The Showshank Redemption การใช้ชีวิตอย่างมีความหวังที่ไม่มีวันมอดดับ
เคยเผชิญกับ "ช่วงเวลาของชีวิต" ที่คุณคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุด ที่ทำให้
...กลายเป็นคนที่พ่ายแพ้
...กลายเป็นคนที่ไร้ค่า
...กลายเป็นคนที่สูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง จนไม่สามารถจะก้าวต่อไป
...รวมทั้งไม่สามารถกลับคืนมาบนหนทางชีวิตที่ต้องการกลับมาเป็นคนๆ เดิม

...หรือไม่?...

...และลองมองย้อนไปอีกสักหน่อย ว่า “สิ่งใดที่ทำให้คุณก้าวผ่านมาได้?”
...หรือพิจารณาสักนิดว่า “คุณเตรียมตัวรับมือกับจุดต่ำสุดที่จะมาถึง ด้วยสิ่งใด?”

...สิ่งนั้นก็คงไม่พ้นกับถ้อยคำสั้นๆ แต่มีความหมายที่ยิ่งใหญ่ นั่นก็คือคำว่า...

“ความหวัง”

ความหวัง...คือสิ่งที่ชายคนหนึ่ง ได้ยึดเหนี่ยวเอาไว้ซึ่งทำให้ผู้ชมทั่วโลกได้รับรู้ และเข้าใจว่า

“ชีวิตยังคงมีความหวัง แม้ในเวลาอันเลวร้าย จนแทบไม่เห็นแสงสว่างที่อยู่ปลายทาง”

ด้วยความมุ่งมั่นต่อความหวัง
การลงมือทำ ใจที่ไม่ย่อมแพ้
...ทำให้ชายคนนี้สามารถก้าวผ่านคืนวันอันโหดร้ายจนก่อเกิดเป็นกำลังใจให้กับผู้คนอีกมากมาย ในโลกของความเป็นจริง

############

“จะทำอย่างไร หากการตัดสินของศาลระบุไปแล้วว่าคุณเป็นผู้ฆาตกรรมคนถึงสองคน ทั้งๆ ที่คุณไม่มีความผิด และเป็นผู้บริสุทธิ์ จนต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต!”

...หลายๆ คนคงจะทำอะไรไม่ได้เพราะศาลได้พิพากษาลงไปแล้ว...ความผิดหวัง ท้อแท้ อับจน อาจนำพาไปสู่ความหดหู่และล้มเหลวของชีวิต ซึ่งในที่สุดหากหัวใจท้อแท้อย่างหมดหวัง “การฆ่าตัวตาย” ก็อาจเกิดขึ้น

แต่สำหรับ แอนดี้ ดรูเฟรด (Andy Dufresne)

ชีวิตคือการอยู่ด้วยความหวัง ด้วยความเชื่อมั่นในการเป็นคนดี

...................

....ก่อนหน้านั้น...แอนดี้ ยังคงเป็นนายธนาคารผู้มั่งคง มีฐานะพรั่งพร้อม

แต่ในปี 1946 เขากลับถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตในเรือนจำ Showshank จากเหตุการณ์ที่ภรรยาของตนถูกฆ่าพร้อมกับชู้รัก

ในช่วงแรกๆ ที่ถูกจองจำ แอนดี้ มักจะถูกซ้อมและเอาเปรียบจากเพื่อร่วมคุกอยู่เสมอ หลายๆ เหตุการณ์สอนให้เขาได้เรียนรู้ว่า

“ความอยุติธรรมนั้น มีอยู่ทุกที่ ในโลกภายนอกอันแสนฉ้อฉล"

...แต่ขณะเดียวกัน ในสถานที่แคบๆ และแออัด ซึ่งแต่ละคนมีพื้นที่ของตนเองเพียงตารางเมตรเล็กๆ กลับมีสิ่งที่เรียกว่า "มิตรภาพ" เกิดขึ้นจาก “คนขี้คุก” ...เป็นมิตรภาพที่ไม่สามารถหาได้จากโลกลวงที่อยู่ภายนอก”

ที่นี่เขาก็ได้รับน้ำใจจาก เรด (Eliis Boyd “Red” Redding)ชายผิวดำสูงวัย ผู้เป็นขาใหญ่ซึ่งถูกจำคุกตลอดชีวิต

...แต่ชีวิตในคุกเต็มไปด้วยคนร้อยพ่อพันแม่...

