Jigokuraku (Hell's Paradise) : อะไรที่เป็นเซอร์ไววัลมันก็แมสหมดแหละ
"ข้าไม่มีเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่ แต่ทำไมข้าถึงไม่ต้องการที่จะตาย ?"

เรื่องราวเกิดขึ้นในสมัยเอโดะ นินจาระดับหัวแถวประจำตระกูลผู้สังหารศัตรูจำนวนมากโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร จนได้ชื่อว่า "กาบิมารุ ผู้ว่างเปล่า" เขาได้ถูกพรรคพวกหักหลังจนถูกจับเป็นนักโทษและต้องโทษประหาร แต่ด้วยความที่เขาฝึกฝนเยี่ยงนินจามาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นวิธีประหารใดๆก็ไม่สามารถคร่าชีวิตเขาได้ไม่ว่าจะเป็นการวางยาพิษ ให้ม้าฉีกร่าง หรือแม้แต่การเผาทั้งเป็น จนได้มาเจอกับเพชฌฆาตสาวจากตระกูลที่สะบั้นเศียรนักโทษมาหลายช่วงอายุอย่าง "ซางิริ แห่ง ยามาดะ อาซาเอมอน" ซางิริรับหน้าที่เป็นผู้ส่งสารให้กับโชกุน "ถ้าหากอยากรอดชีวิต จงทำตามภารกิจที่ข้าสั่ง" โดยภารกิจที่ว่านั้นก็คือ เดินทางไปหา"ยาอมตะ" จากเกาะแห่งสุขาวดี ที่ไม่เคยมีใครรอดชีวิตกลับมา เงื่อนไขคือนักโทษที่จะได้รับการอภัยโทษคือนักรบที่ได้"ยาอมตะ"กลับมาเพียงคนเดียวเท่านั้น โดยมีนักโทษผู้โหดเหี้ยมพร้อมด้วยเพชฌฆาตจากสำนัก ยามาดะ อาซาเอมอนไปควบคุมพฤติกรรมนักโทษแต่ละคน การต่อสู้แห่งความไม่ไว้วางใจ และการเอาตัวรอดบนเกาะที่ไม่เคยมีใครรอดชีวิต จึงถือกำเนิดขึ้น

จริงๆถ้าให้พูดถึงความแปลกใหม่แล้ว ผมว่ามันก็ไม่มีนะ แนวแบทเทิลโรยัลอย่างที่รู้กันก็คือมีมานานแล้ว แต่จะถูกตีความออกมาในรูปแบบไหนก็แค่นั้น แต่ตัวผมดันมีความมรู้สึกว่า เดี๋ยวนี้ช่วงๆหลังๆ อะไรก็ตามที่เป็นแบทเทิลโรยัลมันค่อนข้างจะขายดิบขายดีเหลือเกิน สังเกตได้จากเกมหลายเกมในยุคหลังๆไม่ว่าจะเป็น PUBG,Apex legends บลาๆ จึงสรุปได้ว่าพล็อตเรื่องนั้นไม่ค่อยมีความโดดเด่นหากเอาไปเทียบกับมังงะโด่งดังเรื่องเก่าๆอย่างเช่น Mirai Nikki 

แต่การที่ช่วงเวลาของมังงะเรื่องนี้ถูกเซ็ทอัพไว้ที่ยุคเอโดะ ซึ่งเป็นยุคที่นินจากับซามูไรกำลังเฟื่องฟูนั้น ทำให้ความเป็นพล็อตเดิมๆมันน่าสนใจมากขึ้น เท่านั้นยังไม่พอ ความเท่ของคอนเซ็ปที่โดดร่มลงเกาะกันแบบ Duo นักโทษหนึ่งคนจะถูกจับตาดูโดยเพชฌฆาต แล้วเพชฌฆาตก็พร้อมที่จะตัดคอทุกเมื่อ ถ้าหากนักโทษในสังกัดทำอะไรนอกเกม ก็เลยเกิดเป็นศึกนักโทษ VS เพชฌฆาต และด้วยความที่นักโทษผู้รอดชีวิตจะมีได้แค่คนเดียว ก็เลยเกิดเป็นศึก นักโทษ VS นักโทษ และมีเพชฌฆาตบางคนที่ทิ้งศักดิ์ศรีและยอมร่วมมือกับนักโทษ ก็เลยกลายเป็นศึก เพชฌฆาต VS เพชฌฆาตไปอีก นี่ยังไม่นับเหล่าสัตว์ประหาดบนเกาะอีกนะ นั่นทำให้ศึกครั้งนี้กลายเป็นศึกตะลุมบอนที่มั่วซั่วถั่วเหลืองมากๆ

