ยัยเเว่นตัวร้ายกับนายซอมบี้ (Dear Someone) EP.5 Botanic Garden
Botanic Garden สวนสวยในเขตเมืองอันวุ่นวายตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือที่มีชื่อเสียง เมื่อพูดถึงเมืองเเห่งนี้ หลายๆคนคงต้องมาเเวะที่ Opera house  หรือ Habour Bridge ที่เป็นตัวเอกของเรื่องก็ว่าได้ เเต่หากลองเดินอ้อมมาอีกฝั่ง จะพบสวนขนาดใหญ่ 187 ไร่ เรียกได้ว่าเป็นสวนพฤษศาสตร์ที่ออกแบบมาเพี่อเป็นที่สำหรับต้นไม้เเละนกต่างๆได้หลบอาศัยในเมืองใหญ่ ในสวนเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ จนมีพื้นที่เงียบสงบให้หลบมุมจำนวนมาก เเม้จะมีผู้คนมากมาย เนินหญ้าทอดยาวลงไปถึงขอบรั้วหินกั้นเขตทะเล จากมุมนี้มองทอดไปเห็นถึง Opera house ถ้าหันหลังกลับจะเจอยอดตึกสูงของเมือง มุมสงบท่ามกลางธรรมชาติพร้อมวิวดีระดับพรีเมี่ยม ซุ้มดอกไม้ต่างๆทอดยาวสวยงามพร้อมละอองจากเครื่องพ่นไอน้ำ กลิ่นดินปนมาพร้อมกับกลิ่นของกาแฟและหอมเฟรนไฟร์จากคาเฟ่กลางสวนอันร่มรื่น มันราวกับเดินออกจากใจกลางเมืองอันวุ่นวายไปสู่สวนอีเดนก็ว่าได้
ทุกๆครั้งที่เดินเข้ามาจะรู้สึกได้รับพลังความผ่อนคลายจากธรรมชาติ
เธอคนนั้นที่กำลังวิ่งอย่างตื่นเต้นไปมาในโซนซุ้มดอกไม้นานาชนิดที่กำลังออกดอกสวยงาม ดอกสีเเดง ชมพู ม่วง ราวกับโทนสีในหนังเเฟนตาซีที่ผ่านการปรับสีเเละเเสง พร้อมกับละอองน้ำจากสปริงเกอร์ ในมือขวามถือไอโฟนที่เปิดเเอพกล้องค้างเอาไว้พร้อมสำหรับการเก็บภาพของดอกไม้เเละวิวของมุมต่างๆ 
ฉันเองที่เดินตามต้องคอยเตือนให้ระวังเดินสะดุด พร้อมทั้งอดไม่ไหวที่จะเก็บถาพของเธอเองเอาไว้บ้าง เราเดินเล่นในซุ้มดอกไม้พักใหญ่ ราวกับหลุดเข้าไปในโลกเเฟนตาซีที่มีเพียงสองเรา
ฉันมองดูเธอท่ามกลางหมู่ดอกไม้ พร้อมกับบางอย่างที่ผุดขึ้นมาในความคิด 
"นั่นสิน่ะ" ถ้าให้เปรียบเราสองในตอนนี้ เธอเองคงเป็นเหมือนดอกไม้ที่สวยงาม เเละฉันเองก็คงเป็นเพียงคนที่ดูเเลสวนเหล่านี้ ฉันไม่มีสิทธิใดๆ เเละฉันเองก็ไม่ได้ต้องการมัน
ตอนนี้ฉันเข้าใจเเล้วว่า...ดอกไม้ มันสวยงามเสมอเมื่อมันยังคงอยู่บนต้นเเละท่ามกลางที่ของมัน สามารถออกดอกสวยงามได้เรื่อยๆ  แต่ถ้าฉันเด็ดมันมาเก็บไว้ สักวันคงเเห้งเหี่ยว จางหางไปตามเวลา...
ถ้าสิ่งที่ฉันต้องการที่สุดในตอนนี้ คงเป็นดังความต้องการของคนสวน ที่อยากคอยดูเเล คอยทำให้เธอยิ้มได้ ร่าเริงสดใส 
และมันก็ไม่สำคัญเลยว่าฉันจะต้องมีสิทธิหรือสถานะอะไรใดๆ ไม่สำคัญว่าเธอเองจะอยู่ข้างใคร 
ฉันเพียงเเค่จะทำสิ่งที่ฉันทำได้ ในมุมของฉันเองก็พอ เพียงเเค่ต้นไม้ยังคงสวยงามอยู่ตรงนั้น... 

