...อย่าเสียใจไปเลย เพราะเธอยังมีขนมปังก้อนนั้นอยู่ในมือ...

....เอ่อ วันนี้รู้สึกแย่ชะมัดเลยแต่ไม่ได้พาเจ้าวัวกลับมาด้วยแฮะ...เอ๊ะ แต่ไม่เป็นไรเพราะโชคดีที่เรายังมีขนมปังก้อนนั้นอยู่ในมือแฮะ....

เรามีความเชื่อส่วนตัวว่าประชากร 99.99% บนโลกใบนี้ ต้องการที่จะมีความสุขมากที่สุดใน 'วันที่คิดว่าสำคัญ' ของตนเอง โดยไม่มีหลักฐานทางด้านสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือจิตวิทยาใด ๆ มาอ้างอิงความเชื่อนี้ทั้งนั้น

เพราะเราอนุมานจากตนเองที่ต้องการเป็นคนที่มีความสุข โดยความสุขนั้นก็คงเป็นผลมาจากที่เราได้รับ 'สิ่งที่คิดว่าดี' และ 'พิเศษ' ในวันสำคัญนั้นนั่นแหละนะ

เรื่องของเรื่องมันเกิดจากว่า... วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดปีที่.... ของเราเอง 

แม่ของเราเดินมาถามตั้งแต่เช้าตรู่ว่าต้องการ 'เค้กวันเกิดหรือไม่?' เรารีบปฏิเสธไปทันทีเพราะมีประสบการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับเค้กวันเกิดเท่าไรนัก (ทั้งที่ตอนเป็นเด็กเคยอยากได้มากแท้ ๆ)

ทำไมเค้กวันเกิดถึงเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีน่ะเหรอ? 

ก็เพราะว่าปีไหนที่มีเค้กวันเกิด ปีนั้นจะต้องมีเรื่องอยู่ร่ำไปน่ะสิ ยกเว้นเค้กวันเกิดก้อนแรกในชีวิตที่เป็นรูปนางเงือกเอเรียลในคลื่นทะเลสีฟ้าที่น้าชายอุตส่าห์ขับรถมอเตอร์ไซด์ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ไปซื้อมาเซอไพรซ์วันเกิดสมัยอยู่ ป.4 แม้สภาพเค้กจะละลายเพราะอากาศร้อนภายนอก แม้สมัยนั้นจะไม่ได้ร้อนมาก แต่ด้วยระยะทางที่ไกลมาก ๆ ทำให้มันละลาย เราดีใจจนร้องไห้เพราะเป็นเค้กวันเกิดก้อนแรกในชีวิต แม้เราจะนั่งเป่าเทียนอันเล็ก ๆ กันอยู่แค่ 2 คนก็เถอะ 

ก้อนที่สองที่ทำให้เรารู้สึกตื้นตันใจปนความตกใจได้อีกครั้ง ก็คงเป็นก้อนที่เพื่อนกลุ่มสมัยเรียนมหาวิทยาลัยมาเซอไพรซ์ถึงในห้องนอนของเราในหอพักนักศึกษานั่นแหละ

นอกนั้นล่ะก็.... เป็นได้เรื่องตลอด (จริง ๆ ก็มีแค่ 3 ครั้ง ที่เค้กวันเกิดเจ้ากรรมยังไม่ทันได้ถูกปักเทียนลงบนตัวก็มลายหายไปเพราะเหตุการณ์บางอย่าง) 

เอาเป็นว่า นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เราไม่อยากได้เค้กวันเกิดในปีนี้ 55555

เหตุผลหลัก ๆ อีกข้อก็คือ การที่เราได้มีครอบครัวที่เรารักอยู่ด้วยกันในวันสำคัญแบบนี้ มันก็สามารถทำให้เรามีความสุขได้สุด ๆ อยู่แล้ว 

ยกเว้นเพียงแต่ว่า คนที่เรารักกลับทำในสิ่งที่เรารู้สึกไม่ชอบใจเอามาก ๆ ในปีนี้ เอาจริง ๆ นะ เหตุการณ์ที่กลายมาเป็นประสบการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับเค้กวันเกิดก็มาจากสาเหตุนี้เป็นสำคัญเลย

'เขาดื่มในสิ่งที่เราไม่ชอบ และรู้สึกเซ็งชะมัดที่มันเป็นแบบนี้'

ไม่รู้ว่ามันเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนไหน และยาวนานมาเท่าไหร่แล้วที่เขาขาดสิ่งนี้ไม่ได้ เพราะเราไม่อยากที่จะจำ 

บวกกับเราเองที่พยายามทำความเข้าใจมานับหลายร้อยหลายพันครั้งว่า ทำไมเขาจะต้องใช้มัน ทั้งที่เมื่อก่อนเราเองก็มีความสุขกันดีมากแท้ ๆ แม้จะไม่ค่อยอยู่ด้วยกัน 

'เรื่องเครียดเต็มไปหมด สภาวะแบบนี้ถ้าไม่ใช้ก็อยู่ไม่ได้หรอกนะ...'

