ความฝัน(2)
        หลังจากที่ได้เข้ามาเรียนแล้ว ปีแรกก็เรียนภาษาจีนโชคดีที่มีพื้นฐานมาบ้างเลยไม่ได้กังวลอะไรมากนัก ทุกอย่างเราทำกิจกรรมฝ่าอุปสรรคมามากมายในรุ่นไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม เข้ามามหาลัยปีแรกก็คงพ้นเรื่องเพื่อนไม่ได้แน่ๆ 55555 ก็ตามนั้นเลยมีรักกะบเพื่อนบ้างทะเลาะกันบ้าง เอาเป็นว่ามันมีช่วงที่ลำบากมากๆอยู่เลยลำบากจนกระทั้งไม่อยากอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีเพื่อนที่ดีและน่ารักอยู่อีก สิ่งสำคัญเลยคือการที่เราต้องปรับตัว เราก็พยายามปรับตัวจนเหมือนจะเริ่มเข้าที่ จนถึงเวลาที่จะต้องไปจีน

       ถึงเวลาไปจีน คราวต้องจากพ่อจากแม่อีกแล้วแต่เพื่ออนาคตของตัวเองก็ต้องไปวันนั้นเราไม่ร้องไห้เลยเรารู้สึกว่าเราแอบโตขึ้นนิดหน่อย และเก่งขึ้น เมื่อถึงจีนเราก็ได้ฝึกภาษามากมาย อยู่มาก็หลายเดือนจากบ้านมาไกลมีแน่นอน 'อาการคิดถึงบ้าน' แต่เราก็ยังทนได้แล้วการอยู่ต่างประเทศก็ขาดไม่ได้กับประสบการณ์อยู่ร่วมกันมากๆกับคนใกล้ตัว นั้นก็เป็นช่วงเวลาที่เราคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ลำบากและเจ็บปวดมากๆในครั้งนึงเลย จำได้เลยไม่เคยลืมเลยเราโทรหาแม่ทุกวัน ออกไปนั่งรถคนเดียว เดินห้าง ทำทุกอย่างคนเดียว ทรมานนะแต่สบายใจ เดินไปโทรคุยกับแม่ไป เราโทรหาแม่3เวลาหลังอาหารเลย เราจำได้ว่าเราท้อมากเราอยากกลับบ้านเราอยากเลิกเรียนแล้ว เราไม่สามารถเล่าให้ใครฟังได้เลยตอนอยู่ที่นั้น หันไปทางไหนก็พบเจอแต่คนจีน มันเจ็บปวดหัวใจมาก แต่เราว่ามันก็ดีนะดีมากๆเลย เราได้โตขึ้นมาเยอะมากๆ เรารู้จักการอยู่ด้วยตัวเองมากขึ้น การทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้นจัดการต่างๆนานา จนผ่านมันครบจนถึงวันกลับไทยเราดีใจมากที่ได้กลับไทย เราจะได้เจอพ่อ แม่อีกครั้ง..

     หลังจากที่กลับจากจีนแล้ว สอบผ่านวัดระดับอะไรตามเกณฑ์เรียบร้อยแล้วเราก็ได้เามเรียนวิชาวิทย์ต่างๆ ในปีที่2 เราบอกเลยว่าภาษาได้ล้างสมองไปเยอะพอสมควร เกือบจำอะไรหลายๆอย่างไม่ค่อยได้อ่ะ พอเริ่มโตขึ้นกิจกรรมก็มีมากขึ้น รับน้องเอย อะไรเลย ไหนจะเรียนอีกเทอมแรกเราบอกเลยจริงๆว่าสาหัสอยู่ เพราะเรายังปรับตัวกับการเรียนไม่ได้จับหลักอยังไม่ถูกจนได้ Fมาตัวนึง แต่ก็นะเราทำใจไว้แล้วอันนี้ พอเริ่มเข้าเทอมที่ 2 เทอมนี้หล่ะเราได้เรียนวิชาคณะแล้วตื่นเต้นมากแล้วรู้สึกท้าทาย แต่ก็นะความขยันไม่มากพอของเราจึงทำให้วิชาคณะตัวแรกของเราตกลงไป เท่ากับว่า เราได้ F มา2ตัวแล้ว ตัวที่สองเราเสียใจมากเสียใจจนเกือบเสียสติ เราคิดว่าหรือเราเลือกเรียนผิดนะ เราเลือกทางผิดรึป่าว เราจำได้และฝั่งใจเรื่องเรียนมาก เราต้องกลับบ้านเลยวันนั้นแล้วก็หยุดเรียนไปเลย3วัน กลับบ้านไปเราก็นั่งร้องไห้เป็นพักๆ แม่ก็คอยเข้ามาปลอบเรื่อยๆ ตอนนั้นเรารู้สึกหมดหวัง ท้อใจ จนแม่พูดกับเราว่า"ยังอยากจะเรียนอยู่ไหม?" เราเลยหยุดร้งไห้ไปพักนึง แล้วก็มานั่งคิดว่ายังอยากที่จะรักษาคนอยู่ไหม? คำตอบก็คือว่ายังอยากอยู่ เราก็เลยกลับมาฮึดต่อ...

      พอเวลาผ่านไปเราได้เริ่มเรียนวิชาคณะตัวแรกใหม่เราบอกกับตัวเองว่า
เราจะต้องทำให้มันดีกว่าเดิม
ตั้งแต่ตอนนั้นเราเขียนคำศัพท์ ท่องสิ่งที่ควรท่อง อ่านหนังสือ ทบทวนใหม่ทุกวัน อันไหนไม่เข้าใจจะออกไปถามอาจารย์นอกรอบ ต้องบอกไว้ก่อนว่าเราเป็นคนที่หัวช้ามาก หลังจากที่ทำตามความตั้งใจนั้นมันก็มาถึงวันที่ต้องแสดงผลที่ทำออกมา ปรากฎว่ารอบนี้ความพยายามสุดๆของเราทำให้ได้ A ตัวแรกในวิชาคณะมา เราแอบดีใจสุดๆและคิดว่า
นี่หล่ะความพยายามจริงๆของเรา เราก็เก่งหนิหว่า ไม่ได้ขี้ๆเลยนะเนี่ย
และก็ผ่านตัว1ไปได้ด้วยเกรดเอ แล้วมาต่อที่ตัว2 เราก็ยังคงมีไฟในการทำอะไรเหมือนเดิมอยู่ จนได้เกรด B แต่อันนี้เราก็รู้สึกโอเคแล้วเพราะว่าเราพึ่งเรียนครั้งแรกทำได้แค่นี้ก็คือโครตเก่งแล้วจริงๆ เรารู้สึกว่าครั้งนี้ความพยายามมันไม่สูญเปล่าจริงๆนะ..


ปล.คอยติดตามต่อนะคะ:)
SHARE
Written in this book
my dream

Comments