Dear Dairy I
สวัสดีค่ะ วันนี้ฉันไม่ได้จะมาแต่งเรื่องเหมือนอย่างเคย แต่จะมาเล่าเรื่องของชีวิตฉันจริงๆ เป็นชีวิตที่ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย ถ้าเป็นไปได้..ก็อยากจะหายไปจากโลกนี้แล้วด้วยซ้ำ

ช่วงประถม 1 ฉันโดนครูประจำชั้นล้อเรื่องรูปลักษณ์ เพื่อนร่วมห้อง และต่างห้องก็พากันล้อแบบนั้นด้วย นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันไม่ชอบโรงเรียน ไม่อยากไปเลย ฉันโล่งใจมากเมื่อขึ้นชั้นเรียนใหม่ ฉายาเหล่านั้นไม่ได้ตามมาด้วย ความร่าเริงสดใสของฉันจึงพึ่งแสดงออกมา ถึงต่อมาจะไม่เป็นแบบนั้น เพราะการกลั่นแกล้งของเพื่อนร่วมห้องในตอนประถมปลาย ฉันเปลี่ยนไปหลังจากนั้น ฉันนิ่งเฉย ยอมคน และปิดปากเงียบ

มันไม่ง่ายนักในตอนที่ขึ้นชั้นมัธยม แต่ด้วยความอยากมีชีวิตรอด ฉันจึงผ่านพ้นมาได้ และต้องขอบคุณเพื่อนสนิททั้ง 3 คนของฉัน ที่คอยเกื้อหนุน และเข้าใจฉันมาโดยตลอด ถึงแม้ฉันจะน้อยใจที่ไม่ได้สนิทกับเพื่อนเท่าเพื่อนคนอื่น หรือไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน เพราะฉันไม่อยากออกจากบ้าน แต่ฉันชอบเพื่อนทั้ง 3 ของฉันจากใจจริง

ในที่สุดต่างคนต่างก็ต้องแยกย้ายไปมหาลัยที่ตนเรียน ฉันเรียนที่มอที่ไกลจากตัวเมือง เป็นเมืองที่ใครบางคนบอกว่าบ้านนอกคอกนา ฉันชอบความชนบทแบบนั้นนะ ฉันจะพยายามมากๆ ในชีวิตมหาลัย แต่ใครจะรู้ว่าการรับน้องมันส่งผลกับฉันมากแค่ไหน ใช่แล้ว..นี่มันพึ่งจะเริ่มต้น ฉันกลัวพี่ๆ ที่ยืนล้อมอยู่ ฉันตกใจเสียงตวาด ฉันไม่กล้าขยับแม้ว่าจะมีมดกัดอยู่ในกางเกง พวกพี่ๆ ยังคงนัดเราไปว้าก และทำกิจกรรมอยู่ตลอด ถึงจะตัดเรื่องสิ่งที่พวกเรากำลังจะทำ เหตุผลต่างๆ ฉันก็ไม่ชอบการรวมหัวแบบนี้อยู่ดี

ด้วยความที่ฉันเป็นคนเงียบๆ ฉันจึงไม่ค่อยมีเพื่อน แต่ก็เหมือนมีคนที่เชื่อใจได้อยู่ และเขาก็คอยช่วยเหลือ เรื่องราวมันเลวร้ายมากขึ้น เมื่อฉันต้องถูกเรียกไปว้ากกลางดึก ความติดห้องติดบ้านของฉัน รวมทั้งไม่อยากเจออะไรแบบนี้ มันทำให้ฉันกล้ำกลืนฝืนทนทุกครั้งที่มีเรียก ฉันไม่กล้าบอกอะไรเพื่อน ฉันไม่อยากแตกต่างจากคนอื่น ใครๆ เขาก็ยังทนได้ ไม่เป็นไร

