท่า เอเลนถูกหนึ่งในคนที่ลักพาตัว
มิคาซะ จับตัวได้ และได้ตะโกนขอร้องให้มิคาซะฆ่าคนๆนั้นเพื่อช่วยเอเรน
ฉากเหล่านี้สะเทือนใจผมมาก
และอยากบอกว่าผมเป็นพวกเกลียดหนังผีและหนังสยองขวัญเข้ากระดูกดำ

แต่ดันไปดูอะนิเมะเรื่องนี้ ซึ่งตอนแรกสะเทือนใจผมมาก
คือแม่ของพระเอกถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา ซึ่งมันเป็นอะไรที่...
ทำเอาผมแทบนอนไม่หลับ และต้องไปไล่ดูตอนอื่นๆ จนสุดท้าย
กลายเป็นว่าผมติดอะนิเมะเรื่องนี้ไปเลย

แต่ข้อคิดที่ผมได้จากเรื่องนี้ คือการมองดูความสุขที่แท้จริงตัวเอง
ในเรื่องมีตัวละครสำคัญอีกตัวละครหนึ่ง ชื่อ "อามิน"
เขาคนนี้มีความฝันที่อยากจะออกไปนอกกำแพง
เพื่อที่จะไปพบกับ ทะเล และสถานที่อื่นที่อยู่นอกกำแพง
ที่สุดแสนจะอันตราย ออกไปก็เท่ากับตาย
แต่อยู่ไปก็ไม่ต่างกับพวกสัตว์ที่ถูกขังอยู่ในกรง (อินเกิ๊นคนเขียน)

แต่มันก็ไม่ง่ายหรอก...
ยิ่งโตขึ้นผมรู้สึกว่า ความยากในการใช้ชีวิตก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
การค้นหาความสุขก็ยาก การที่จะตกไปอยู่กับความทุกข์
มันง่ายมาก เหมือนอยากจะพักยึดสันหลังสักนิด
ก็มาอีกละ ปัญหา พอเราผ่านพ้นปัญหาๆหนึ่ง
มันก็ทำให้เราโตขึ้นนะ 

โลกของเรามีทั้งกลางวันและกลางคืน

การที่เราพบเจอกับปัญหา ไม่ใชว่ามันจะแย่ไปซะทีเดียว
อย่างที่ผมบอก โลกเรามีทั้งกลางวันละกลางคืน
เพราะฉะนั้น การมีปัญหาๆหนึ่งเกิดขึ้น
นั่นคือเกมของคุณแล้ว
มันคือเกมชีวิต ที่คุณต้องผ่านมันไปให้ได้
ถ้าคุณสังเกต คุณอาจจะเคยร้องไห้
ชนิดที่ว่า ร้องจนน้ำตาหมด ตื่นมาเสียงหาย ตาบวม
แต่ดูวันนี้สิ คุณที่ผ่านปัญหานั้นมาแล้ว
เคยตั้งคำถามกับตัวเองแบบนี้ไหม ว่า...
ในตอนนั้นปัญหาแค่นั้นเราร้องให้ถึงขั้นนั้นเลยหรอ?
ผมเคยเป็นนะ จำได้ว่าเคยมีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่ง
ที่ทำเอาผมร้องไห้จนหมดแรงไปเลย
แต่พอผ่านปัญหาน้ันมา สามเดือนต่อมา
ผมลองมองไปยังปัญหานั้นในตอนนั้น
ผมถึงกับหัวเราะก๊ากใส่ตัวเองเลย
แล้วตั้งคำถามกับตัวเองว่า
นี่...เคยร้องไห้จะเป็นจะตายกับเรื่องเล็กๆแค่นั้นอะนะ

โลกใบนี้กำลังสอนให้เราเติบโตขึ้นคือ ... การที่บอกว่าโลกใบนี้ช่างไร้ความยุติธรรม
โลกใบนี้มันทำร้ายเราจัง..
แต่อีกความรู้สึกหนึ่ง ผมคิดว่า
โลกกำลังสอนเราอยู่นะ สอนให้เราเข้มแข็ง
สอนให้เรารู้จักกับความมืด 
มันก็ยังจะดีกว่า ที่เราจะไม่รู้จักอะไรเลย
แต่ว่าโลกก็สอนโหดไปเนาะ
ให้มาแค่โจทย์ แต่ไม่ให้ตัวเลือกเลย
เราต้องมาดิ้นรนหาตัวเลือก
แล้วต้องมาเลือกตัวเลือกที่เราหามาอีก
โอ้ยยย ตาย

