นักศึกษาดิจิทัล ปัญญาชน flash-mob
       คำว่า ปัญญาชน ถูกยกให้เป็นภาพแทนของนักศึกษามาโดยตลอด หมายถึง ผู้มีสติปัญญาอันเกิดจากการเล่าเรียนมามาก แต่ถึงกระนั้น คำว่า ปัญญาชน เป็น สัญญะที่ล่องลอย หมายถึง คำ รหัส หรือภาษาที่สามารถนำไปใช้ในหลายๆสถานการณ์ ขึ้นอยู่กับบริบทสังคม ค่านิยม หรือระเบียบกฎเกณฑ์ว่าจะนิยามความหมายดังกล่าวในแง่ใด คำว่าปัญญาชนในความหมายแบบจารีต อาจหมายถึง ผู้ศึกษาตำรับตำราจนแตกฉาน เป็นพหูสูต รู้รอบด้าน ความจำเป็นเลิศ ในความหมายของพวกหัวก้าวหน้า อาจหมายถึง ผู้นำพาสังคมสู่การเปลี่ยนแปลงด้วยสติปัญญาของตนเอง เพราะฉะนั้น นักศึกษาจึงเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงทั้งในแง่สังคมก็ดี วัฒนธรรมก็ดี หรือการเมืองก็ดี

       กระแสการยุบพรรคการเมืองพรรคหนึ่งเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 โหมกระพือให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆออกมาชุมนุมทางการเมืองอย่างสันติ บรรยากาศความเป็นพลังนักศึกษาฟื้นคืนมาอีกครั้งหลังจากถูกกดทับด้วยโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมแบบอำนาจนิยม ส่งสัญญาณให้คนรุ่นปู่ย่าป้าลุงเริ่มระคายเคืองต่อความไร้เดียงสา กระด้างกระเดื่องของเด็กเมื่อวานซืนเหล่านั้น ถึงขนาดครหาว่าเป็นการล้างสมองของนักการเมืองโดยใช้เด็กไม่ประสีประสาเป็นเครื่องมือ
 
       ในมุมมองของผู้เขียน ข้อครหาของพวกเขาไม่มีความสมเหตุสมผลแต่อย่างใด ด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียว คือ นักศึกษาเหล่านี้เติบโตมาท่ามกลางยุคดิจิทัล ยุคที่ข้อมูลและอัลกอริทึมเป็นผู้กุมชะตาโลก พวกเขาจึงมีประสบการณ์ในโลกดิจิทัลอย่างโชกโชน แยกแยะ วิเคราะห์ข้อมูลอย่างชาญฉลาด ซึ่งแน่นอน ข้อมูลหรือข่าวลวงเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงการดำรงอยู่ของยุคดิจิทัลเป็นอย่างดี หากเทียบกันแล้ว คนรุ่นปู่ย่าป้าลุงเหล่านั้นมิใช่หรือที่เป็นผู้เผยแพร่ จ่ายแจกข่าวลวงดังกล่าวอย่างไร้ซึ่งการตริตรอง

       การออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของนักศึกษา มิได้นำไปสู่กลียุค ปลุกปั่นความแตกแยกดังที่เข้าใจ หากแต่เป็นการสร้างความตระหนักรู้ในสิทธิและเสรีภาพทางการเมือง นักศึกษาจึงเป็นปัญญาชนที่กล้าคิด กล้าพูด และเคารพในสิทธิและเสรีภาพของตนเองและผู้อื่น  ผู้เขียนคิดว่าบทความชิ้นนี้จะนำไปสู่ข้อถกเถียงว่านักศึกษามิได้มีตำแหน่งแห่งที่เฉพาะในชั้นเรียน เป็นผู้นำเชียร์ เป็นว้ากเกอร์ หรือเป็นอะไรต่อมิอะไร นักศึกษายังมีความเป็นปัญญาชนอย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะการศึกษาในมหาวิทยาลัย นอกจากจะสอนให้อ่านตำรา เขียนหนังสือ หรือพูดนำเสนอหน้าชั้นเรียนอย่างแคล่วคล่อง คือการผลิตนักศึกษาที่มีความช่างสงสัย คิดเชิงวิพากษ์ และมีความเป็นตัวของตัวเอง และนั่นคือลักษณะของปัญญาชน ผู้ตั้งคำถามอย่างไม่ย่อหย่อน   คิดอย่างมีวิจารณญาณ และมีความกล้าคิด กล้าแสดงทรรศนะนั่นเอง

SHARE

Comments