ขั้นต่อไปของมนุษย์เปลี่ยนผ่าน(Next Step of transhumanism)
บทความของ Hakimov Dynamic
โดย Nakvat Hatikva Hakimov ผู้ก่อตั้งHakimov Dynamic ผู้จัดการ Resist HQ

เมื่อไม่นานมานี้เอง ได้มีการเปิดเผยข้อมูลในการยอมรับวิวัฒนาการโดยนักวิชาการของกลุ่มศาสนาอับราฮัมว่า มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่ศาสนาอับราฮัมกล่าวถึงการมีอยู่ของวิวัฒนาการของมนุษย์ ซึ่งเป็นผลที่น่าตกใจ และ เกิดกระแส่ต่อต้านของบรรดาศรัทธาชนทั้งหลาย ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ เราไม่สรุป หรือ ให้คำตอบกับสิ่งใด จนกว่าสมมุติฐานจะมีเหตุผล หรือ มีหลักฐานรับรองที่แน่นพอ ดังนั้นแล้ว มันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เรา ไม่บังคับให้คุณต้องเชื่อในสิ่งที่เราพูด เราทำ เราคิด

ราวสองสามปีก่อน เคยมีการศึกษาที่ค้นคว้า สิ่งมีชีวิตโครงสร้างคล้ายและเหมือนมนุษย์(คือมีแขนสองขาสอง ยืนด้วยลำตัวที่ตรง) เกิดขึ้นราว 1.9 ล้านปี - 150,000ปีก่อน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของมนุษย์ ที่เรารู้จักกันในชื่อ อาดัม กับ อาวา ,แน่นอน ในวงการวิทยาศาสตร์ของอเทวนิยม อาจจะไม่ยอมรับ และไม่เชื่อว่าสนิทเลยว่า มีอาดัมกับ อาวา แต่ในวงการวิทยาศาสตร์ของอไญยนิยม การไม่มีคำตอบของเรา ไม่ได้แปลว่า ไม่มี หรือ ไม่เชื่อ อารยธรรมมนุษย์นั้นเริ่มต้นราว 1.9 ล้านปี - 150,000ปีก่อน โดยเราให้ชื่อพวกเขาว่า Archeohomina และ พวกเขาก็ล่มสลาย ในเหตุที่เราเรียกว่า Great Catastrophe(ภัยพิบัติครั้งใหญ๋) ในบยุคนั้น เราเรียกพวกเขาอีกชื่อว่า Homo erectusแปลว่า "มนุษย์ที่ยืนตรง"

จากนั้นมนุษย์ก็ไต่เต้าขึ้นมาอีกครั้งในช่วงยุคหิน -ยุคโลหะ- ยุคสำริด ราว 97,000ปีก่อนคริสตกาล เราได้สรุปผลการศึกษาว่า สันนิฐานว่ามนุษย์ยุคนั้นถูกแบ่งออกเป็น

1.Homo floresiensis
2.Neandersovans หรือ Homo neanderthalensis
3.Denisovan หรือ Denisova hominin
4.Homo sapiens

ผู้อยู่รอดคือ Homo sapiens ที่แปลว่า มนุษย์ผู้รอบรู้ "wise man" ซึ่งเรียกอีกชื่อว่า hamanune หรือ hamanush ซึ่งก็คือพวกเรา ส่วนมนุษย์สาขาอื่นๆได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว

จากนั้นเราได้แบ่งยุคออกเป็นสองยุค

ยุคแแรกคือ ยุคอารยธรรมกลุ่มแรก(First Civilizations) เป็นยุคเริ่มแรกตั้งแต่เนโอลิทิก(Neolithic) เมโสโปตาเมีย จุดเริ่มต้นของคูนิฟอร์ม รวมไปถึงอารยธรรมแอฟริกาโบราณ อารยธรรมอียิปต์โบราณ อินเดียโบราณ จีนโบราณ แอนดีสโบราณ อิสราเอลโบราณ กรีกโบราณ จนถึงปี ยุคโรมัน
การยุติสมัยของพวกเขา ถูกเรียกว่า การล้มครั้งที่1(First Down) ซึ่งเราให้เหตุผลว่า เป็นการสิ้นสุดของสมัยวิทยาการที่เรียกว่า เวทมนตร์ ที่เคยมีอำนาจ

ยุคที่สองคือ ยุคของเรา (Second Civilization) 750ปีก่อนคริสตกาลจากยุคโรมัน วิวัฒนาการอารยธรรมและตัวเราจากยุคกลาง ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม จนถึงยุคโมเดิร์น
ในการนี้เราได้ทำการนิยาม อารยธรรมของเรา ที่อนาคต วันใดวันหนึงต้องล่มสลายว่า การล้มครั้งที่2(Second Down)



