เมื่อไหร่จะได้ไปต่อ
เมื่อวานใบประกาศผล JLPT N4 ที่สอบไปตอนต้นเดือนธันวาส่งมาแล้ว!! เป็นความรู้สึกที่ทำให้ใจเต้นแรงด้วยความดีใจเหมือนเดิม สิ่งที่ทำให้ภูมิใจที่สุดคือเปอร์เซ็นไทน์ 95.1 ตอนแรกคิดว่าจะตกลงเพราะ N4 ยากกว่า N5 แถมพาร์ทฟังก็อย่างที่เคยบ่นไปว่าเสียงในห้องสอบไม่โอเคเลยค่ะ แต่คะแนนที่ได้ออกมาก็ได้เยอะกว่าที่คิดไว้มาก ต้องขอบคุณตัวเองจริงๆที่พยายามมาถึงตอนนี้  //น้ำตาไหล

ความจริงจากกำหนดการที่วางไว้เราจะไปเรียนภาษาระดับกลางต่อที่ญี่ปุ่นตอนเดือนเมษายนที่จะถึง แต่เพราะว่าไวรัสที่กำลังระบาดอย่างหนักทำให้ต้องเลือนออกไปแบบไม่มีกำหนดค่ะ TT เราเสียใจมากๆกับเรื่องนี้เพราะมันกระทบกับชีวิตเรามากๆ เราทนรอมาตั้งนานกว่าที่จะได้ไป แต่พอถึงเวลาจริงๆก็กลับมาเจออะไรไม่รู้ ทำให้ชีวิตตอนนี้ค่อนข้างที่จะเคว้งคว้างไปเลยค่ะ

เราไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกเศร้าออกยังไง เพราะการไปเรียนต่อมันมีความหมายกับเรามาก มันกระทบไปหมดถ้าเราไม่ได้ไป พอเป็นแบบนี้เราก็ต้องมาวางแผนชีวิตใหม่หมดว่าจะทำอะไรดี พอได้ร้องไห้ออกมาก็รู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง เหมือนต้องค่อยๆทำใจว่าเราจะไม่ได้ไปจริงๆนะ มันช่วยไม่ได้ ทั้งๆที่ทุกอย่างเราพร้อมหมดแล้ว เราเรียนอย่างหนัก ตั้งใจท่องศัพท์หาแนวข้อสอบมาทำและฝึกฝนอื่นๆอีกมากมาย และเราก็ทำสำเร็จคือสอบผ่านN5และN4ทีเดียวภายในระยะเวลา1ปีโดยที่มีการจัดสอบเพียง2ครั้ง ด้วยคะแนนที่น่าพอใจมากๆ แต่เราก็ต้องมาเจออะไรที่เราควบคุมไม่ได้ ซึ่งก็คือไวรัส..

เราก็เลยตัดสินใจว่าจะเรียน N3 ด้วยตัวเอง มาถึงระดับนี้แล้วก็พอจะอ่านเองได้ ถ้ามีอะไรสงสัยก็ค่อยไปถามเพื่อนคนญี่ปุ่นเอา การที่เราไม่ได้ไปญี่ปุ่นทำให้เราต้องอยู่สอบที่ไทยในเดือนกรกฎาที่จะถึง ถ้าเป็นตามแผนที่วางไว้ตอนแรกเราคงจะได้ไปเรียนที่ญี่ปุ่นและสอบที่นั่นเลย ;(  และโอกาสที่จะสอบผ่านก็คงมากกว่าด้วยเพราะได้ใช้จริง ซึ่งตรงนี้เราเจ็บใจมากกับสิ่งที่ควรจะได้

แล้วนี่ก็ยังไม่รู้เลยว่าไวรัสจะควบคุมได้เมื่อไหร่.. ขนาดโตเกียวโอลิมปิกที่จะจัดในปีนี้ยังต้องรอดูอีกทีว่าจะจัดรึเปล่า มาคิดดูแล้วญี่ปุ่นก็ซวยไม่ต่างจากเรา อุตส่าห์เป็นปีที่ได้จัดโอลิมปิกแท้ๆ เสียเงินไปตั้งกี่พันล้าน แต่ต้องมาเจออะไรไม่รู้ทำให้อาจจะต้องยกเลิก เหมือนที่เราต้องยกเลิกแผนการไปเรียนประเทศเค้า