ในวันหนึ่ง แอนดี้ ถูก บ๊อบ นักโทษขาใหญ่ ทำร้ายบาดเจ็บสาหัส
จนทำให้ต้องเข้ารับการรักษาตัวกว่า 1เดือน

...เป็นหนึ่งเดือนที่ทำให้เขาต้องทบทวนอะไรบางอย่าง และเริ่มต้นที่จะทำในบางสิ่ง...

“ซึ่งสิ่งนั้นก็ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ เรด ได้ส่งรูปภาพของ “ริต้า เฮย์เวิร์ธ” ดาราสาวชื่อดังแห่งยุคมาให้กับ แอนดี้ นอกเหนือจากข้าวของต่างๆ ที่เรดได้ชอบนำมามอบให้กับแอนดี้เป็นประจำอยู่แล้ว”

...เมื่อ แอนดี้หายดี ก็ได้ออกจากโรงพยาบาลในเรือนจำ และกลับไปที่ห้องพร้อมกับโปสเตอร์ชวนฝันของดาราสาว ซึ่งได้นำไปติดไว้ที่มุมหนึ่งของห้อง...

เพื่อป้องกันปัญหาการทำร้ายร่างกายไม่ให้เกิดขึ้นอีก แอนดี้ ถูกพัศดีส่งไปทำงานในห้องสมุดของเรือนจำ

ที่นั่นเขาได้รับทราบปัญหาการเงินของพัศดีคนหนึ่ง จึงอาสาจัดการปัญหาการเงินให้อย่างเป็นแบบแผน ทำให้ผู้คุมและนักโทษมาปรึกษาจำนวนมาก จนต้องเปิดโต๊ะรับฟังและแก้ไขปัญหาสำหรับผู้ที่ต้องการบริหารการเงิน

#############

...วันเวลาผันเปลี่ยน โปสเตอร์ ของ ริต้า เฮย์เวิรธ์ ถูกปลดลงกลายเป็น มาริลีน มอนโร สะท้อนถึงยุคสมัยที่เปลี่ยนไปตามความนิยมของโลกภายนอก...ในขณะที่ แอนดี้ ยังคงเป็นแอนดี้ผู้มุ่งมั่นคนเดิม!?

หลายปีที่ใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำ แอนดี้ ใช้ชีวิตตามครรลองที่ควรจะเป็น

แต่แล้วสิ่งที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญก็ เมื่อ “ความฉ้อฉล” ได้เกิดขึ้น จากการที่พัศดีคนสำคัญ ได้เปิดโครงการ “สู่ภายนอก” โดยให้ผู้ต้องขังออกทำงานบำเพ็ญประโยชน์ร่วมกับชุมชน

แต่จริงๆ แล้วนี่เป็นการ “หมกเม็ด” และหาทางฉ้อโกง เพราะงบประมาณที่ได้รับเข้ามานั้น ล้วนแต่เข้ากระเป๋าของพัศดี

ทำให้แอนดี้กระอักกระอ่วนใจ จากการได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดเตรียมและทำบัญชี โดยมีชายลึกลับชื่อ “แรนดาลล์ สตีเว่น” ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องเงิน

...เหตุการณ์ที่เสี่ยงต่อศีลธรรมนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความร้อนแรงของดาราสาว “ราเควล เวลซ์” คือความนิยมในโลกภายนอก ส่งผลให้โปสเตอร์มาริลิน มอนโร ในห้องของแอนดี้ถูกปลดลง และ เวลซ์ เข้ามาแทนที่

ในขณะที่ “ทอมมี่” นักโทษคนใหม่ได้เข้ามาอยู่ในเรือนจำ และบอกกับแอนดี้ ว่า

“ครั้งหนึ่งเขาเคยอยู่ร่วมห้องขังกับชายที่สารภาพว่า ได้ฆ่าภรรยาของนายธนาคารหนุ่มและชู้รักของเธอ!”