อ่า... ได้ยินมาจนเบื่อแล้ว เหตุผลเดิม ๆ ที่เลือกแก้ปัญหาด้วยปลายเหตุ เซ็งชะมัด 

ตัวเราเองก็มีเรื่องเครียดเหมือนกันแท้ ๆ ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ และโลกปัจจุบันที่เป็นอยู่เนี่ย ทำให้เราอยากจะหลับ ๆ แบบเจ้าหญิงนิทรา และตื่นขึ้นมา เจอ Wonderful Land แทบแย่

แต่เราเองก็ไม่เห็นต้องใช้มันแก้ปัญหาเลยนี่นา!!

ถ้าบอกว่าจิตใจคนเรามีความอ่อนแอภายในไม่เท่ากัน เราว่าเราเองก็อ่อนแอไม่แพ้ใครเลยนะ เพราะต้องพึ่งวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ในการเยียวยาจิตใจเลยนะ แต่เราก็พยายามเข้มแข็งขึ้นด้วยตัวเองแล้วนี่ไง! 

วิธีมากมาย สวดมนต์ นั่งสมาธิ ดำน้ำ ดูปะการัง เล่นโยคะ เต้นบัลเล่ต์ เล่นยูโด ดูทีวี ฟรี wifi เล่นเกมได้ไม่จำกัดก็มีถมไป 

ทำไมจะต้องเป็นวิธีการนี้อยู่เรื่อยสิน่า!!

สิ่งที่มันทำให้เรื่องนี้ดูแย่ คือเรารู้สึกหดหู่ชะมัดที่ต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ การที่เห็นคนที่เรารักทนทุกข์นั่งเศร้า ปล่อยตัวเองให้จมไปกับอดีตอย่างช้า ๆ และเนิ่นนาน พร้อมกลับปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาไม่หยุด มันเป็นที่สุดของที่สุดของความเศร้าเลยนะ ให้ตายเถอะ!!

เรากินข้าวไม่ลง เพราะรสชาติมันคงไม่อร่อยเหมือนที่คุณทำให้เราทานในเวลาปกติ อาหารเลิศรสของคุณมันดูขมขื่นขึ้นมาทันทีที่คุณนั้นเศร้า 

พลันความคิดแบบเด็ก ๆ ที่หายไปนานมากแล้ว ก็ก่อตัวขึ้นในสมองอีกครั้ง นี่มันวันเกิดเรานะ ทำไมต้องทำให้บรรยากาศมันเป็นแบบนี้ด้วย หรือคุณไม่อยากให้เราเกิดมากันนะ ทำไมเราจะต้องมาเห็นคุณนั่งทุกข์ในวันที่คุณควรที่จะมีความสุขที่มีเราสิ ทำไมวันนี้มันโชคร้ายแบบนี้นะ

คิดไปนั่นน่ะ ความคิดเด็ก ๆ ในสมัยที่เราเรียนมัธยมมันกลับมาอีกครั้ง 

พอนั่งจมกับมันอยู่สักครู่ เริ่มรู้สึกไม่พอใจกับตัวเองก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาว่า

นี่เราคิดอะไรของเราอยู่วะ จริง ๆ แล้วเราโคตรโชคดีเลยต่างหากที่เราได้เกิดมาในวันนี้ และยังมีคนสำคัญของเราอยู่ข้าง ๆ นี่เราซีเรียสมากเกินไปไหม มันเป็นเรื่องเด็ก ๆ มาก เราควรจะแก้ปัญหาให้ได้สิ

คราวนี้ กลายเป็นว่าเรากลับเศร้า เรื่องที่เราจนปัญญาในการแก้ปัญหาให้กับคนที่เรารัก เราพยายามที่จะทำทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะชวนไปปฏิบัติธรรมเพื่อให้คุณปล่อยวาง ชวนไปพบจิตแพทย์เพื่อรักษาแผลในใจของคุณจากผู้ชายคนนั้น เรื่องที่คุณถูกหักหลังและคดโกงจากคนที่เรียกว่าเพื่อนจนคุณไม่เหลืออะไร เรื่องที่คุณหยุดใช้สิ่งนั้นแก้ปัญหาไม่ได้ เราพยายามที่จะพาคุณไป

