: คำถามที่ไม่มีคนตอบ

เขาว่ากันว่า 

จิตใจของมนุษย์นั้นยากแท้หยั่งถึง


ผมพึ่งมาเข้าใจไม่นานมานี้เอง..

ผมมันก็แค่คนความรู้สึกช้าคนหนึ่ง
ผมเคยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ และผมก็ไม่คิดจะหาข้อมูลเสียด้วย

เท่าที่จำได้ จุดเริ่มต้นคงเป็นตอน ม.1 ช่วงเลี้ยงปีใหม่นี่ละ ที่ผมได้พูดคุย ได้ใกล้ชิดเธอ และได้สัมผัสกับมือเธอครั้งแรกโดยไม่ตั้งใจ..

ก้อนเนื้อที่อกข้างซ้ายผมนี่เต้นไม่เป็นส่ำเลยครับ รู้สึกวูบๆวาบๆไปหมด กลายเป็นผมที่เขินอายเธอเสียเอง แต่ตอนนั้นผมก็ได้แต่ลนลาน ขอโทษขอโพยเธอเป็นการใหญ่

หลังจากนั้นผมก็รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่จะได้พูดคุยกับเธอ แต่มันก็ไม่ได้มีกันบ่อยๆหรอกครับ ด้วยผมขี้อายเกินกว่าจะชวนเธอคุย เวลาจะคุยทีจึงมีแต่งาน งาน งาน แล้วก็งาน

ต่อมาเธอก็สมัครเฟสบุ๊ค ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะดีใจทำไม แล้วก็ไม่เข้าใจมือตัวเองว่ามันจะทักเธอไปบ่อยๆทำไม และแน่นอนว่าเธอเป็นคนน่ารักครับ เธอตอบแชทผมเสมอ

จนมาช่วง ม.2 ปลายๆ ที่ผมรู้สึกปวดหนึบที่ขั้วหัวใจ ตอนที่ได้เห็นเธอสนิทสนมเป็นพิเศษกับใครคนนั้น ซึ่งเป็นเพื่อนในแก๊งเดียวกับผม และเหมือนเดิมครับ ผมตกข่าวอีกแล้ว เพราะเขาคุยกันมาสักพักแล้ว และดูเหมือนว่าจะมีการแลกเฟสบุ๊คกันซะด้วย

ก็เพื่อนผมนะสิครับ จู่ๆก็มาถามผมว่า 'ผมชอบเธอหรือเปล่า' เอ๋อสิครับ แน่นอนครับว่าผมมันคนปากหนัก ผมตัดสินใจบอกไปว่า 'เปล่า..ไม่ได้ชอบสักหน่อย' มันย้ำอีก 'แน่นะ' ดูมันทำๆ 

ก็เออสิวะ

มันขำแล้วว่า 'แล้วไป'

แต่แล้วมันก็ทำผมอึ้งอีกรอบ หลังจากคบไม่นาน มันก็ถูกเธอตบหน้า เมื่อเธอรู้ว่ามันห่างๆจากเธอ เพราะเพื่อนในกลุ่มของผมอีกคนมาบอกมันว่าชอบเธอเหมือนกัน ด้วยความที่มันรักเพื่อน เลยออกมาเป็นอย่างที่เห็น.. ผมนี่ไม่รู้จะว่าไงเลยครับ

กาลเวลาผ่านพ้นเลยไป จนถึงช่วงใกล้จบ ม.3 เราได้แลกเฟรนด์ชิพกัน ผมจึงเขียนอวยพรเธอไป แต่เธอทำผมเกือบหงายท้องตกเก้าอี้เลยครับ ก็เธอเขียนมาว่า 

เห็นผมยิ้ม หัวเราะให้คนอื่นเสมอ แต่กับเธอทำไมไม่ค่อยเห็นเลย หรือเธอไม่ได้สังเกตเอง

คำถามยังคงวนอยู่ในใจผมมาตลอดราวกับฉายหนังซ้ำ เมื่อผมได้รู้ว่าเราได้เรียน ม.ปลาย ที่โรงเรียนเดียวกัน ผมก็หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องตอบคำถามนั้นให้ได้

เฮ้อ!

แต่ชีวิต ม.ปลาย นี่ไม่ง่ายเลย เพราะเธอมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว เป็นเพื่อนในห้องผมเอง แถมขี้หึงมากด้วย และผมเชื่อว่าเกิดการแลกเฟสบุ๊คกันอีกแล้ว มันถึงขั้นมาบอกผมว่า 'นายก็เป็นเพื่อนที่ดีนะ เราไม่อยากทำอะไรนาย ฉะนั้นนายอย่ามาทำรุ่มร่ามกับคนของเราละกัน'

เอาแล้วไงครับ..

หลังจากนั้น ผมก็ถอยห่างจากเธอ พอเธอทักผม ผมก็พยายามเล่นน้อยๆ อย่างรักษาระยะห่าง ไม่กล้าหยอกล้อกับเธอ แทบจะหลบหน้าเลยด้วยซ้ำ เจอเธอที ใจผมมันโหวงๆ แทบล้มทั้งยืนเลยครับ

พอขึ้น ม.6 ใจผมมันชามั้งครับ ผมเริ่มที่จะกล้ามากขึ้น เป็นต้นว่าเรียกเพื่อนผมและเธอกินขนม ช่วยเหลือเธอทุกโอกาส จนกลายเป็นเธอที่หลบหน้าผมแทน

เอ้า! เป็นงั้นไป..

จนช่วงใกล้จบ ม.6 นี่ละ ที่เธอเริ่มเข้ามาเล่น มาคุยกับผมบ่อยขึ้นจนผมตกใจ อีหรอบเดิมครับ ผมจะกล้าเล่นหัวกับเธอเฉพาะแฟนเธอไม่อยู่เท่านั้นแหละครับ 

.ก็ผมมันคนมันขี้ขลาดนี่นา.
ชีวิตมันเศร้า..

กระทั่งวันปัจฉิมนิเทศมาถึง ผมทำใจกล้า เข้าไปผูกข้อไม้ข้อมือให้เธอ เราอวยพรซึ่งกันและกัน เธอยังคงง้องแง้งน่ารักตามแบบฉบับของเธอ

แพ้ครับ แพ้จริงๆ ผมยอมแล้ว เธอทำผมหัวใจจะวาย..

แต่แล้วก็เหมือนฟ้าไม่อยากให้ผมทำผิด 
เมื่อแฟนของเธอก้าวเข้ามา 

ก่อนที่ผมจะได้ตอบคำถามนั้นของเธอ...

.
.
.

จนตอนนี้ ผมพึ่งรู้ตัว แต่มันก็คงสายไปเสียแล้ว สายเกินกว่าจะทำอะไรได้อีก..

ผมคงทำได้เพียงหวังว่า

 สายลมจะนำพาให้คำตอบของผมล่องลอยไปถึงเธอในสักวัน.

SHARE
Writer
Dek_tua_klom
นักอยากเขียน
ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของเด็กตัวกลมที่ชอบอ่านนิยายกับความฝันของการเป็นนักเขียน #ตัวละครสมมติ

Comments