แอนดี้ นำเรื่องไปชี้แจงให้กับพัศดี...แค่พัศดีไม่ยอมรับรู้ใดๆ ทั้งสิ้น
ทำให้เขาต้องขู่พัศดี ถึงการที่เขารับรู้ถึงการฉ้อฉลในเรือนจำ
แต่นั่นทำให้ชายหนุ่มถูกแยกเข้าขังเดี่ยว ส่วนทอมมี่ถูกยิงทิ้ง!

...เมื่อออกมาจากห้องขังเดี่ยว แอนดี้ ระบายความในใจกับเรด ถึงความตั้งใจที่จะหลบหนีไปอยู่ เม็กซิโก โดยฝากฝัง เรดไว้ว่า หากเขาหนีออกไปได้ และอนาคตถ้า เรด สามารถมีโอกาสออกจากคุกได้ ก็ขอให้เรดไปขุดเอากล่องที่เขาฝังซ่อนไว้ซึ่งเขาฝังซ่อนไว้ในสถานที่แห่งหนึ่ง ตั้งแต่สมัยที่เขาเริ่มรักกับภรรยา

แล้วคืนนั้น แอนดี้ ผู้บริสุทธิ์ ก็ได้หนีออกไปจากเรือนจำ ด้วยช่องทางที่อยู่หลังโปสเตอร์ของ “ราเควล เวลซ์”

ซึ่งเขาค่อยๆ ขุดมันทีละนิดด้วยเวลาหลายปี ตั้งแต่ได้โปสเตอร์ ริต้า เฮย์เวิร์ธ มาติดช่องทางนั้น ด้วยความมุมานะและพยายามอย่างมีความหวังเป็นที่ตั้งอย่างไม่ท้อถอย จนกลายเป็นอุโมงค์ที่พาเขาออกไปสู่ "เสรีภาพ"

############

...เมื่อ แอนดี้ ออกไปสู่โลกภายนอกได้สำเร็จ จึงส่งจดหมายถึงตำรวจ แจ้งการโกงกินของพัศดี ขณะเดียวกันก็ได้แสดงตัวเป็น “แรนดาลล์ สตีเว่น” เพื่อรับเงินทั้งหมดไป

ส่วนเรด นั้น ก็ได้รับการทัณฑ์บน แทนการติดคุก จึงตัดสินใจเดินทางไปขุดหากล่องตามที่แอนดี้ได้สั่งไว้

...เมื่อเปิดกล่องออกดู ก็ได้พบเงินจำนวนหนึ่ง และแผนที่บอกเส้นทางไปเม็กซิโก...

คือความปรารถนาดี จากแอนดี้ แด่ “เพื่อน” ผู้มอบมิตรภาพที่ดีให้กันตลอดมา เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตใหม่ในดินแดนใหม่ อย่างไม่ต้องเกรงกลัวถึงบทบาทของตนเอง ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป จนไม่เคยชินและปรับตัวไม่ได้
...เหมือนอย่างที่เพื่อนร่วมห้องขัง ที่ชื่อ “บรู๊ค” ซึ่งยื่นขอทัณฑ์บนได้สำเร็จ แต่เมื่อออกไปสู่โลกภายนอก กลับปรับตัวไม่ได้ และไม่มีใครยอมรับ จนนำไปสู่การฆ่าตัวตายในที่สุด”

ไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อความอยุติธรรม ใช้ชีวิตอย่างมีความหวังแม้หนทางจะมืดหม่น ที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่องนี้ จึงทำให้

....เรื่องราวของ แอนดี้ ดูเฟรด จึงสะท้อนให้เห็นถึงหนทางชีวิตที่แม้จะมืดหม่น
แต่ก็เปี่ยมไปด้วย ความหวังที่ไม่มีวันมอดดับและ....การไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อความอยุติธรรม

.....................................................
SHARE
Writer
Kissda
writer
writer

Comments