เราเดินผ่านออกจากซุ้มดอกไม้ ไปตามทางเดินปูด้วยเเผ่นหิน ผ่านบึงนกเป็นน้ำเเละหงส์ สักพักก็เลี้ยวไปยังต้นไม้บนเนินหญ้า มันเป็นต้นไม้ที่เเตกกิ่งก้านต่ำลงมาจนถึงพื้นรอบๆต้น ดูคล้ายกระท่อมจากธรรมชาติ เป็นที่ๆเงียบสงบ ไร้ผู้คนพลุกพล่านเนื่องจากพื้นที่สวนที่มีขนาดใหญ่
เราเดินเข้าไปใต้ต้นไม้นั่นเเล้วให้ความรู้สึกเหมือนหลบเข้าไปในห้องเเห่งธรรมชาติ ราวกับเข้าไปหลบในโลกส่วนตัว
เรานั่งกินซูชิโรล กับอาหารที่เตรียมมาเสร็จเรียบร้อย 
ความอิ่ม คงามเงียบสงบ พร้อมกับอาการริมทะเลตรงอ่าว Habour  ทำให้ฉันอยากปิดสมองลงสักพัก ฉันปูเสื้อเเจ็คเก็ตตัวหนาลงบนพื้หญ้า พร้อมกับคว้าเป่มาเป็นหมอนหนุน
มันช่างสงบเเละสบายราวโลกส่วนตัว ยัยเเว่นที่กำลังนั่งหันหลังพิงตัวฉันพร้อมสายตามองวิวด้านนอกอย่างมีความสุข ฉันอยากจะหยุดเวลาตอนนี้เอาไว้ ให้มันเป็นดังรูปปันหินรูปคนตรงนั้น ให้มันหยุดลงเพียงเท่านี้ตลอดไป

"เเว่น...สำหรับเค้า เค้าว่าเเว่นคือใครสักคนของเค้าน่ะ" ฉันเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงบ
ฉันเล่าเรื่องราวต่างๆ ว่าที่ผ่านมาฉันคิดว่าชีวิตฉันเกิดมาเพื่อเจอใครสักคน เเละมีความสุข เเละตายลงไป ฉันเข้าใจว่าคนนั้นคือ สิ่งที่คนอื่นๆเรียกว่า แฟน เเละฉันผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เเละต่อให้เจอคนที่เรียกว่าเเฟน ทุกอย่างมีความสุขอย่างลงตัว เเต่ฉันกลับไม่รู้สึกเจอสิ่งที่ฉันตามหา ฉันล้มเลิกความเชื่อ ฉันใช้ชีวิตที่นี่ ฉันพบเเละเจอเรื่องราวมากมาย ฉันกลายเป็นซอมบี้เเบบที่เธอเรียก ฉันไร้ความรู้สึก 
แต่กับเธอ..ฉันรู้สึก รู้สึกได้อย่างน่าประหลาดใจ รู้สึกว่าเราเชื่อมถึงกันมากๆ
"ฉันคิดว่าเธอคือใครสักคน"

เเต่อย่างที่เราต่างก็รู้ดี...เราสองคนเจอกันในช่วงเวลาที่ชีวิตเดินทางมาไกล ไกลมากจนไม่สามารถจะเปลี่ยนอะไรได้เเล้ว ไม่สามารถเดินกลับไปหรือตัดสินใจใหม่ได้เเล้วทั้งคู่ 
เเละถึงเเม้จะลองคิดว่าเราเจอกันในเวลานั้นจริง ฉันเองก็ไม่คิดว่าเราจะไปกันได้ด้วยดี เหมือนที่เรากำลังไปได้ดีกับเรื่องจริงข้างนอกที่เป็นอยู่ 
เพราะต่อให้คิดเเค่ไหน ฉันก็คิดว่าเราเป็นสถานะอื่นๆไม่รอด และไม่ดีพอเท่าคนที่เธอมีในตอนนี้

ฉันชัดเจนเเต่เเรกเเล้วว่าฉันไม่ได้รู้สึกแบบแฟนหรือสถานะอะไรที่คนบนโลกนี้กำหนดขึ้นกัน
สำหรับฉันเเล้ว เธอเหมือนดอกไม้น่ะ...และฉันเเค่อยากทำให้ดอกไม้มีความสุขเเค่นั้น ไม่ได้ต้องการเก็บดอกไม้เอาไว้ ไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่าให้เธอยิ้มได้
ฉันรู้ว่ายิ่งพยายามอธิบาย มันยิ่งมั่วไปหมด เอาเป็นว่า...ฉันรู้ว่าเราเป็นเส้นขนาด ที่ต้อนนี้มาใกล้กัน เเละสักวันจะห่างออกไปไกล เเละไม่รู้ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เเต่ที่เเน่ๆคือเราเป็นเส้นขนาด ฉันไม่อยากจะเปลี่ยนอะไรที่เป็นอยู่ต้องนี้ ทั้งส่วนของเธอเเละฉัน ฉันเเค่ต้องการให้เรายังคงเป็นเเบบเดิม ในโลกภายนอกนั้นเรายังคงเป็นเเค่คนปกติทั่วไป 
เเต่ถ้าหากเมื่อไรที่เราเหนื่อย เราต้องการที่พัก เราจะเข้ามาในโลกเเห่งนี้ และลืมเรื่องราวอันวุ่นวาย พักให้หายเหนื่อยก็พอ เเน่นอนว่าถ้าบอกว่านี่คือโลกของเรา ให้เราทำอะไรตามใจ เป็นตัวเองมากที่สุด และถ้าบอกว่าออกไปแล้ว ทุกอย่างจะกลับไปเป็นโหมดปกติ เเน่นอนว่าไม่อยากให้อะไรมันเกินเลยมากไป เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วๆไปจะเข้าใจหรือยอมรับมันได้