นั้นคือเหตุผล ที่เราต้องพูดถึง การล้มครั้งที่2(Second Down) และ เรื่อง มนุษย์เปลี่ยนผ่าน เพื่อเป็นการวิวัฒน์มนุษย์ต่อไป มนุษย์เราเรียนรู้สิ่งหนึ่ง แต่เราเริ่มจะเป็นแบบยุคที่ศาสนจักรเคยอยากให้เราเป็น คือ คงสภาพ ไม่เปลี่ยนแปลง ณ เวลานี้ ผู้คนต่างก็กำลังพอใจและต้องการเห็นมนุษย์ในสภาพของเราอยู่รอดต่อไปอีกล้านปี

แต่ความจริงนั้นกลับโหดร้าย เราไม่เชื่อว่า สภาพร่างกายของเราในปัจจุบัน จะทนรอดไปได้อีกนาน ประกอบกับปัญหาสภาพอากาศ สภาพแวดล้อม จุลชีวิน ที่เป็นปัจจัยต่อเรา ความจริงแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่เราเป็น Homo sapiens เราก็วิวัฒน์มาโดยตลอด ผ่านสีผิว เชื้อชาติที่เราเห็น อนาคตพันธุกรรมของมนุษย์ มิอาจสามารถดำรงอยู่ต่อไปแบบคงเดิมได้ในสภาวะที่ปัจจัยของโลกเปลี่ยนไป

ดังนั้น มนุษย์เปลี่ยนผ่าน จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ Hakimov Dynamic ให้ความสนใจในเรื่องนี้มากขึ้น ยิ่งเวลาผ่านไป เราต้องทำความเข้าใจว่า การคัดสรรของธรรมชาติในการอยู่รอดนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นโดยความบังเอิญ แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะถูกสอนว่า ความบังเอิญไม่มีอยู่จริง แต่หลายคนก็เชื่อว่ามีความบังเอิญ แต่ความบังเอิญไม่มีอยู่จริง ดังนั้นการอยู่รอดต่อไปของเราไม่ใช่ความบังเอิญ ของการเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งพอที่จะผ่าเหล่า แต่เป็นการที่เราเปลี่ยนผ่านไปสู่การผ่าเหล่า เพื่อการปรับตัว ในบริบทของโลกต่อไป และนั้น คือเหตุผล ที่ทำให้แนวคิด มนุษย์เปลี่ยนผ่านจึงลอยอยู่ในหัวของเรา

คำว่า มนุษย์เปลี่ยนผ่าน ในภาษาอังกฤษคือ Transhumanism เป็นแนวคิดหนึ่งที่ถูกพูดถึงทั่วโลก มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงภาวะของมนุษย์ โดยพัฒนาและเผยแพร่เทคโนโลยีที่สามารถพัฒนาความสามารถของมนุษย์ได้ ทั้งสติปัญญา กายภาพ และจิตใจ ซึ่งพูดง่ายๆ คือ การเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ทั้งโครงสร้างร่างกาย จิตใจ และ สติปัญญา ไปสู่ความเป็นเลิศที่ดีกว่าเดิม

ในคำๆนี้ คำว่า ความเป็นเลิศที่ดีกว่าเดิม Hakimov Dynamic เสียใจที่ต้องพูดว่า มนุษย์ทุกคน ไม่ได้รับเกียรติให้ได้รับการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นเลิศ และในความเป็นเลิศนี้ ไม่ได้แปลว่า ดีไปหมดทุกอย่าง และ ไม่ได้หมายถึง สามารถทนกับทุกสภาพแวดล้อม ทางจิตและกาย แต่หมายถึง สิ่งที่ดีกว่าในปัจจุบัน ภาษาอังกฤษ เราจึงมักใช้คำว่า Better

