ผมเรียกชื่อเธออีกเเล้ว
ล่วงเลยมานานเเล้วสำหรับความรักของเรา
ราวๆต้นปีสองพันสิบเก้า
ที่มันจบลงตรงระเบียงห้องนอนในโทนสีขาวที่เธอบอกว่าชอบนักชอบหนา ตรงผ้าม่านสีฟ้าครามที่เธอบอกว่าให้กลิ่นอายเหมือนน้ำทะเล
มันจบลงตรงนั้น จบลงทุกอย่าง
ยกเว้นที่หัวใจผม

ผมยกบุหรี่ม่วนสุดท้ายเข้าปากอีกครั้ง สูดมันเข้าเต็มปอดเเละปล่อยเขม่าควันลอยคละคลุ้งไปในอากาศ ผมหวัง ผมหวังว่าความรู้สึกที่อัดเเน่นอยู่
ในใจผมตอนนี้จะลอยออกไปเหมือนควันบุหรี่ม้วนนี้บ้าง เพื่อที่ผมจะไม่รู้สึกถึงมันอีก เพื่อที่ว่าผมจะลบเธอทิ้งไปได้สักที

'ดาวสวยเนอะว่าไหม'

'เธอสวยกว่าอีก'

'เเบบนั้นก็อยู่ด้วยกันไปนานๆเลยนะ'

มันเป็นเเบบนั้น
ผมอยู่กับเธอเสมอ จนถึงตอนนี้ จนถึงที่ว่าเธอไม่ได้อยู่ตรงนี้เเล้วผมก็ยังอยู่กับเธอ 
ผมเก็บเธอไว้เสมอ 
ผมปลูกความรักของเราไว้เป็นอย่างดี

'วันนี้เหนื่อยไหมคะ ทำดีเเล้วนะ'
เธอจะรู้เสมอว่าในเเต่ละวันของผมเป็นยังไง เธอรู้จักผมดีกว่าตัวผมเองเสียด้วยซ้ำ เธอชอบบอกว่าผมเป็นคนปกปิดอารมณ์ไม่เก่ง เธอบอกว่าเเววตาของผมเเสดงอารมณ์ได้ดีกว่าส่วนอื่นเเละเธอก็รู้ว่าผมรักเธอมากกว่าอะไรทั้งหมด 

ผมไม่ได้ต้องการหรือกล่าวสิ่งใดเลยนอกจากความรู้สึกของผม ความทรงจำที่เลยผ่านมาเเล้วเเละเหลือไว้เเค่ร่องรอยของรอยน้ำตา ผมรู้ดี ผมรู้ว่าเธอก็รักผมอยู่มากเท่าไหร่ เพียงเเต่ตอนนี้มันไม่ใช่ผมเเล้วก็เเค่นั้น ผมรู้ทุกอย่างเป็นอย่างดี

เเต่เชื่อไหมว่าผมยอมรับมันยากเหลือเกิน ผมใช้เวลาทั้งหมดหลังจากเที่ยงคืนเดือนสองของสองพันสิบเก้าจนถึงตอนนี้ เพื่อจะยอมรับเเละเเปรเปลี่ยนหัวข้อของความทรงจำระหว่างเรา
จากตอนที่รักกัน เป็นเคยรักกัน เเละมันจะเป็นอย่างหลังไม่ได้เลยเพราะหัวใจผมยังเรียกชื่อเธอซ้ำๆอยู่เหมือนเคย 

หากจะเดินสวนกันในสักที่หรือมีเรื่องให้ต้องได้เจอกันอีกครั้ง
หากมันจะเป็นไปในเเบบที่ผมอธิษฐาน
หากพระเจ้าจะรับฟังเสียงหัวใจของผม
ได้โปรด ช่วยผม

หากทำให้ผมเลิกเรียกชื่อเธอไม่ได้
ก็ช่วยทำให้เธอกลับมารักผมอีกครั้ง


,















































SHARE
Writer
milkhoney
the studen
the like moon, is some one day.

Comments