แต่คุณช่างดื้อดึงมาก ๆ และไม่เคยที่จะฟังอะไรเลย ผลตรวจสุขภาพของคุณก็ไม่ดีนัก เรารักคุณ อยากให้คุณอยู่กับเราไปนาน ๆ แต่เราแก้ปัญหาอะไรไม่ได้สักอย่าง คุณไม่ฟังเหตุผล เหตุผลใช้กับคุณไม่ได้ คุณไม่ใจอ่อนกับความรักที่เรามีให้ และเราเองก็บังคับอะไรคุณไม่ได้เลย มันเศร้ามากนะ

ถ้าปกติเราคงนั่งร้องไห้กับตุ๊กตาวัวที่คุณซื้อให้เรา ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักของคุณ และความเศร้าของเรา แต่ในวันนี้เราไม่ได้นำเจ้าวัวกลับมาด้วย 

เราอยากร้องไห้ แต่เราร้องไม่ออกเพราะไม่มีอะไรมาซับน้ำตา เราไม่อยากมองว่าตัวเองเป็นคนโชคร้ายเพราะเราโชคดีที่มีคุณ 

โลกนี้มันโหดร้ายชะมัดเลย

แต่มันทำให้รู้ว่าเรารักคุณมากแค่ไหน ตอนนี้ในหัวของเราพยายามเค้น เค้นทุกอย่างที่จะนึกได้เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ จะมีทางไหนที่ทำให้ชีวิตครอบครัวของเรากลับไปมีความสุขได้อีกครั้ง 

จะมีทางไหนไหมที่เราจะสามารถยิ้มและกอดกันได้ในทุกวันแม้จะเจอเรื่องที่มันไม่น่าพิศมัย เราคิดอะไรไม่ออก 

ปากของเราไม่หิว แต่ท้องของเราเริ่มปวด เจ้าโรคกระเพาะมาไม่เคยที่จะรู้เวลาเลยให้ตายเถอะ 

เราเหลือบมองไปเห็นขนมปังที่วางไว้บนโต๊ะอ่านหนังสือสมัย ม.ปลาย ที่เคยนั่งอ่านหนังสืออย่างบ้าคลั่งเพื่อที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย 

เรารู้สึกเศร้า แต่เราคิดอะไรไม่ออก เราแก้ปัญหาไม่ได้ เราหยิบมันขึ้นมามอง แล้วเราก็ร้องไห้เหมือนคนบ้า 

ให้ตายเถอะ เรานั่งร้องไห้กับขนมปังเซเว่น ร้องไม่หยุด และเราก็ได้ยินเสียงไอของแม่มาจากนอกห้องนอน 

เราหยุดร้องไห้ แต่ในหัวก็ว่างเปล่าเช่นเดียวกัน อาจเป็นเพราะม่านหมอกของน้ำตาในหัวใจ

เราหยุดนิ่ง นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น เรามองขนมปังในมือ 

ขนมปังที่เราถืออยู่ ไม่ใช่ขนมปังที่วิเศษที่สุด แต่เป็นขนมปังที่มีค่าที่สุดที่สามารถหล่อเลี้ยงชีวิตของเราในวันที่เราขาดอาหารไม่ใช่หรือ 

ถ้าเปรียบแม่ของเราเป็นขนมปัง แม้จะไม่ใช่ขนมปังที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับใคร แต่เป็นขนมปังที่มีค่ามากที่สุด ที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตและหัวใจของเราให้เติบโตมาจนถึงวันนี้ไม่ใช่หรือ 

ถ้าเราเองมัวแต่เศร้า แล้วเมื่อไรกันนะที่เราจะสามารถเข้าใจและแก้ปัญหาเรื่องทุกอย่างนี้ได้อย่างแท้จริง เมื่อไรกันนะที่ขนมปังก้อนนี้ของเราจะมีความสุขจากก้นลึกของจิตใจที่มีเงามืดซึ่งแสงสว่างจากปากบ่อส่องลงมาไม่ถึง

ประชากรอีกจำนวนมากในโลกใบนี้ รู้สึกทุกข์ทนและทรมานอย่างสุดซึ้งในขณะที่รู้สึกหิวโหยแต่ไม่มีแม้แต่ขนมปังก้อนนี้ที่อาจขึ้นราหากเราโยนมันทิ้งไปเพราะมองว่ามันไม่ได้วิเศษที่สุดอยู่ในมือ และจบชีวิตลงไปเพราะขาดแคลนอาหาร 

