ภาวะการมองเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำ "Low Self-Esteem"
ในยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูงและความวุ่นวายของโลกใบนี้​ ที่กำลังผลักดันให้คนเราต้องปรับตัวอย่างมาก ฉันเชื่อว่ามีใครหลายคนกำลังเผชิญกับ Low Self-Esteem อย่างแน่นอน

โดยปกติคนเรามักจะมี Self-Esteem อยู่ในตัวเอง แล้ว Self-Esteem คืออะไร หลายคนก็คงจะพอรู้ว่ามันคือ ความคิดเห็นที่มีต่อตนเอง ความภาคภูมิใจในตนเอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตไปจนถึงการรับมือกับอารมณ์และสถานการณ์ต่างๆ

คนที่มี Self-Esteem สูงมักจะเป็นคนที่มีทัศนคติที่ดีต่อตนเอง ความรู้สึกชอบตัวเอง มีความมั่นใจในการแสดงออก ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองอยู่ในความสัมพันธ์ที่แย่ ในขณะที่ Low Self-Esteem หรือเรียกกันว่าการมองเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำ ซึ่งการเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำนี้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกนึกคิดต่อตนเองในแง่ลบ โทษว่าเป็นความผิดของตนเสมอ ฉันทำมันได้ไม่ดีพอ อาจเป็นเหตุให้ขาดความกระตือรือร้นในการทำสิ่งต่างๆ และรู้สึกว่าตนเองไม่มีความสามารถในการรับมือกับมัน​ บางคนอาจกลายเป็นโรคซึมเศร้า​ได้

แล้วอะไรคือสาเหตุของ Low Self-Esteem ล่ะ ความจริงแล้วมีหลากหลายสาเหตุแต่ฉันจะหยิบยกสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆมา เช่น

1. การเลี้ยงดูจากครอบครัวที่ไม่ดีพอ บางคนอาจจะเติบโตมาในครอบครัวที่คอยกดดันอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่ทำมันยังไม่ดีพอ จึงสามารถก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ดีต่อตนเอง

2. การถูกกลั่นแกล้ง การถูก Bully จากคนรอบข้าง อาจจะอยู่ในรูปแบบของครอบครัวหรือเพื่อน ที่มีการทำร้ายทั้งร่างกายและคำพูด

3. การตั้งเป้าหมายไว้สูง ต้องยอมรับว่าการแข่งขันในโลกสมัยใหม่นี้สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนการทำงาน และการใช้ชีวิต หลายคนมักจะคิดว่าตัวเองทำได้ไม่ดีพอตามที่คาดหวังไว้


4. ความเชื่อทางสังคมที่ส่วนใหญ่มาจากโลกโซเชียล อย่างเช่น หน้าตาสวยหล่อ สีผิว รูปร่าง รสนิยมการใช้ชีวิต

สาเหตุต่างๆเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากตนเองเพียงอย่างเดียว แต่ได้รับอิทธิพลมาจากครอบครัวและสังคมที่หล่อหลอมตัวตนเราให้ออกมาในรูปแบบที่พวกเขาคาดหวัง และมันส่งผลกระทบต่อตัวเรา

ที่จริงตามเว็บไซต์ทั่วไปก็จะมีบอกวิธีการทำอย่างไรให้เราหลุดพ้นจาก Low Self-Esteem แต่ถ้าเป็นฉัน ฉันอยากให้คุณกลับไปทบทวนกับตัวเองก่อนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคืออะไรก่อน ฉันไม่สามารถบอกให้คุณไปทำนู้นทำนี่ถ้าคุณรู้สึกว่าไม่อยากทำ ตัวคุณเองจะเป็นคนตอบคำถามมันทั้งหมด ถึงแม้ว่าเราจะไปพบจิตแพทย์ ไปปรึกษาขอกำลังใจ สุดท้ายมันก็จะเริ่มจากตัวคุณเองว่าคุณคิดอะไรอยู่ จะต่อสู้กับมันหรือจะยอมแพ้ เราก็แค่มนุษย์คนหนึ่ง เมื่อถึงเวลาวิกฤติ เราก็จะหาทางดิ้นรนให้ตัวเองเสมอ​ เพียงอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย

ความจริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องโดดเด่นเหมือนที่ใครๆคาดหวังก็ได้ เพียงแค่เราภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น สิ่งง่ายๆก็คือเราไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับใคร พูดง่ายแต่ทำยากใช่ไหม คุณอาจจะต้องเริ่มทำสิ่งง่ายๆในชีวิตให้มีความสุขในชีวิตดู ลองสำรวจความคิดว่าตัวเองชอบอะไร มีทักษะด้านใดบ้าง อาทิเช่น คุณอาจจะชอบการเขียน การวาดภาพ การทำอาหาร การให้กำลังใจผู้คน นั่นแหละคือการมองเห็นคุณค่าในตนเอง

บางครั้งการที่เราเห็นใครหลายคนที่ดูมีความมั่นใจ เขาก็อาจจะเป็นคน Low Self-Esteem ก็เป็นไปได้เหมืือนกั​น การที่เขาแสดงออกต่อสังคมให้รับรู้ไม่ได้แปลว่าเขามี Self-Esteem แต่มันคือ Self-confident ที่เขาสร้างขึ้นในการมีตัวตนของเขาเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากสังคม มันก็เปรียบเสมือนเราสร้างตัวตนที่ไม่ใช่ตัวตนจริงๆของเราขึ้นมาเพื่อให้คนอื่นยอมรับนั่นแหละ

ยกตัวอย่างง่ายๆในเรื่องของการเปรียบ​เทียบกับชีวิตคนอื่น เมื่อเรามองไปที่ใครบางคน เขาอาจจะหน้าตาดี ฐานะดี แต่งตัวดี ได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง ในขณะที่เราไม่มีอะไรเทียบเท่ากับเขาเลย ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา การแต่งตัว เราก็เลยพยายามถีบตัวเองไปให้เทียบเท่ากับคนๆนั้น เรายอมทิ้งความเป็นตัวเองเพื่อยกระดับตัวเองให้เหมือนใครบางคนและได้การยอมรับจากสังคมรอบตัว

จริงๆแล้วถ้าคุณสังเก​ต Self-Esteem มันไม่ได้มั่นคงอยู่ตลอดเวลา บางครั้งคุณก็ภาคภูมิใจต่อตัวเอง บางครั้งคุณก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่ามากพอ

ฉันเคยถามพี่คนหนึ่งเรื่องการเติบโตในหน้าที่การงาน การไปไกลกว่าจุดที่เขายืนตรงนี้ เธอได้ให้คำตอบนึงกับฉันและฉันรู้สึกว่าเธอคนนี้มี Self-Esteem เธอบอกกับฉันว่า "พี่ไม่ได้ตามหาในสิ่งที่พี่ไม่มี แต่พี่อยู่กับสิ่งที่พี่มี" คำพูดคำนั้นมันทำให้ฉันประทับใจมาก แตกต่างจากใครอีกหลายๆคนที่พยายามหาสิ่งที่ตัวเองไม่มีและลดคุณค่าตัวเองลง แลก​ Self-Esteem​ ของตนเองเพื่อให้คนอื่นยอมรับ

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นแบบไหน หน้าตาอย่างไร​ ความคิด​ ความชอบ​ รสนิยมแบบไหน ถ้าคุณยอมรับมันได้ นั่นแหละคือ Self-Esteem ของตัวคุณเอง คุณจะใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างมีความสุขโดยที่ไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร หรือแม้ใครก็ตามที่จะเข้ามาสร้างปัญหาให้กับคุณในแต่ละวัน มันก็จะไม่มีผลกระทบใดๆต่อคุณเลย And You gonna be happy




SHARE
Written in this book
My diary stories
ชีวิตบ้าๆบอๆในแต่ละวัน​ เหงาบ้าง​ เศร้าบ้าง​ ดราม่าบ้าง​ ตามอารมณ์​
Writer
Rhythmlyn
Independence
เขียนเมื่ออยากเขียน

Comments