กลับมาเริ่มต้นใหม่ ที่เอื้อมไปไม่ถึง
หลังจากที่ “ผม” รู้ว่าจะต้องเจอ “เธอ” อีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องยอมรับสภาพและเตรียมใจให้พร้อมในการเจอหน้า “เธอ” อีกครั้งหนึ่ง...ในการสอบคัดเลือกระดับชั้น “ผม” เลือกที่จะสอบลงในห้องท้ายสุด เพราะไม่อยากจะปวดหัว วุ่นวายกับการเรียนแบบหนักหน่วงของสายวิทย์เหมือนตอน ม.ต้น อีกต่อไปแล้ว และบวกกับความเกลียดวิชาคณิตศาสตร์แบบชาตินี้จะขอเจอมันให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะอาจารย์ที่ตราหน้าพวกผมและทำให้ผมขาดความมั่นใจในการเรียนตอน ม.ต้น นั่นคืออาจารย์วิชาคณิตศาสตร์ 
หลังจากที่ตัดสินใจเลือกเข้าสอบห้องศิลป์ภาษาและการแสดง (ห้อง 6) ผมทำข้อสอบตามความสามารถของตัวเอง และทำให้เต็มที่เพื่อไม่ให้ความคาดหวังของแม่ผมเสียเปล่า หลังจากที่ผลสอบออกมา มันทำให้ผมช็อคมาก เพราะคะแนนของผมมันดันเข้าไปอยู่ให้ห้องของศิลป์คำนวณ ที่เป็นห้องลูกผสมระหว่างสายวิทย์-ศิลป์ และก็ถือเป็นห้องคิงในสายศิลป์ก็ว่าได้ ความหวังที่ไม่อยากจะปวดหัวกับวิชาคณิตศาสตร์(เสริม) ของผมต้องพังลงไปทันที ส่วน “เธอ” ก็ได้อยู่ห้องคิงของสายวิทย์ตามที่ใจของเธอหวัง ...... ระบบการแบ่งห้องคิง ของโงเรียนผมสมัยนั้น คือ ห้อง 1-3 จะเป็นห้องสายวิทย์ และห้อง 3 จะเป็นห้องคิงสำหรับเด็กที่คะแนนสอบเข้าสูงมาก และห้อง 4-6 จะเป็นห้องของสายศิลป์ แต่ว่าห้อง 4 จะเป็นห้องคิงแทน นั่นก็หมายความว่า “ผม” และ “เธอ” อยู่ห้องติดกัน และเวลาเข้าแถวเคารพธงชาติในตอนเช้า “ผม” และ “เธอ” ก็จะเจอหน้ากันในทุกๆเช้า.....

และเมื่อถึงเวลาเปิดเทอม “ผม” ก็พยายามหลบหน้า “เธอ” เพราะคิดว่าถ้าเราเจอหน้ากัน “ผม” คงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่จะสนทนากับ “เธอ” (แหงละ วันที่ผมสารภาพรักกับเธอไป ผมนั่งคิดทั้งวันว่าจะบอกเธอดีไหม และตอนที่พิมพ์บอกไปก็บรรยายหมดทุกสิ่งทุกอย่างในใจออกไปหมดเลย) แต่สิ่งที่ผมลืมคิดไปก็คือ “หนึ่งในเพื่อน” ที่เคยอยู่ในกลุ่มของ “เธอ” เมื่อตอน ม.ต้น ก็เข้ามาอยู่ในกลุ่มของผมในห้องศิลป์ห้องนี้เช่นกัน และในเวลาทำเวรความสะอาดโรงเรียนตอนเช้า “เธอ” ก็จะมาทักทายเพื่อนของเธอซึ่งนั่นก็ทำให้ “ผม” หลีกเลี่ยงที่จะไม่เจอ “เธอ” ไม่ได้จริงๆ