ชีวิตตอนนี้ก็คงจะเป็นอีก challenge นึงที่เราต้องเจอ เราต้องมีระเบียบวินัยที่จะตั้งใจเรียนด้วยตัวเองมากๆเพราะในเมื่อไปไหนไม่ได้ หาคนสอนระดับนี้ก็ยาก แล้วไหนจะเรื่องเวลาที่ใกล้สอบเข้ามาอีก เราไม่อยากกดดันตัวเองว่าต้องผ่านภายในครั้งเดียวเหมือนที่ผ่านมา แต่เราก็มักจะเผลอกดดันตัวเองเสมอ เผลอคาดหวังว่าจะทำได้ดี ซึ่งมันก็ไม่ดีกับสุขภาพตัวเราเองเลย ยิ่งในตอนนี้ที่ทุกอย่างมันผิดแผน เราก็ควรจะเพลาๆกับตัวเองบ้าง ได้ก็ได้ไม่ได้ก็ค่อยเอาใหม่ตอนธันวาก็ได้ แต่ก็จะทำให้ดีที่สุดแล้วกันเนอะ

ระยะเวลา6เดือน มันสามารถเปลี่ยนชีวิตเราได้เลย อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ภายใน6เดือนที่เรา(อาจจะ)ต้องสละให้กับไวรัส หรืออาจจะนานกว่านั้นหรือสั้นกว่านั้นก็ยังไม่รู้แน่ เป็นเรื่องที่เราคิดแล้วรู้สึกเศร้า นึกถึงตัวเองตอนปีที่แล้วที่ผ่านช่วงเวลาสาหัสมามากมาย ก่อนจะมาถึงตอนนี้ ได้เริ่ม ได้จบ ได้พบ ได้จาก กับใครหลายๆคน เราไม่อยากจะเจออะไรแบบนั้นกับอีก6เดือนต่อจากนี้อีกแล้ว นั่นเป็นเหตุผลที่เราอยากไปจากตรงนี้จริงๆ ไปเริ่มอะไรใหม่ๆ ไปตามฝันของตัวเอง จะว่าเราหนีอะไรเดิมๆก็พูดได้เหมือนกันแหละ ถึงได้บอกว่าการไปเรียนต่อถึงสำคัญกับเรามาก

เพราะความจริงเราไม่รู้ว่าเราจะเลิกคิดเรื่องคนๆนึงไปได้อีกนานแค่ไหน
พอพูดถึงตรงนี้มันก็เริ่มจะฟังดูไร้สาระ เรายังมีความคิดถึง ถึงคนที่หายจากเราไป.. ใช่ค่ะ เรายังลืมความรักครั้งล่าสุดไม่ได้100% จนกว่าจะได้ไปเจอใครใหม่ ถึงแม้ตอนนี้เราจะเลิกทรมานแล้วกับการไม่มีเค้า แต่มันก็ยังมีความคิดถึงและความอยากรู้เรื่องเค้าอยู่บ้าง นั่นก็เลยทำให้เราควบคุมตัวเองไม่ได้ในบางครั้ง เราเข้าไปดูการเคลื่อนไหวของเค้าผ่านแอพที่เคยเริ่มคุยกัน และคนที่เจ็บมากๆก็ยังเป็นเราเอง เพราะเหมือนว่าเค้าจะคุยกับทุกคนยกเว้นตอบไลน์เราเหมือนเดิม เราอิจฉาคนที่ได้รับข้อความจากเค้า อิจฉาคนที่มีเค้าอยู่ในชีวิตเหมือนที่เราเคยมี เราไม่อยากจะรู้สึกแบบนี้แล้ว ก็เลยบอกตัวเองให้อดทนอย่าไปรับรู้แล้วเดินหน้าต่อเพื่อรอเจออะไรใหม่ๆ แต่ดูตอนนี้สิเราไปไหนไม่ได้แล้ว.. แล้วอีกหลายเดือนข้างหน้าเราก็ยังต้องแอบส่องเค้าแบบนี้ต่อไปหรอ? 