แต่ถึงแม้เนื้อเรื่องที่เล่าไปจะมีความซ้ำเดิมมากแค่ไหน แต่ต้องยอมรับอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือมังงะที่มีความน่าติดตามสูงมาก ถ้าได้เผลออ่านแล้วคือยาวแน่ๆ หยุดอ่านยากมากๆเลยแกร สิ่งที่มันดูซ้ำซากคือพล็อตโดยรวม แต่เนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่องภายในมันสุดยอดมากๆ ทั้งการนำเสนอตัวละคร เคมีความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในเรื่อง ปรัชญาชีวิต ความดาร์คเลือดสาด งานภาพที่เข้ากับเนื้อเรื่องอย่างเหลือเชื่อ แล้วก็ความลึกลับน่าค้นหา สามารถยกระดับทำให้มังงะเรื่องนี้อยู่เหนือมังงะแนวเดียวกันในหลายๆเรื่อง ก็ลองคิดดูว่าจัมป์เป็นนิตยาสารที่เปิดเรื่องใหม่บ่อยมากๆแล้วก็ตัดจบบ่อยมากๆเช่นกัน แต่การที่เรื่องนี้สามารถดำเนินมาได้ไกลขนาดนี้ ก็ต้องยอมรับว่ามันมีดีแน่นอนเลยล่ะครับ

จะขอเจาะสิ่งที่ผมชอบมากที่สุดในเรื่องคือการนำเสนอตัวละคร นี่คือมังงะอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้เราสามารถจดจำตัวละครต่างๆได้อย่างดี ผลน่าจะมาจากความเป็น Characteristic หรือการมีลักษณะจำเพาะของตัวละครนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่นพระเอกของเราที่โดนจับไปประหารแล้วไม่ตายสักที จริงๆเขาต่างหากที่ไม่ยอมตาย ตัวเขาเอาแต่พร่ำบอกกับคนอื่นว่า "ข้าน่ะ คือกาบิมารุผู้ว่างเปล่า ข้าไม่มีความรู้สึกอะไรหรอกนะ" แต่ความจริงแล้วตัวเองแค่ยังมีเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่ แต่ไม่กล้ายอมรับต่างหาก บอกได้เลยว่าคุณจะได้เจอกับความลึกซึ้งแบบนี้ในทุกๆตัวละครเลย อันดับสองขอสิ่งที่ผมชอบมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นเรื่องซีนแอคชั่นแล้วล่ะ ไม่รู้จะบรรยายให้เห็นภาพยังไง แต่ผมว่าถ้านับเฉพาะซีนแอคชั่นนะ เรื่องนี้นับเป็น TOP10 ในชีวิตของผมเลย หากคุณคิดว่าก็แค่มนุษย์สู้กัน มีสัตว์ประหลาดบ้าง มันจะไปมันส์อะไรด้ายยยย ก็ต้องขอบอกไว้เลยว่าศัตรูไม่ได้มีแค่สัตว์ประหลาดไก่กา แต่สเกลพลังมีไปถึงระดับพระเจ้าเลยทีเดียว

Result from Theater : A

เนื่องจากที่อ่านไปแล้วมันดันมีความรู้สึกว่ามังงะเรื่องนี้จะมีอายุค่อนข้างสั้นไม่น่าจะยืดเยื้อได้นานพอสมควร คงจะจบตามเนื้อเรื่องแบบไม่ถูกตัดจบภายในปี 2020 นี้แหละ ถ้าหากว่าเกินปีนี้ ก็มารับแรงค์ S ไปได้เลย ปัจจุบันมังงะเรื่องนี้ มีให้อ่านอย่างถูกลิขสิทธิ์ในแอป Manga Plus ฟรี 3 ตอนแรกและ 3 ตอนล่าสุด จัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์ที่ขยันประกาศลิขสิทธิ์ที่สุดในเมืองไทยอย่าง Siam Inter Comics ปัจจุบันมีถึงเล่ม 7 และญี่ปุ่นมีถึงเล่ม 10 แล้ว สเตตัสตอนนี้คือ Ongoing ยังไม่จบเลย

และนี่ก็คือการรีวิวมังงะในแบบของผม แล้วคุณล่ะ จะให้คะแนนมังงะเรื่องนี้อย่างไร ? ก็ต้องลองไปพิสูจน์กันด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ ก่อนจะจากกันไปถ้าหากว่าคุณผู้อ่านชอบหรือถูกใจการรีวิวนี้ อย่าลืมกด Recommend หรือแชร์ไปให้เพื่อนๆอ่านกันได้ แล้วก็ฝากไปติดตาม Facebook page : Man from Theater กันด้วยนะครับ รีวิวตามใจไม่รีวิวตามกระแส ใครอยากให้รีวิวอะไร ก็จะไปรีวิวตามคำแนะนำ อย่าลืมไปตามกันด้วยน้าาาาา สำหรับวันนี้ ขอบคุณที่อ่านจนจบ ขอบคุณครับ :D  
SHARE
Written in this book
Review Diary
Writer
Knox
Writer
it's me your man

Comments