ฉันเปิดไลน์กลุ่มขณะเรียนอยู่ในคลาส สายตามองแชทที่พิมพ์มาว่า "พี่นัดที่xxx เวลาสองทุ่ม ขอครบทั้งรุ่น" ฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ปล่อยน้ำตาไหลอาบแก้ม กลั้นเสียงร้องไห้ และเงยหน้ามาเรียนเหมือนปกติ ฉันรู้ว่าเพื่อนที่ต้องไปก็เหนื่อย เพื่อนที่โดนรุ่นพี่กดดันให้ตามเพื่อนไปก็เหนื่อย ฉันไม่กล้าปฏิเสธเพื่อน ไม่อยากโดนเพื่อนด่า เหมือนที่บางครั้งเพื่อนก็คุมตัวเองไม่ได้จนมาระบายลงไลน์กลุ่ม ด้วยถ้อยคำเสียดสี และรุนแรง

พวกเราอยู่ในกิจกรรมรับน้องถึงสี่ห้าทุ่ม ฉันขี่รถกลับหอด้วยใบหน้าบูดบึ้ง เนื้อตัวเปรอะเปื้อน ร้องไห้ออกมาจนมองทางไม่เห็น ฉันทรุดตัวร้องไห้อยู่ที่โรงจอดรถซักพักถึงขึ้นห้อง วนลูปแบบนี้เรื่อยมา ร้องไห้คนเดียวแบบนี้เรื่อยมา จนวันนึง ที่พี่เริ่มใช้คำหยาบในการว้าก ฉันทนฟังไม่ได้อีกแล้ว ฉันเจ็บใจพอแล้ว ร่างกายของฉันสั่นเทิ้ม น้ำตาไหลจนหยุดไม่ได้ พี่เรียกออกไปปลอบ แล้วพาไปนั่งที่ศาลา ที่ที่มีคนร้องไห้อยู่สี่ห้าคน แต่พวกเขาก็ยังคงว้ากพวกเราต่อแบบซอฟๆ

ฉันเริ่มปฏิเสธที่จะไป ฉันทรมานใจกับการต้องมานั่งคิดมากอยู่ในห้อง ฉันเกลียดเพื่อนที่คอยแต่จะมาลากให้ฉันไป สุดท้ายแล้ว ฉันสามารถตัดขาดจากการรับน้องได้ ฉันเป็นอิสระ แต่สิ่งที่ฉันสูญเสียไป คือความสัมพันธ์ของเพื่อน และรุ่นพี่ ฉันชอบแบบนี้นะ..ฉันชอบอยู่คนเดียวที่สุดเลย มันไม่เป็นปัญหาซักนิด ฉันจะไม่ไว้ใจใครแล้ว

ฉันอาศัยอยู่แต่ในโลกของฉัน ใช้ชีวิตลำพังเรื่อยมา แต่ว่าเพื่อนบางคนก็ยังคอยแกล้ง และกระแนะกระแหนอยู่บางครั้ง ฉันกลายเป็นคนเครียด หวาดระแวง คิดมาก นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ฉันกลับมาร้องไห้ที่ห้อง ร้องไห้กับสิ่งที่ฉันเจอ และร้องไห้จากการทรมานที่นอนไม่หลับ นี่มันแย่มากๆ มีหลายครั้งที่ฉันอยากไปพบจิตแพทย์ แต่โรงพยาบาลที่มีบัตรทองไม่มีแผนกนี้ ฉันบอกแม่ แม่บอกว่าไม่ต้องไป มันแพง และคอยส่งคำคม ข้อคิดให้ฉันในไลน์กลุ่ม ฉันเข้าใจแม่ บ้านเราฐานะไม่ค่อยดี อีกทั้งน้องคนเล็กมีปัญหาเกี่ยวกับสมอง การเรียนรู้ช้า(ไม่แน่ใจ) น้องคนกลางก็พบจิตแพทย์ และรับยาอยู่บ่อยครั้ง ฉันที่เป็นพี่คนโตก็ไม่อยากเพิ่มภาระอะไรให้แล้วล่ะ