หากเปรียบกับคนที่เรารักมากที่สุดเป็นขนมปังชิ้นนี้อย่างที่กล่าวไปในตอนแรก ในขณะที่เรายังมีขนมปังชิ้นนี้อยู่ในมือ แต่ใครหลาย ๆ คนกลับไม่มีมันแล้ว ไม่สามารถสัมผัสถึงเนื้อพองฟูของขนมปังชิ้นนี้ได้ด้วยมือทั้งคู่ 

เรารู้ เรารู้ขึ้นมาในทันที ว่าในขณะที่เรากำลังร้องไห้และเศร้าสร้อยอยู่นี้ เรากำลังปล่อยให้เวลามันผ่านพ้นไปอย่างสูญค่า 

สิ่งที่เราคิดว่าเราทำมาแล้วทั้งหมด จริง ๆ แล้วเรายังไม่เคยได้ลองทำมันให้ถึงที่สุดเลยสักครั้ง

เสียงไอของแม่ดังขึ้นมาอีกครั้งจากห้องนั่งเล่น และกระเพาะของเราก็บีบรัดรุนแรงขึ้นอีกครั้งจนน้ำตาแทบร่วง

เราแกะพลาสติกที่ห่อหุ้มเนื้อนุ่มฟูของขนมปังออก และกัดกินมันเข้าไป 

ขนมปังที่ถูกย่อยด้วยเอนไซม์อะไมเลสไม่ได้ให้รสหวานเหมือนปกติ มันค่อนข้างขม อาจเพราะน้ำตาที่ร่วงไม่หยุดในขณะที่กลืนมันลงไป 

เราร้องไห้ เราร้องไห้ด้วยความเศร้ามาก ๆ เพราะเราไม่สามารถดูแลคนที่เรารักให้มีความสุขและโยนเรื่องราวที่เป็นเงามืดจากอดีตในจิตใจของเขาออกไปได้ เราร้องไห้เพราะก่อนหน้านี้จนถึงตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้ 

เราร้องไห้เพราะเราไม่สามารถทำให้ขนมปังที่หล่อเลี้ยงชีวิตของเรา เป็นขนมปังที่เปล่งประกายและเลิศรสดังเช่นวันเวลาที่เคยล่วงมาได้

แต่เราไม่ได้ร้องไห้เพราะความเสียใจ 

เพราะเรายังมีขนมปังชิ้นนั้นอยู่ในมือ

เรายังสามารถทำอะไรอีกหลาย ๆ อย่างได้ต่อจากนี้ไปจนถึงภายภาคหน้า

ขนมปังคำสุดท้ายถูกกลืนลงไปในกระเพาะ เจ้ากระเพาะอาหารบีบตัวอีกครั้งเพราะอาหารที่กลืนลงไป ก่อให้เกิดความเจ็บปวดในร่างกายนี้

แต่มันไม่ได้เจ็บปวดไปถึงหัวใจ เพราะมันยังไม่สายเกินไป เราปาดน้ำตา และกลืนก้อนขมก้อนสุดท้ายลงในลำคอ 

เราลุกจากเก้าอี้ที่เคยนั่งมาเป็นสิบสิบปี เปิดประตูออกไป

ท่ามกลางห้องที่มืดมิด มีเงาของผู้หญิงคนหนึ่งนั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่หน้าโทรทัศน์ที่ไม่ได้ถูกเปิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว พร้อมกับมีแก้วของสิ่งนั้นวางอยู่บนโต๊ะ

จากวันนี้ไป เราต้องทำทุกอย่าง เราจะต้องเป็นเตาอบที่ใส่ใจและให้ความรักกับวัตถุดิบที่ถูกนำมาอบให้เต็มที่

เราต้องอบขนมปังของเราให้เปล่งประกายไปด้วยความสุขอีกครั้ง 

....เตาอบที่ไร้ราคาอันนี้ เดินเข้าไปโอบกอดและซับน้ำใส ๆ ที่ไหลจากขนมปัง....

พร้อมกับคิดในใจว่า

....อย่าเสียใจไปเลยนะขนมปัง เพราะคุณยังมีเตาอบเครื่องนี้อยู่ในมือ....

ด้วยรัก 




SHARE
Writer
Heineko
NPC
นักพเนจรจากต่างโลก 🌐🗺 คุณแมวเท้านุ่ม

Comments