เราไม่เคยอยากให้ใครมีแฟนมากเท่าเค้าเลย การที่เค้ามีแฟนคงเป็นเหตุผลที่ดีสุดที่สุดที่จะทำให้เราไม่เสียใจที่เค้าหายจากเราไปในตอนนั้น เราหวังว่าเค้าจะเจอผู้หญิงสักคนที่อยู่กับเค้าตรงนั้นแล้วทำให้เค้ามีความสุข และนั่นเป็นเหตุผลที่เค้าเลิกติดต่อเรา เราคงยอมรับได้และคงจะไม่เสียใจจนถึงตอนนี้หรอก แต่สิ่งที่ทำให้เสียใจจนตอนนี้คือเค้ายังมีหน้าไปคุยกับคนอื่นต่างหาก มันหยามกันเกินไป  เค้าคงคิดว่าเราไม่เห็นเพราะเปลี่ยนมาคุยกันในไลน์แล้ว แต่ความจริงเราเห็นทุกอย่างว่าเค้าทำอะไร ส่วนข้อความสุดท้ายที่เราพิมพ์หาเค้าก็คือ

สวัสดี ไม่ได้คุยกันนานเลย สบายดีรึเปล่า? ช่วงนี้ติดต่อไม่ได้ก็เลยเป็นห่วง ถ้ามีเวลาก็ติดต่อมานะ เราจะดีใจ


เราตัดสินใจส่งข้อความนี้ไปหลังจากที่เค้าหายไป3เดือนแรก (เพื่อพิสูจน์ด้วยว่าไลน์ไม่ได้เสีย)  แต่ก็เหมือนเดิม เค้าไม่แม้แต่จะอ่าน ความหวังดีที่ถูกเหยียบย้ำซ้ำไปซ้ำมามันสาหัสสากัน รู้สึกเหมือนเค้าเกลียดเรามากๆเลย ทำไมคนๆนึงถึงทำให้เรารู้สึกถูกเกลียดได้มากขนาดนี้นะ?

แม้แต่จะกดอ่าน หรือตอบกลับมาสั้นๆก็ไม่มี บอกลายิ่งไม่ต้องพูดถึง คือเราเป็นเป็นคนที่แย่สำหรับเค้าขนาดนั้นเลยหรอ? อะไรที่ทำให้คนๆนึงปฏิบัติตัวแบบนี้กับอีกคน(วะ)? แต่ตอนนี้ก็ได้ข้อสรุปโดยตัวเราเองว่า ถึงเหตุผลจะเป็นอะไรแต่คนแบบนี้ คนที่ทำกับเราแบบนี้ ก็ไม่ควรอยู่ในชีวิตเราเหมือนกัน

อืม.. ทั้งๆที่มันควรจะเป็นอย่างที่พูด แต่ทำไมเราถึงยังอยากรู้เรื่องเค้าอีก? เหมือนเราต้องการจะหาคำตอบของสิ่งที่เค้าทำกับเราไปวันๆโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เราเกลียดทุกครั้งที่มีเสียงในหัวบอกให้เข้าไปดูเค้าเผื่อจะเจอเบาะแสของการกระทำทั้งหมด เราสู้กับสิ่งนี้จนเป็นเรื่องปกติ บางทีก็ชนะบ้าง บางทีก็แพ้บ้าง

เราเคย.. เข้าไปเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ เปลี่ยนไบโอในแอพที่เคยคุยกับเค้า เราคิดว่าจะหาเพื่อนช่วยฝึกภาษาคนใหม่ แต่สุดท้ายคือเหมือนเราหลอกตัวเอง เราลบแอพนั้นทิ้งอีกครั้ง เหมือนยังทำใจที่จะกลับสู่สถานที่ที่เคยมีเค้าไม่ได้ เรามันน่าสมเพช ที่ทำตัวเหมือนพร้อมเปิดรับทุกคนแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่คุยกับใครเหมือนเดิม ตั้งแต่วันที่เค้าจากไปเราก็ไม่ได้เริ่มอะไรกับใครเลย มันเข็ดและฝังใจมาก จนเราคิดว่าเรารอไปญี่ปุ่นอย่างเดียว

ตอนนี้เราก็คงจะรอต่อไปอีก รอที่จะได้ทำตามความฝัน และรอที่จะได้ลืมเค้า..
SHARE
Writer
HermioneRiddle
Student
My personal Diary

Comments