ฉันอยู่ติดห้อง มีเพื่อนเป็นหนูไมค์ที่เก็บมาได้ และหมาในมหาลัย ฉันผูกพันธ์กับเจ้าพวกนี้มาก และรับรู้ถึงความทรมานของการคิดถึง อยากเจอแล้วไม่ได้เจอ อยากกอดแล้วไม่ได้กอด อายุขัยของหนูตัวเล็กๆ สั้นกว่ามนุษย์อย่างเรามาก น้ำตาล(หมาที่สนิทด้วยมากๆ ตัวนึง)ก็มาหายไป ฉันคิดถึงพวกเธอมากนะ ฉันคิดถึงวันเหล่านั้นที่พวกเราเล่นด้วยกัน

ทุกวันนี้ไม่มีการว้ากสำหรับฉันอีกแล้ว มีก็แต่การกลั่นแกล้งเล็กๆ น้อยๆ และการนัดเจอครั้งคราวที่ฉันไม่เคยอยากไป ถึงจะเป็นเพียงการนัดเจอระหว่างสายรหัส แต่ฉันก็ทรมานใจเหลือเกิน บางคนบอกว่าฉันต้องเข้าสังคมให้ได้ ฉันต้องปรับตัวนะ สำหรับตัวฉัน ฉันไม่ต้องการสังคมอะไรทั้งนั้น ฉันอยากอยู่คนเดียว แค่เพียงสังคมไม่มายุ่งกับฉัน ปล่อยฉันไว้เฉยๆ ก็พอ ฉันทรมานกับการคิดย้ำๆ ของตัวเองในตอนกลางคืน ใจมันเต้นอย่างเจ็บปวด มือสั่น และเหนื่อยจากการร้องไห้ จนบางครั้งฉันพยายามจะทำให้ร่างกายเจ็บ แทนที่การเจ็บปวดทางใจที่ทรมานแทบบ้า มันคงจะดีซะอีก ถ้าฉันได้พักผ่อนเสียที ฉันอยากตาย อยากหายไปจากโลกนี้ซะ ไม่อยากต้องโดนทำร้าย ไม่อยากต้องมาคิดมากอีกแล้ว ไม่มีใครเข้าใจฉัน ไม่มีใครปลอบโยนฉันได้อีกแล้ว ทั้งที่ฉันยอมรับ และเข้าใจเพื่อนๆ ฉันถนอมน้ำใจของพวกเขา แต่ทำไมพวกเขาถึงเอาแต่ทำฉันเจ็บปวด ทำฉันเสียใจ พอแล้ว ฉันไม่อยากบอกว่าไม่เป็นไรทั้งที่โกรธมากๆ อีกแล้ว ฉันไม่อยากยิ้มตอนเธอแกล้งฉันอีกแล้ว

ขอบคุณนะคะที่เข้ามารับฟังฉันระบาย ฉันก็นึกได้แค่ที่นี่ ที่จะมีคนรับฟังฉันบ้าง

สำหรับฉันคำว่าสู้ๆ หรืออย่ายอมแพ้มันเจ็บมากๆ เลย ฉันสู้มาตลอดอายุของฉัน แล้วฉันต้องสู้ไปจนถึงเมื่อไหร่ถึงจะสบายใจกันนะ แล้วถ้าฉันยอมแพ้มันจะดีกับใจมากกว่ามั้ยนะ คำว่าทุกปัญหามีทางออก ถ้าทางออกของฉันคือการตายล่ะ ถ้าการตายจะจบทุกอย่างที่เน่าเฟะนี้ได้ล่ะ ใครกันเป็นคนตัดสินว่าทางออกไหนของใครดีที่สุด

ฉันขอให้ทุกคนพบเจอแต่เรื่องดีๆ ขอให้โลกใจดีกับทุกคนมากๆ นะคะ
SHARE
Writer
elimmy
WOLF OF THIS WORLD
หมาป่าชอบกระต่ายนะ

Comments