เจน
ถ้าทุกอย่างเป็นเรื่องชั่วคราว การพบกันของเรามีความหมายอะไรไหม
ผมเดินทางกลับบ้านเกิดที่ต่างจังหวัดเมื่อปลายเดือนธันวาคม เดือนสุดท้ายของปีเปล่งความรู้สึกอบอุ่นและเศร้าสร้อยไปพร้อมๆ กัน เทศกาลอันเต็มไปด้วยสีสันมาพร้อมกับกลิ่นของความทรงจำในอดีต ผมคิดถึงวันคริสมาสต์ประจำปีเมื่ออยู่มัธยมปลาย เพื่อนในห้องนัดรวมตัว แลกของขวัญซึ่งกันและกัน ตอนนั้นผมต่อต้านทุกอย่างที่คนส่วนใหญ่ชอบ ผมไม่ได้เตรียมของขวัญไป แต่แล้วเพื่อนผู้หญิงที่ไม่เคยคุยด้วยก็จับได้ชื่อผม สายตาของเธอชั่วขณะที่รู้ว่าไม่ได้ของขวัญทำให้ผมรู้สึกผิดมาจนถึงตอนนี้ สองวันหลังจากนั้นผมทุบกระปุกออมสิน ซื้อตุ๊กตาราคาสองพันบาทไปให้เธอ ผมไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงทำแบบนั้นทั้งๆ ที่เขาบอกอยู่ว่าของขวัญห้ามเกินสองร้อย แต่เมื่อมองย้อนกลับไปมันก็คุ้มค่า และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
ข้อความถูกส่งไปปลายเดือนสิงหาคม ผมเห็นรูปถ่ายฉลองวันเกิดของเธอในหน้าจอโทรศัพท์ สุขสันต์วันเกิดขอให้มีแต่อะไรดีๆ เข้ามานะ ผมพิมพ์ไปแบบนั้น เธอส่งสติ๊กเกอร์กลับมาโดยปราศจากข้อความ ผมรู้สึกหวิวใจอยู่ลึกๆ แต่เวลามันก็ผ่านมานานแล้ว และเราทุกคนก็ไม่ใช่คนก่อนในวันวานเหล่านั้น บางทีผมอาจจะติดอยู่ในความทรงจำของตัวเองมากเกินไป คิดซ้ำเกี่ยวกับมันมากเกินไป จนคิดไปเองว่าหลายอย่างมันถูกแช่แข็งอยู่ในนั้นและมันจะเป็นเหมือนเดิมเสมอ แต่ชีวิตก็สอนผมหลายครั้งแล้ว มีเพียงความเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่จีรัง
ผมโทรนัดเพื่อนคนหนึ่ง ชวนเขาเข้าเมืองไปเดินเล่นดูบรรยากาศ ทั้งๆ ที่บ้านเกิดของผมเป็นเมืองที่คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว ทว่าเวลานี้โรคระบาดทำให้ทุกอย่างเงียบสงบแปลกตาออกไป รถเข็นริมทางไม่มากเหมือนก่อน ผู้คนไม่หนาแน่นเช่นเดิม และเสียงเปล่งร้องของเมืองแห่งนี้ก็เบาลงอย่างชัดเจน ผมกับเขานั่งลงตรงม้านั่งกลางเมือง มองดูลานกว้างที่ว่างเปล่า มีเพียงฝูงนกพิราบจำนวนมหาศาล ปราศจากผู้คนโพสต์ท่าถ่ายรูปเหมือนครั้งอดีต
"อะไรที่ไม่คิดว่าจะเกิดมันก็เกิดขึ้นมาได้นะ" ผมชวนเขาคุย
"เขาถึงบอกไงว่าทุกอย่างเป็นไปได้"
"ไม่หรอก นั่นมันประโยคชวนเชื่อของโลกเสรี มีบางอย่างที่ยังไงก็เป็นไปไม่ได้ ถึงจะพยายามให้ตายก็เถอะ"
"ก็จริง"
"เป็นไงบ้าง ชีวิตช่วงนี้"
"ก็เรื่อยๆ แหละ ทำงานเสร็จก็กลับบ้าน หาความสุขไปวันต่อวัน"
"มีความสุขใช่ไหม"
"ก็ไม่หรอก มันก็ปนๆ กันไป"
ผมพยักหน้า
"เอ็งล่ะ"
"ก็ปนๆ กันไป"
เขายิ้ม
"ไร้สาระว่ะคำถามพวกนี้ ชีวิตทุกคนมันก็ปนๆ กันไปอยู่ละ คนหอกอะไรจะไปมีความสุขตลอดเวลา"
เขายิ้ม "เอ็งเป็นคนเริ่มถามเอง"
ผมส่ายหน้า "ของบางอย่างสังคมปลูกฝังมา มันสลัดออกยากเหมือนกันนะ"
เขาพยักหน้า
"เจนมันหมั้นละนะเห็นรึยัง"
ผมพยักหน้า
"รู้สึกไง"
"เฉยๆ นะ แต่มีอย่างนึงคือรู้สึกว่าตัวเองแก่ มันแปลกๆ นะ เวลาเห็นแฟนเก่าคนนึงแต่งงานไปแล้ว และอีกคนก็หมั้นเตรียมแต่งปีหน้า"
เขาพยักหน้า
"รู้สึกเหมือนความผิดพลาดมันกลายเป็นสิ่งถาวรว่ะ ตอนเด็กกว่านี้เราแก้ไขใหม่ เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ แต่ตอนนี้เอ็งดูสิ ทุกอย่างเหมือนไร้ทางย้อนกลับไปหมด เราต้องอยู่กับสิ่งที่เราเลือก ลองอะไรมั่วๆ ไม่ได้แล้ว"
"ความจริงมันก็ย้อนกลับได้นะ เริ่มใหม่ได้เสมอแหละ แต่เวลามันบีบมาเรื่อยๆ จนเรารู้สึกไม่คุ้มที่จะเลือกทางใหม่มากกว่า เราเดินมาไกลจนสุดสิ้นสุดมันอยู่ไม่ห่างเหมือนตอนเด็กๆ แล้ว"
"อืม"