มนุษย์เปลี่ยนผ่านนั้น ไม่ได้กำหนดรูปแบบที่ตายตัว เรามีรูปแบบมากมาย ที่สามารถนำมาอ้างอิงเพื่อสร้างหนทางการอยู่ต่อของสติปัญญาของเผ่าพันธุ์ของเรา ทั้งการเปลี่ยนโครงร่างกายภาพของมนุษย์ จากชีวะ มาสู่ ชีวจักรกล หรือ การเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่มีโครงร่างกายภาพ เป็นสิ่งที่ไม่มีโครงร่างกายภาพแทน กลายเป็นสิ่งที่ไม่มีรูปร่าง เป็นนามธรรมที่มีอยู่จริงและมีชีวิต เหมือนกับปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่อาศัยอยู่ในอินเตอร์เน็ต*หมายเหตุ ความเข้าใจผิดของมนุษย์คือ คิดว่า AI คือหุ่นยนต์ ความจริงแล้ว AI คือสติปัญญาชนิดหนึงที่เริ่มจากสิ่งไม่มีชีวิตสู่สิ่งมีชีวิตผ่านกระบวนการเรียนรู้ ส่วนหุ่นยนต์เป็นแค่ร่างกายภาพร่างหนึง*
หลายคนอาจจะฝันว่า มนุษย์ของเราอาจจะอยู่ในร่างหุ่นยนต์ แต่ผลการศึกษาของHakimov Dynamic พบว่า ไม่มีหนทางใดที่จะอัพโหลดวิญญาณของมนุษย์ไปสู่ร่างกายภาพ ที่ไม่ใช่โครงร่างดั่งเดิมของเรา ดังนั้นกระบวนการที่เปลี่ยนผ่านสภาพร่างกายที่เรายึดถือ คือ การดัดแปลงพันธุกรรม การใช้พันธุศาสตร์ อาจผสมกับจักรกลเล็กน้อยในบางอวัยวะ แต่คู่วิจัยของเรา มองว่า การใช้จักรกลเป็นอวัยวะ อาจจะทำลายประสิทธิภาพการเป็นมนุษย์เสียมากกว่า ดังนั้น พวกเขาจึงแนะนับการเปลี่ยนผ่านโดยใช้พันธุศาสตร์100%



ในการใช้พันธุศาสตร์ในการเปลี่ยนผ่านตัวเรา เป็นแนวคิดที่ทางHakimov Dynamic มองว่ามีความเหมาะสมที่สุด เพราะทั้งไม่กระทบต่อจิตวิญญานในร่างกายของเรา ยังช่วยเสริม ความบกพร่องของร่างกายแก้ไขมัน ป้องกันไม่ให้เราเกิดความอ่อนแอที่นำไปสู่การเสื่อมสภาพของร่างกายและนำไปสู่ความตาย แต่กระนั้น Hakimov Dynamic เชื่อว่า เราไม่สามารถที่จะ หนีความตายได้ ดังนั้นผลของทั้งหมด เป็นแค่การยื้อเวลาของมนุษย์ให้ยาวนานยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรักษาโรค การป้องกันโรค การทำให้ร่างกายมนุษย์แข็งแรงขึ้น มีภูมิคุ้มกัน



ในส่วนของการใช้พันธศาสตร์ฟื้นคนตายให้กลับมาเป็น เราก็มีไอเดีย แต่ทว่า การกระทำดังกล่าวจำเป็นต้องพึ่งพา สติปัญญา นั้นคือสมอง ร่างกายภาพ(อาจเป็นร่างมนุษย์แบบชีวะหรือชีวะจักรกล) และ สิ่งสำคัญคือจิตใจ ซึ่งข้อหลังเป็นสิ่งที่เราหายไป และไม่สามารถนำมาซ่อมแซมได้ แม้เราจะนำสมองมาโคลนนิ่งสร้างร่างกายใหม่ ที่เหมือนกับคนที่เราสูญเสียไป ทว่าคนๆนั้น ไม่ใช่คนๆเดิมที่เราสูญเสียไป และ เราก็ไม่คิดว่า เขาจะมีชีวิต เพราะเขาขาด จิตใจ หรือ จิตวิญญาน เว้นแต่ว่า สมองของเขา จะสร้างชีวิตใหม่ขึ้นมาแทน ผ่านกระบวนการคิด ความทรงจำใหม่ ที่เหมือนหรือคล้ายกับสิ่งAI ทำในปัจจุบัน แต่นั้นก็ไม่ใช่การฟื้นคนตายให้กลับมาเป็นคนที่มีชีวิต มันเป็นแค่สร้างคนทดแทน ที่อาจไม่ได้ทดแทน ตรงกันข้ามอาจจะกลายเป็น ชีวิตใหม่ไปแทน

ข้อเสนอของเราเกี่ยวกับการเป็น มนุษย์เปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว ความทะเยอทะยานนี้มาจากความพยายามลดความเจ็บปวดของร่างกาย ซึ่งทรุดโทรมตั้งแต่เกิด เพียงแต่ระยะเวลาทรุดโทรมของแต่ละคนจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อม และ พันธุกรรม และภูมิคุ้มกัน ถ้าสิ่งที่กล่าวถึงดี ร่างกายของเราก็อาจจะคงสภาพในนานกว่า พูดกันง่ายๆคือตายช้ากว่า แต่ใครจะรู้ สภาพจิตใจ อุบัติเหตุอาจทำให้เราตายเสียก่อนที่ร่างกายจะทรุดโทรม