ฉันอยากให้เธอเป็นใครสักคนน่ะ แต่ฉันไม่รู้ว่าเธอคิดยังงัย ฉันเเค่พูดสิ่งที่ฉันรู้สึกออกไป เเละขอย้ำอีกรอบเลยว่าฉันต้องการเเค่ให้เธอยิ้มได้ เป็นยัยเเว่นที่ร่าเริงเเบบนี้เท่านั้น นั่นคือทั้งหมดที่ต้องการจริงๆ

"ขอบคุณน่ะ" เธอยิ้มพร้อมคำตอบว่า เธอเองเข้าใจดี เเละก็รู้สึกเเบบเดียวกัน ที่เห็นสายตาของนายซอมบี้ที่ทรมาณในตอนเเรกที่เจอ เเละก็อยากทำให้ฉันหายเหนื่อย เธอเข้าใจและรู้สึกได้ ว่าฉันคิดหรือรู้สึกอะไร แม้ฉันเองไม่อธิบาย เพียงเเต่ไม่ค่อยเเน่ใจว่าที่รับรู้มันจริงมั้ย จนฉันบอกออกมา

ฉันดึงตัวเธอโน้มลงมานอนซบบนตัวฉัน พร้อมเเขนที่กอดเเนบตัวเธอไว้ 
"รู้สึกดีจัง..ถ้าหยุดเวลาไว้เเค่ตรงน้คงจะดี ฉันรู้สึกอยากให้ทุกอย่างมันจบลงเพียงเเค่ตรงนี้ตอนนี้" ฉันพูดบอกเธอเบาๆ
ไม่เคยมีใครนอนซบฉันมาก่อนเลยน่ะ เเละที่ตรงนี้จะเป็นที่พักให้เธอเสมอน่ะ มันจะเป็นที่ของเธอเสมอ...
"ใช่เเน่เหรออออ.ขอบคุณน่ะ" คำตอบพร้อมรอยยิ้มจากเธอ
ฉันตั้งนาฬิกาปลุกในมือถือเอาไว้...เพื่อไม่ให้เราเพลิดเพลินจนเลยเวลาขึ้นรถไปทำงานในตอนบ่าย
"นาฬิกาดังคือหมดเวลา...ออกจากเขตรั้วสวน คืออกจากโลกของเราน่ะ" ฉันบอกกับเธอ...
"อื้อ..."

.....สายลมเยนพร้อมความอุ่นจากตัวเธอ มันทำให้รู้สึกดีราวกับความเหนื่อยในร่างกายที่ฉันทนเเบกมาหลายปีกำลังถูกดูดออกไป ในตอนนี้มีเพียงสายลมเเละความเงียบสงบ ท่ามกลางเเสงเเดดยามเที่ยงในสวนใจกลางเมืองใหญ่ เราต่างหยุดนิ่งเพื่อให้ร่างกายเเละจิตใจได้พักผ่อน ปล่อยให้เวลาผ่านไปแบบนั้น

เเล้วเสียงที่บอกว่าถึงเวลาที่ต้องออกจากโลกเเห่งนี้ก็ดังขึ้น ฉันเก็บเสื้อและกระเป๋าจากพื้นหญ้า พร้อมกับเก็บหญ้าบนหัวฟูๆของยัยเเว่น ที่บ่งบอกว่าเธอหลับสบายเเค่ไหน
"นี่นอนหลับเลยหรือ"
ยัยเเว่น "ก็มันสบายนี่นาาา..ทำไมเล่า!!" คำตอบพร้อมการดุเเบบเล่นๆที่ดูน่ารักเสมอที่ทำให้ฉันชอบเเกล้งให้เธอเขินหรือดูฉํนประจำ

เราเดินขึ้นเนินไปเพื่อกลับไปสู้ทางเดินในสวน เเต่ครั้งนี้มันต่างจากทุกครั้งที่เดินข้างกันตามปกติ เพราะมีมือเย็นๆจากยััยเเว่นจับมือกับฉันเดินไปยังทางเดินในสวนพร้อมรอยยิ้มจากตากลมโตผ่านทะลุเเว่นที่ดูเเสนจะร่าเริง พร้อมรอยยิ้มบนเเก้มย้วยๆบนหน้ากลมๆ มันทำให้ฉันต้องเผลอยิ้มตามเสมอเลย

"ออกไปละน่ะ" ฉันพูดพร้อมกับก้าวเท้าออกจากเขตประตูรั้วของสวน เราปล่อยมืออกจากกัน เเล้วเดินกลับเข้าไปในเมืองใหญ่อันเเสนวุ่นวายเพื่อขึ้นรถไปทำงานตามวิถีชีวิตปกติ 

Botanic Garden ในตอนนี้เป็นที่เเห่งความทรงจำที่ฉันมีความสุขมาก...
SHARE
Writer
TheShadow
Positive Energy
คำเตือน: สามารถใช้ได้เฉพาะสร้างพลังบวกให้ชีวิต

Comments