Last Letter
*spoiler alert*

ได้ดูตัวอย่างหนังเรื่องนี้ในเพจบ้านข้างโรงเมื่อปีที่แล้ว จำได้ว่าอยากดูมากๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเข้าฉายที่ไทยเมื่อไหร่ มารู้ข่าวอีกทีว่าหนังเข้าฉายเดือนนี้แล้ว ตั้งใจว่าจะไปดูแน่นอน พอดีเมื่อวันศุกร์รู้ว่าจะมีฉายก่อนที่ House Samyan และน้องอิมเมจมาดูด้วย จองตั๋วอย่างไว ฮ่าๆ (น้องน่ารักมาก ได้แต่มองอยู่ห่างๆ >////<)

ตอนดู trailer คิดว่าหนังจะเป็นแบบหนึ่ง แต่พอได้ดูจนจบก็ไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ ซึ่งเราชอบนะที่เป็นแบบนี้ ทำให้เรารู้สึกอินกับหนังเรื่องนี้มากๆ

ตอนแรกเราคิดว่าที่งานเลี้ยงรุ่นเคียวชิโร่เข้าใจผิดว่ายูริเป็นมิซากิจริงๆ แต่กลายเป็นว่าเคียวชิโร่รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคนที่ไปงานเลี้ยงรุ่นคือยูริ ไม่ใช่ มิซากิ แต่ก็ยังเขียนจดหมายหากันอยู่ ซึ่งหนังไม่ได้เล่นกับการโกหกหรือปลอมตัวมากขนาดนั้น ซึ่งเราประทับใจมาก ชอบอย่างบอกไม่ถูก ยอมรับว่าเราอินกับ "ยูริ" มากเป็นพิเศษ TT จากข้อความที่ว่า "สายตานายคงมีไว้ มองคนที่รักเท่านั้น" แต่พอได้ดูหนังเราก็คิดว่า ยูริใช้ชีวิตแบบเดินไปข้างหน้าได้จริงๆนะ แม้ว่าจะผิดหวังตอนที่สารภาพรักกับเคียวชิโร่ ตอนนั้นยูริก็เสียใจและเจ็บปวดที่ไม่สมหวังในความรัก จนเวลาผ่านไปยูริก็แต่งงานมีครอบครัว และมองว่าเคียวชิโร่เป็นฮีโร่รักครั้งแรกของตนเองได้จริงๆ ชอบตอนที่ยูริขอให้เคียวชิโร่เซ็นหนังสือให้คือน่ารักมาก เราชอบยูริทั้งตอนวัยรุ่นและตอนโตเลย >0<

ส่วนพาร์ทของเคียวชิโร่ ตอนที่เคียวชิโร่ไปหาเอโตะ (อดีตสามีของมิซากิ) คำพูดแต่ละคำของเอโตะคือทำร้ายจิตใจมาก ประมาณว่า ทำดีกับมิซากิแค่ไหนก็ไม่มีวันได้หัวใจมิซากิอยู่ดี...ซึ่งเคียวชิโร่ยังคงจมอยู่กับอดีตระหว่างตัวเองกับมิซากิ แต่เรายังสงสัยว่าเคียวชิโร่ได้ตามหามิซากิไหมหลังจากที่เลิกกันไปตอนมหาลัย หรืออาจเพราะรู้ว่ามิซากิคบกับเอโตะแล้วเลยพยายามตัดใจและถอยห่างออกมาหรือเปล่า..จนพอรู้ว่ามิซากิไม่อยู่แล้ว ยิ่งทำให้เคียวชิโร่เสียใจที่ไม่สามารถทำอะไรเพื่อมิซากิได้อีกแล้ว แต่เมื่อเคียวชิโร่ได้เจออายูมิ(ลูกสาวของมิซากิ) ทำให้เคียวชิโร่รู้ว่ามิซากิเองก็รอคอยให้เคียวชิโร่ติดต่อกลับมาเหมือนกัน แต่ก็สายเกินไป..และท้ายที่สุดเคียวชิโร่เองก็ยอมรับกับอดีตที่ผ่านมาแล้วพยายามเดินหน้าต่อไป "คิดว่าน่าจะกลับมาเขียนนิยายได้อีกครั้งนะ" ตอนที่เคียวชิโร่พูดประโยคนี้แล้วยิ้มคือเรากรี๊ดในใจดังมาก (คุณฟุคุยามะหล่อจริงๆนะ >////<)

สิ่งที่เราได้รับจากการดูหนังเรื่องนี้ คือ ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น การทำให้ตัวเองอยู่กับความทรงจำที่ผ่านมาอย่างไรให้ไม่เศร้าเสียใจจนเกินไป เพราะเวลาที่ผ่านไป ย้อนกลับคืนมาไม่ได้อีกแล้ว และใช้ชีวิตเดินไปข้างหน้าต่อไป...

เราเองก็หวังว่า
สักวันเราจะเดินไปข้างหน้าได้จริงๆสักทีนะ

ขอบคุณ Last Letter
:-)
SHARE
Writer
duckii_memo
duckii_memo
ยิ้มไว้ โลกจะสดใส : )

Comments