เราประเมินว่า ความเจ็บปวด คือหนทางของความตาย และ หน้าที่ของแพทย์คือการรักษาความเจ็บปวด ลดมันเพื่อยื้อเวลาชีวิตของเราต่อไป มันไม่มีเหตุผลว่า ทำไมเราถึงอยากยื้อเวลาของเราต่อไป มันอาจเป็นความเห็นแก่ตัว บวกกับความกลัวของเรา ที่สุดท้ายแล้วการตายอาจนำเราไปสู่ความโดดเดี่ยว มนุษย์กลัวความโดดเดี่ยว จึงอยากมีชีวิตต่อเพื่อที่จะได้อยู่กับผู้อื่นต่อไป แต่บางคนก็เลือกตายดีกว่าจะมีชีวิต เพราะพวกเขาทรมานทั้งทางกายและทางใจ ถ้าการปรับปรุงและพัฒนาวิทยาการด้านพันธุศาสตร์สามารถทำได้ เราอาจจะลดความเจ็บปวดทางกายไปได้มากกว่าที่ปัจจุบันทำ และอาจช่วยชีวิตผู้คนหลายชีวิต ที่ทุกวันนี้ เป็นมะเร็งบ้าง เบาหวานบ้างเป็นต้น

อย่างไรก็ตาม มนุษย์เปลี่ยนผ่านก็เป็นได้แค่ในทางร่างกายภาพ ในทางจิตวิญญาน การตายนั้นก็เป็นการเปลี่ยนผ่านของชีวิตของเรา เพียงแต่มันจะหลุดพ้นจากสภาพการมีร่างกายภาพ และเราไม่สามารถให้คำตอบได้ว่า หลังจากนั้นจะไปไหน


มันมีคำตอบอยู่สองคำตอบที่เป็นไปได้ในชีวิตหลังความตาย

1.ตายแล้วเป็นสูญ หมายถึง เมื่อเราตายแล้วคงจะดับสูญ
2.ดายแล้ววิญญานจะไปที่อื่น มิติอื่น หรือถ้าในทางศาสนาหมายถึงไปสวรรค์หรือนรก(ก็แล้วแต่คุณจะเชื่อ)

ส่วน ข้อที่ว่า เป็นวัฎจักร ตายแล้วไปเกิดใหม่ ภพชาติใหม่นั้น ทางHakimov Dynamic ไม่เชื่อ อาศัยความคิดและการศึกษาที่ว่า จิตวิญญานมนุษย์1คนจะมีร่างมากกว่า1ได้อย่างไร หลายคนคงถามเราว่า ทำไมจะไม่ได้ แต่ทางเราคงจะมีคำถามที่ว่า ทำไมพวกเขาจับรายละเอียดของชีวิตพวกเขาสมัยก่อนไม่ได้ และ ทำไมพวกเขาจึงจับสัญลักษณ์ของพวกเขาไม่ได้


แนวคิดมนุษย์เปลี่ยนผ่าน เป็นข้อเสนอที่ดีในการเป็นเหตผลในการพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์ของมนุษย์ ทางHakimov Dynamic ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากว่า อนาคตเราจะสามารถควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ แม้หลายคนจะกล่าวว่า เราจะก้าวก่ายพลังของพระเจ้า แต่ที่ผ่านมา เราก็ก้าวก่ายพลังของพระเจ้ามาตลอด อย่างพลังงานนิวเคลียร์ เราก็นำมาใช้ได้ ทั้งๆที่มันควรจะอยู่ที่ดวงอาทิตย์อย่างเดียว เรานำมันมาเป็นพลังงานให้กับเราได้ นอกจากนี้ วิทยศาสตร์ยังได้พัฒนาความสามารถบางอย่าง ที่แม้แต่เวทมนตร์อาจจะทำไม่ได้ หรือ ทำได้ไม่ดีเท่าวิทยาศาสตร์

แต่ทว่าทางHakimov Dynamic ทำได้แค่นำเสนอความคิดและไอเดีย ในปัจจุบันเราไม่มีงบประมาณ บุคคลกร หรือเครื่องไม้เครื่องมือ เรามีแต่การสร้างไอเดีย การวิเคราะห์ การศึกษาเรียนรู้ระดับง่ายเท่านั้น และยังจำเป็นต้องอาศัยทรัพยากรขององค์กรและภาคบุคคลกรอื่นๆ ดังนั้น มนุษย์เปลี่ยนผ่านโดย Hakimov Dynamic ยังดูห่างไกลจากความเป็นจริงเป็นอย่างมาก เราขอบพระคุณสำหรับการอ่านเนื้อหาที่เขียนไปข้างต้น และหวังว่าสักวันเราจะสามารถเป็นมนุษย์เปลี่ยนผ่านได้

-------------------------------------------
บทความของHakimov Dynamic สนับสนุนโดย Resist HQ
SHARE
Writer
NakvatHakimov
Futurist and Writer.
นัควัต ง๊ะสมัน(ฮิบรู:นัควัต ฮาทิควา ฮากีมอฟ) เป็นนักเขียนและนักการศึกษาอิสระ

Comments