การจัดการการเงินกับพี่บิ๊ก (สรุป)
ก่อนจะเรียนจบปริญญาตรีมา อ.ในภาคได้เปิดอบรมเรื่อง การจัดการการเงิน วันนี้ได้ฤกษ์ เอาข้อมูลในกระดาษลงเว็บซะที


คำถาม: หากเราต้องใช้เงินในเวลานั้น แล้วเรามีไหม? 
★ การวางแผนการเงิน (เพื่อ) การมีเงินพร้อมที่จะใช้ในเวลาที่จำเป็น 

ทำไมต้องวางแผนการเงิน?
1) คนอายุยืนขึ้น: สาเหตุที่คนมีอายุยืนขึ้นคือ เทคโนโลยี และการดูแลตัวเอง (ดูแลการกิน)
ค่าเฉลี่ยอายุของแต่ละเพศ ผู้หญิง 80 ปี | ผู้ชาย 78 ปี
2) โครงสร้างสังคมเปลี่ยนไป: คนปัจจุบันมีลูกน้อยลง → ไม่สามารถเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ (ลูกคนเดียวมีความสามารถในการดูแลพ่อแม่น้อยกว่าลูก 5 คน อธิบายเพิ่มเติม: ในอดีตคนมีลูกจำนวน 5 คน จึงสามารถช่วยกันดูแลพ่อแม่ได้ แต่พอเหลือคนเดียว ตัวเองก็ต้องรับผิดชอบ พ่อแม่ก็ต้องรับผิดชอบ มีภาระ) หนุ่มสาวปัจจุบันมีแนวโน้มแต่งงานช้าและมีลูกน้อย
3) ค่าครองชีพสูงขึ้น
4) สวัสดิการไม่เพียงพอ
5) ผลิตภัณฑ์ทางการเงินมีความซับซ้อนขึ้น: บัญชีธนาคาร, สลากออมสิน, สลากธกส. ฯลฯ
6) เกษียณอายุได้เร็วขึ้น
7) รองรับความเสี่ยงของชีวิต: การบริหารความเสี่ยง โยนเงินก้อนเล็กเพื่อป้องกันเงินก้อนใหญ่

3 กระบวนการวางแผนการเงิน
1) เป้าหมายการเงิน
2) รวบรวม - รายรับ, รายจ่าย, เงินที่มี, ออมเงินยังไง
3) จัดทำแผนการเงิน

SMART goal setting✨
- ตั้งเป้าให้ make sense กับสิ่งที่เราเป็น
- อาชีพบางอาชีพทำรายได้เพิ่มไม่ได้ (เช่น พนง.ออฟฟิศ) จึงต้องลดรายจ่าย
- สมการ: รายได้ - เงินออม = รายจ่าย (เก็บก่อนใช้)
เงินสำรองฉุกเฉินคือ 3 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน หากมีความสามารถแนะนำออมเป็น 6 หรือ 12 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน
เงินสำรองฉุกเฉินจำเป็นต้องมีไว้เพื่อเป็นความมั่นคงในกรณีว่างงานหรือจำเป็นต้องออกจากงาน เพื่อให้สามารถมีเงินใช้ระหว่างหางานใหม่ได้เพียงพอ
- ศึกษาเรื่องที่จะลงทุนให้ดี
- ลดค่าใช้จ่ายประจำที่ไม่จำเป็น
- จัดการหนี้ก่อน
- wealth creation: เมื่อมีเงินมากกว่าเงินสำรองฉุกเฉินจึงเอาไปสร้างทรัพย์สินต่อไป

ชนิดเงินเก็บ
Shortterm - สภาพคล่องสูง (บัญชีสะสมทรัพย์)
Mediumterm - สภาพคล่องโอกาสพอประมาณ (เงินลงทุน)
Longterm - สภาพคล่องต่ำ (เงินเกษียณ, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ)

การเก็บเงิน 3 ระดับ
(ขั้นพื้นฐาน) Basic need & Risk management - เงินฉุกเฉินกรณีขาดรายได้, ประกันสุขภาพ, ประกันบ้าน, ประกันรถ
(ขั้นกลาง) Accumulation - เก็บเพื่อเป้าหมายที่จำเป็น
(ขั้นสูง) Investment - ต้องมีเงินใน Basic need & Risk management เพียงพอก่อนจึงจะลงทุน
เก็บเงินสำรองฉุกเฉินก่อนที่จะเก็บเงินสำหรับลงทุน


กองทุนรวม : เอาเงินไปฝากให้ผู้เชี่ยวชาญลงทุนให้
- เอาเงินจากหลาย ๆ คนรวมกันแล้วนำไปลงทุนเมื่อได้ผลตอบแทนก็แจกจ่ายคืน
- ดูว่าเขาเอาเงินไปลงทุนในอะไรด้วย fund fact sheets ซึ่งแสดงรายการสินทรัพย์ที่กองทุนลงทุน, ผลประกอบการ และตัวชี้วัด (benchmark)

* การลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาก่อนลงทุน *

ความเสี่ยงในกองทุนรวม 8 ระดับ
(ความเสี่ยงในกองทุนรวม = ความผันผวนของกองทุนรวม)
1. กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ
2. กองทุนตลาดเงินต่างประเทศ
3. พันธบัตรรัฐบาล
4. กองทุนรวมตราสารหนี้ (เหมือนพันธบัตรรัฐบาลแต่เป็นเอกชนดำเนินการ)
5. กองทุนรวมผสม (ตราสารหนี้ & หุ้น)
6. กองทุนรวมตราสารทุน (ตราสารทุน = หุ้น *หุ้นคือกิจการ (มหาชน) เอาเงินไปลงทุนในกิจการนี้)
7. Secter fund (กองทุนเฉพาะ)
8. กองทุนทางเลือก (ทรัพย์สินที่ไม่ใช่ข้างบน เช่น ทอง ดีบุก ตะกั่ว หรืออสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น)

*ลำดับที่ 5 - 8 มีโอกาสขาดทุน ควรเป็นเงินที่สามารถเอาไปใส่ไว้นาน ๆ ได้

บัตรเครดิต - บัตรที่ไม่ควรผ่อนจ่าย
* ควรจ่ายหนี้เต็ม เพื่อป้องกันหนี้บัตรเครดิต เพราะหนี้บัตรเครดิตรุนแรงมาก
- บัตรเครดิตไม่เหมาะกับผู้ที่ควบคุมตนเองไม่ได้
กล่าวคือควรใช้จำนวนเท่าที่สามารถจ่ายหนี้ได้ในครั้งเดียว ไม่ควรผ่อนจ่าย

JAR system
แบ่งเงินเดือนใส่แต่ละโหล
55% ค่าใช้จ่ายจำเป็น (อาหาร, การเดินทาง)
10% Long term saving
10% สำหรับเพิ่มความรู้ (อ่านหนังสือ, เข้าคอร์สอบรม)
10% สนอง need ไม่จำเป็น (เที่ยว, ดูหนัง)
5% ทำบุญ


แถมพี่บิ๊กยังแนะนำเพจให้ความรู้ด้านการเงินอย่าง Money buffalo มาให้ศึกษาต่ออีกด้วย ซึ่งศึกษาเรื่องการเงินได้ง่ายแถมไม่เสียตังค์อีก 
'รู้เขารู้เรา รบร้อยครั่งชนะร้อยครั้ง'
การเงินจึงเป็นสิ่งที่ควรเร่งรีบวางแผนและดำเนินการอย่างรัดกุมที่สุด 

SHARE
Writer
Plastic_brain
Romantic Writer
may i tell you a story?

Comments