ในช่วงแรกๆที่เราเจอกัน “ผม” ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ และทักทายกันตามภาษาคนรู้จักกัน แต่ “เธอ” กลับมีท่าทีเรียบเฉย เหมือนกับว่าในวันนั้นผมไม่เคยสารภาพอะไรกับเธอออกไป
“ผม” เริ่มคุ้นชิน และไม่วิตกกังวล ไม่ทำตัวตื่นตูมเวลาเจอกับ “เธอ” กิจวัตรประจำวัน คือ ในทุกๆเช้า ผมก็จะทักทายเธอตามปกติ และยิ้มให้เธอบ้างเวลาเจอหน้ากันระหว่างเดินเปลี่ยนห้องวิชาเรียน ในบางวันถ้า “ผม” โชคดีก็จะได้นั่งรถกลับบ้านพร้อมกับเธออีกครั้งเหมือนตอนม.ต้นที่ผ่านมา..... “ผม” เริ่มกล้าที่จะคุยกับ “เธอ” มากขึ้นถามเรื่องทั่วไปว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง เรียนห้องคิงวิทย์สนุกไหม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นบทสนทนาทั่วไปตามประสาเพื่อนกัน แต่ลึกๆในใจแล้ว ความรู้สึกชอบเธอก็กำลังกลับมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
และผมก็รู้ตัวดีว่าสุดท้ายแล้วมันก็คงจะจบเหมือนเดิมหากผมสารภาพกับเธออีกครั้ง ผมจึงเลือกที่จะเก็บมันไว้ต่อไปไม่ให้มันออกมาอีก....
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ทุกคนต่างตื่นเต้นที่จะได้ฉลองวันแห่งความรัก (ในวัยเรียน) ผมเองก็รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกันที่จะได้เจอบรรยากาศเด็กนักเรียนเดินถือดอกไม้ที่ราคาแพงขึ้นเป็นพิเศษ เดินไปมา และมอบให้กันในโรงเรียน สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในวันวาเลนไทน์ในรั้วโรงเรียนนั่นก็คือสติ๊กเก้อหัวใจดวงเล็กๆ ที่เพื่อนๆหรือคนพิเศษของแต่ละคนจะมาติดเพื่อแสดงความรักให้กันและกัน “ผม”ที่ซื้อสติ๊กเก้อเพื่อจะเอามาผลัดกันติดให้เพื่อนๆในกลุ่ม และก็แอบซื้อดอกไม้และช็อคโกแลตห่อเล็กๆห่อหนึ่งเอาไว้ให้เธอเช่นกัน ..... มันคงจะง่ายกว่านี้ถ้า “ผม” กล้าพอที่จะมอบให้เธอแบบไม่เขินอาย แค่การเดินเข้าไปแล้วบอกว่า “เธอ เราซื้อดอกไม้กับช็อคโกแลตมาให้” แค่นี้ก็ทำให้ผมรู้สึกเขินบิดไปมาไม่รู้จะกี่รอบแล้ว .... แต่ในวันนั้น ตอนที่ผมเดินเข้าไปหา “เธอ” เตรียมจะยื่นของที่ซื้อมาให้ “เธอ” หยิบสติ๊กเก้อหัวใจมาติดที่ปกเสื้อของ “ผม” และบอกว่า สุขสันต์วาเลนไทน์ เอาสติ๊กเก้อไปหนึ่งอันนะความกล้าที่ “ผม” รวบรวมมาทั้งหมด แตกกระเจิงไปทันทีเมื่อวินาทีที่สติ๊กเก้อดวงนั้นมาติดที่ปกเสื้อ “ผม” ได้แต่ขอบคุณและเดินออกมาทันที สุดท้ายในวันนั้นผมก็ไม่ได้ให้ของที่อุส่าห์ซื้อมาตั้งแต่เช้าให้ “เธอ” เมื่อกลับมาถึงบ้าน “ผม” วางดอกกุหลาบดอกนั้นไว้บนโต๊ะ แกะห่อช็อคโกแลตที่ซื้อมากินเอง และได้แต่บ่นกับตัวเองว่า 
แค่เอาของไปให้เธอในฐานะเพื่อนแค่เนี้ย มันยากตรงไหนวะ.....เพราะลึกๆในใจแล้ว “ผม” มอง “เธอ” เป็นแค่เพื่อนยังไม่ได้จริงๆนั่นแหละ ทำไมผมถึงชอบคนๆเดิมมาได้ถึงขนาดนี้กันนะ....
.
.
(จบพาร์ท 3)
SHARE
Writer
Error_Exe
Story teller
This is my another channel to write about my feeling that I have with my friend(zoned) for 10 years and always.

Comments