"เงินซื้อได้ทุกอย่างแต่ซื้อความสุขไม่ได้" จริงหรอ?

หลายวันก่อนฉันตั้งใจจะเขียนเรื่อง ความโลภ ความร่ำรวย การเอารัดเอาเปรียบของมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่ในยามวิกฤติ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสภาพสังคมที่กำลังเละเทะในตอนนี้ แต่ก็ดันคิดไม่ออกว่าจะเขียนเนื้อหามันออกมาอย่างไรดี


วันนี้ก็เลยจะมาเล่าเรื่อง "เงินซื้อได้ทุกอย่างแต่ซื้อความสุขไม่ได้" จริงหรอ? แทนแล้วกัน


บ่อยครั้งมีการถกเถียงกันว่า เงินสำคัญสามารถซื้อทุกอย่างได้แล้วเราก็จะมีความสุข เงินจะเยียวยาทุกสิ่ง มีเงินไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป และอีกหลายความคิด


หลายคนมักตกหลุมพรางกับวัตถุที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเช่น 'เงินตรา' และถูกครอบงำจิตใจด้วยคำคมของคนประสบความสำเร็จในเรื่องของ 'ความร่ำรวย' ฉันจึงไม่แปลกใจว่าทำไมคนยุคปัจจุบันถึงไม่ค่อยมีความสุขกับชีวิตและพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี เพราะพวกเราอยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยโซเชียล ป่าวประกาศว่าความรวยความประสบความสำเร็จในชีวิตจะทำให้เรามีความสุข อายุน้อยร้อยล้าน มองเห็นแต่เพียงด้านดีๆของบุคคลเหล่านี้

เราจะเข้าใจว่า เงินซื้อทุกอย่างได้ แต่เงินไม่สามารถซื้อความสุขได้ก็ต่อเมื่อตอนที่เราได้ค้นพบจุดที่เรียกว่า "พอดี" และไม่อยากพัฒนาเองต่อไป สุดท้ายก็พบว่าคุณค่าของตัวเองเริ่มหายไปและไม่ค่อยมีความสุขกับมันสักเท่าไหร่

หลายคนมักจะเอาชีวิตของคนอื่นมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของตัวเอง อย่างเช่น คุณอาจจะมองเห็นเพจดังเพจหนึ่ง​ หรือแม้แต่หนังสือเล่มหนึ่ง ที่สอนในเรื่องของความร่ำรวยและการประสบความสำเร็จในชีวิต เขาก็ได้เล่าเรื่องราวและวิธีการที่ทำให้เราไปแตะจุดที่เรียกว่าการประสบความสำเร็จ แต่มันก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเดินเส้นทางที่คนเหล่านี้เอามาเล่าได้ เพียงแต่ต้องนำมาปรับใช้กับชีวิตของเราเอง

ฉันเคยอ่านบทความเรื่องหนึ่ง เขาบอกว่า การที่เราไม่มีความสุขโดยเฉพาะ​เรื่องเงิน​เป็นเพราะว่าเราชอบเอาเงินที่เราได้ไปเปรียบเทียบกับเงินที่คนอื่นมี อย่างเช่น เราได้เงินมาก้อนหนึ่งใหญ่ๆ​ จากการทำงานอย่างหนัก แต่เรามองเห็นอีกคนหนึ่งที่ทำงานหนักเช่นกัน แต่เขาได้เงินมากกว่าเราสามเท่า นั่นคือสิ่งที่ทำให้เราไม่มีความสุข

ช่วงเวลาหนึ่งฉันเองก็เคยเป็นคนหนึ่งที่โดนเงินครอบงำจิตใจ อย่างเช่น ฉันมีสิบ ฉันก็อยากได้ยี่สิบ เมื่อฉันมียี่สิบ ฉันก็อยากมีมากกว่านั้นไปเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดมันอยู่ตรงไหนเช่นกัน เงินมันไม่ได้ครอบงำตัวฉันหรอก แต่ฉันครอบงำตัวเองโดยเอาเงินมาบดบังความสุขของฉัน

ฉันค้นพบว่าเงินสามารถซื้อความสุขได้จริง แต่เป็นเพียงความสุขระยะสั้นๆ​ เท่านั้น และเงินก็เป็นเพียงสิ่งหนึ่งที่สามารถทำให้ชีวิตมันดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ซึ่งก็ดีกว่าไม่มีเงินเป็นแน่ๆ ในอีกหลายเรื่อง

แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งของชีวิต​ เราจะเข้าใจว่าเงินมันก็สำคัญกับชีวิตจริง​ แต่ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการอย่างแท้จริง สำหรับฉัน​ สิ่งที่ฉันต้องการจริงๆคือการใช้ชีวิต การได้ทำในสิ่งที่ชอบ การออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเจอผู้คน สัมผัสถึงการใช้ชีวิตของคนเหล่านั้น การได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว หากฉันเอาเวลาไปทุ่มกับการหาเงินมากจนเกินไป​ ใจอีกด้านหนึ่งของฉันเกิดกลัวว่า​ วันหนึ่งฉันมานั่งเสียใจจากสิ่งที่ตัวเอง​ ฉันทำงานหนักเพื่อหาเงินเพื้อซื้อความสุขชั่วคราว แต่ในขณะที่​ครอบครัวฉันกลับไม่อยู่แล้ว

ฉันสังเกตได้ว่า คนรวยบางคนเขาร่ำรวยก็จริง แต่เมื่อถึงจุดที่เขามีทุกอย่าง เขากลับไม่ค้นพบความสุขของเขาเอง นั่นอาจเป็นเพราะว่าเขารู้สึกเฉยชากับการใช้ชีวิต ทำงานแล้วเก็บเงิน และพยายามสะสมทุนเพื่อเพิ่มความมั่งคั่งมากขึ้นไปอีก ไม่มีความฝันใดๆต่อไป ไม่มีแม้กระทั่งแรงบันดาลใจในการพัฒนาตัวเอง กลายเป็นคนเดินถอยหลังไปซะงั้น (ทางด้านจิตใจและตนเอง) หรือเรียกได้ว่า 'เมื่อมีทุกอย่างแล้วก็ไม่จำเป็นต้องพัฒนาอะไรอีกต่อไป' ในกรณีบางคนใช้ชีวิตโดยปราศจากเป้าหมายจนกลายเป็นความเครียดเรื้อรัง การไม่มีความสุขในชีวิต จนต้องเข้าไปพบจิตแพทย์เพื่อรักษาอาการความรู้สึกเหล่านี้

แต่ถ้าลองมองก้าวข้ามในเรื่องของเงินออกไป เราจะเห็นว่า
มันไม่ได้สำคัญว่าเรามีเงินมากเท่าไหร่ แต่เรามองเห็นคุณค่าของตัวเองมากแค่ไหนต่างหาก
ฉันไม่ได้บอกว่าคนรวยจะไม่สามารถมีความสุขกับชีวิตได้นะ ฉันแค่คิดว่า ไม่ว่าทุกคนจะรวยจะจนหรือมีเงินมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าเรามองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ไม่มีเป้าหมายในชีวิตหรือการคิดหาไอเดียใหม่ๆ หรือแม้กระทั่งการหาความท้าทายให้ชีวิตอยู่ตลอดเวลา เราก็จะมองไม่เห็นความสุขของตัวเอง ไม่เจอในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตไปเพื่ออะไร นอกซะจากทำงาน เก็บเงิน ใช้ชีวิตไปวันๆ

และฉันก็ไม่ปฏิเสธว่าเงินสำคัญกับชีวิต ในแต่ละวันแต่ละช่วงเวลาตั้งแต่เราตื่นมายันนอนหลับ เราจำเป็นต้องใช้เงิน ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบอย่างเช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร​ อย่างไรก็ตาม
เงินไม่สามารถทำให้คนเรามีความสุขที่แท้จริงได้ที่สุด แต่เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งที่ดำเนินชีวิตให้มันเป็นไปตามทางของมันเท่านั้น
ฉะนั้น ความสำเร็จความร่ำรวยมันเป็นสิ่งสร้างขึ้น แต่ไม่ใช่ปลายทาง เส้นทางการใช้ชีวิตไม่มีคำว่าสิ้นสุด ไม่ว่าเราจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวกับมันหรือไม่ ระหว่างทางที่เดินอยู่อาจจะมีเศร้าบ้าง เสียใจบ้าง ความสุขบ้าง ก็ไม่เป็นไร เพียงแต่เราต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเอง หาสิ่งที่สนใจและทำในสิ่งที่รักโดยไม่เอาเรื่องเงินมาเป็นเรื่องหลัก แล้ววันหนึ่งเราจะค้นพบสิ่งที่ทำแล้วมีความสุขและมันสามารถทำเงินให้เราได้ นั่นแหละคือการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข



SHARE
Writer
Rhythmlyn
Independence
เขียนเมื่ออยากเขียน

Comments

Manatomii
9 months ago
👍🏻👍🏻👍🏻
Reply
Rhythmlyn
8 months ago
ขอบคุณ​ที่เข้ามาอ่านค่ะ
Wany
9 months ago
ใช่ค่ะ มาเริ่มเข้าใจชีวิตตอนที่ประเทศถูกปิดเพราะพิษ Covid -19
Reply
Rhythmlyn
8 months ago
บางทีการเกิดวิกฤติ​เลวร้ายบางอย่างทก็ำให้เรามองเห็นคุณค่า​การมีชีวิตอยู่มากขึ้น​ แทนที่จะคิดแต่เรื่องทรัพย์สิน​เพียงอย่างเดียว​เหมือนกันค่ะ​