แต่ก็นะ พ่อผมเคยปลอบผมตอบผมเจออะไรแย่ๆ
ถ้าคิดให้มันสนุก มันก็จะสนุกพ่อผมบอกให้ผมใช้ชีวิตด้วยการสนุกไปกับมัน
สนุกไปกับเกมชีวิต แต่มันก็ยากอยู่นะพ่อ
คือทุกอย่างในตอนนั้นบางทีมันก็ขำไม่ออกจริงๆ
แต่กับปัญหาบางอย่างที่ดูเหมือนจะไม่มีทางออก
พอคิดว่าตอนนี้ที่เราเจออยู่เนี่ย จะทำยังไงให้มันสนุก
อยู่ๆก็มีความคิดบางอย่างแว๊บเข้ามาในหัว
แล้วก็ผ่านปัญหานั้นได้เฉย งงนะพ่อ
ผมก็เชื่อพ่อนะ พ่อชอบบอกเสมอว่า
อย่าไปอ่อนแอ ทำตัวให้เข้มแข็งเราก็จะเข้มแข็ง
ทำตัวให้อ่อนแอเราก็จะอ่อนแอ 
เออก็จริง บางทีเราก็ท้อจนไม่อยากจะสู้
เราเลยทำตัวอ่อนแอ และแน่นอน เราแพ้
กลับกันถ้าเราท้อ แต่ก็ยังสู้
และทำตัวเข้มแข็ง แน่นอนว่า เรามีโอกาสชนะ
สู้ไปเรื่อยๆนี่แหละคือการสร้างโอกาส
ท้อได้แต่ห้ามถอย
ถอยได้นะ แต่ต้องก้าวให้มากกว่าถอย
การที่เรามีโอกาสสัก หนึ่งเปอร์เซ็น มันก็ยังดีกว่า
มีโอกาสเป็นศูนย์ ก็เหมือนกับซื้อหวยนั้นแหละ
รู้ว่าโอกาสมันน้อยก็ยังจะลองเสี่ยง

ถ้าเราเอาความพยายามมาเสี่ยงแบบหวยได้ก็คงจะดีนะ

สุดท้ายนี้ผมว่าจิตใจนี่แหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
แม้ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม
ถ้าหากจิตใจเราแย่ หลายๆอย่างเราก็ทำได้ไม่ดีนะ
จิตใจก็มีผล เพราะมันอยู่ภายใน
แถมอ่อนแอด้วย เพราะว่าการฟื้นฟูมันยาก
อะไรที่พัง คือพังแทบจะซ่อมไม่ได้นอกจากจะสร้างใหม่
นี่แหละคือจิตใจ 
การสร้างใหม่ก็ยังดีกว่าการซ่อมแซม
เพราะการสร้างใหม่ย่อมแข็งแรงกว่าการซ่อมแซมแน่นอน

เหมือนกับรถคันหนึ่ง ใช้ไปนานๆก็เริ่มพัง
ต้องซ่อม ปรับปรุง ปรับเปลี่ยน
สุดท้ายมันก็จะมาถึงจุดที่ซ่อมไม่ไหวแล้ว
แน่นอนว่าซื้อใหม่มันดีกว่าอยู่แล้ว 
เพราะเราก็ไม่จำไปเป็นต้องไปเสียค่าซ่อม
เผลอๆซ่อมต่อไปเรื่อยๆ ค่าที่ซ่อมก็อาจจะเท่ากับซื้อคันใหม่

การสละอะไรบางอย่างไป มันจะทำให้มีอะไรบางอย่างมาแทนที
ถึงอาจจะทำให้เรารู้สึก ไม่คุ้น ไม่ชิน
แต่การรับสิ่งใหม่ๆก็เป็นอะไรที่ดีกับเราอยู่แล้ว

คนเรามักจะเริ่มอะไรใหม่ๆในตอนเช้า
หรือที่เรียกว่า ยังมีพรุ่งนี้ให้เริ่มใหม่
ผมก็คิดนะครับว่า การขยันควรคู่กับการพักผ่อนที่เพียงพอ
เมื่อเราได้ผ่านพ้นกับปัญหา ผ่านพ้นพายุลูกใหญ่มา
เราก็ควรจะพักผ่อน ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่เป็นจิตใจด้วย

พาตัวเองไปในที่ๆทำให้จิตใจของเราได้พักผ่อน
อาจจะเป็น ป่า เขา ทะเล
ทะเลก็เป็นส่วนหนึ่งนะ
น้ำทะเลสีฟ้า หาดทรายสีขาว
ลมอุ่นๆจากทะเล กลิ่นอายของทะเล
ช่างเป็นอะไรที่สัมผัสแล้ว รู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก

การมานั่งโง่ๆที่ริมทะเล
หรือการมานั่งซึมซับบรรยากาศของทะเล
เพื่อเติมพลังให้กับจิตใจในการรับมือกับปัญหาต่อไป
มันก็คือรางวัลนะ ยิ่งไปกับเพื่อนสนิท
อาจจะได้ลงเล่นน้ำ หัวเราะเฮฮา
จิบเบียร์ริมทะเลก็ดี
เล่นกีต้าร์ร้องเพลงก็ดี
เพราะความสุขมันมาจากจิตใจที่สงบของเรา

ใช้ชีวิตชองคุณให้คุ้มค่า อย่าลืมดูแลจิตใจด้วยนะ
รักตัวเองให้มาก ความรักจากตัวเองจะส่งไปยังคนรอบข้าง
ส่งไปยังคนรัก และเราก็จะมอบความรักให้กับคนๆนั้น
เหมือนกับที่เรามอบความรักให้กับเรา







SHARE
Writer
Darkk_2409
student
มุมมองมุมหนึ่ง ของวัยรุ่นคนหนึ่ง ที่มองโลกใบนี้

Comments