ผมเดินเล่นกับเขาอีกสักพักหนึ่ง พนักงานร้านนวดทุกร้านชวนเราเข้าไป ผมสงสารพวกเขาเพราะคนที่นิยมมานวดแบบนี้ก็มีแต่ชาวต่างชาติ หากความสงสารก็ยังไม่มากพอที่จะให้ผมยอมเสียเวลาและเงินในขณะนั้น ผมแยกกับเพื่อนตอนทุ่มตรงเมื่อเขาขอตัวกลับไปกินข้าวกับครอบครัวที่บ้าน
"โชคดีว่ะ" ผมบอก
"มีด้วยหรอโชคอ่ะ มีแต่ความน่าจะเป็น"
ผมยิ้ม "เออ สังคมมันปลูกฝังให้พูด สลัดออกยาก"
เขายิ้ม พยักหน้าและจากไป

ผมเดินเล่นต่อจนมาถึงริมแม่น้ำสายใหญ่ที่ตัดตัวเมือง ผมคิดถึงเจนและความหลงใหลที่มีต่อเธอเมื่ออายุสิบหกปี มันเป็นความหลงใหลที่เข้มข้นในระดับที่ผมไม่อาจรู้สึกกับใครได้อีกแล้วในชั่วชีวิตนี้ ผมกล้าพูดแบบนั้นเพราะเมื่อผ่านวันเวลามามากพอ ความโหดร้ายของการใช้ชีวิตจะทำให้คุณหยาบกร้านขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ วันที่ผันผ่าน ตอนนั้นผมอ่านนิยายรัก เสพเพลงรัก ดูหนังรัก ผมคิดว่ารักแท้คือสัจธรรมของชีวิต มันมีใครสักคนที่อยู่ตรงนั้น ในพื้นที่หนึ่งในโลกกว้างใบนี้ คนที่อยู่เพื่อเราชั่วนิรันดร์ รอคอยให้เราไปพบเจอ เจนคือคนนั้นผมพบเธอเมื่ออายุสิบหกปี ทว่าสิ่งที่ผมผิดก็คือไม่มีอะไรเป็นนิรันดร์ กระทั่งจักรวาลก็จะยุบตัวและสูญสิ้นเมื่อถึงเวลาของมัน ส่วนเรื่องของผมกับเจนยิ่งไม่ต้องพูดถึง เราคบกันไม่ถึงสามเดือน
แต่คุณค่าของความสัมพันธ์ขึ้นอยู่กับความยาวนานของระยะเวลาไหม ผมครุ่นคิดเกี่ยวกับมุมมองนั้น มองสายน้ำที่ไหลผ่านกลางเมือง มองดาวระยิบระยับที่ปรากฎให้เห็นประปราย และมองจันทร์เต็มดวงที่อาจมีใครสักคนที่เรากำลังคิดถึงเฝ้ามองมันอยู่เช่นกัน
ผมคิดถึงคุณเสมอเจน ถึงแม้คุณจะไม่คิดถึงผมเลยก็ตาม
SHARE
Writer
Stardust1723
Learner and Dreamer
เราเขียนเพื่อเติมเต็มตัวเองและแบ่งปันกับใครสักคน

Comments