ความแตกต่าง
ฉันเพิ่งรู้ว่าความบังเอิญสามารถนำพาให้คนสองคนที่ดูเหมือนจะแยกทางกันไปแล้วตั้งแต่วันแรก กลับมามีความรู้สึกร่วมกันได้ยาวนานถึงเกือบปี น่าแปลกที่ฉันไม่เคยคิดซักนิดว่าความบังเอิญนั้น จริงๆแล้วคือสิ่งที่เขาภาวนาขอให้มันเกิดขึ้นมาตลอด

เรื่องราวของเราผ่านไปด้วยความเรียบง่าย จากเพื่อนในชนรม กลายมาเป็นเพื่อนสนิทที่สามารถคุยกันได้ทุกวัน ทุกเวลา ทุกเรื่อง เหมือนกับว่าโลกสองใบกำลังหันหน้าเข้าหากัน

'แต่ไม่มีส่วนใดที่เราบรรจบกันเลย'

ในวันที่ฉันรู้ว่าเขาชอบฉันตั้งแต่แรกพบ ฉันได้แต่อึ้ง ดวงใจชาหนึบ หัวสมองตื้อ จนคิดอะไรไม่ออก สิ่งเดียวที่ฉันกลัวคือการเสียเพื่อนคนสำคัญของฉันไป ถ้าคุณคือคนที่โลกส่วนตัวสูง และมีเพื่อนที่สามารถคุยด้วยกันทุกเรื่องโดยไม่มีท่าทีจะรำคาญเขา คุณจะเข้าใจฉันในทันทีเลยว่ามันหายากมากแค่ไหน แต่ทำไมฉันถึงไม่คบกับเขาน่ะหรอ ?

ฉันกลัวการคบกับเขาที่สุด นั่นเพราะเราไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลย ทั้งความฝัน ความคิด หลายคนบอกให้ฉันเสี่ยง หลายคนบอกอย่าเอาเคสเก่าๆมาอ้างอิง และอีกหลายคนบอกให้ฉันทบทวนตัวเอง เราทั้งคู่เพียงแต่บอกเล่าเรื่องราวที่ต่างคนต่างไม่มีวันอินกับโลกของกันแหละกันได้ แต่คุณรู้มั้ย เราทั้งคู่เหมือนหนังสือเล่มใหม่เอี่ยมที่ต่างคนต่างเพิ่งได้รับและเปิดอ่าน และฉันเองที่ดันทิ้งไปด้วยประโยคที่ว่า

"ถ้าคนมันจะใช่ วันนึงเดี๋ยวมันก็กลับมาเจอกัน"

คำพูดที่ทำให้เขาเงียบและหัวเราะเบาๆตามสไตล์หนุ่มขี้เล่นทำให้ฉันยิ้มตา โดยที่ฉันไม่รู้เลยว่าบทสนทนาต่อนี้ จะทำให้เขาหายไปจากชีวิตฉันไปอาจจะตลอดกาล

"ต้องนอนแล้ว ฝันดีนะ"
"ค้าบ ฝันดีนะ :)"  
Read

ให้ตายเถอะ ปฏิเสธเขาไปแล้วจะมาแสร้งว่าอกหักทำไมกันนะ ?ฉันได้แต่ถามตัวเองทั้งที่เรื่องนี้เพิ่งผ่านไปได้แค่ 2 วัน มันตลกตรงที่ 48 ชั่วโมงที่ผ่านมาทำเอาฉันฟุ้งซ่านไปหมดอย่างกับคนบ้า ทั้งที่ปกติก็แยกเรื่องงานกับส่วนตัวออกจากกันได้แท้ๆ มันเป็นเพราะอะไรกันนะ ?

ถ้าเราไม่แตกต่างกันมาขนาดนี้ เราคงจะขึ้นสถานะใหม่ จากเพื่อนไปเป็น 'แฟน' แล้วเนอะ
SHARE

Comments