คืนง่ายๆของผมและเธอ
ร่างบางยืนรับลมอากาศแสนสดชื่นการได้อยู่ร่วมกับใครสักคนที่ใส่ใจเธอเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว สุดสัปดาห์นี้ผมอาสาพาเธอมาเที่ยวตากอากาศที่นี่เป็นรีสอร์ทเล็กๆในนครนายกมีธารน้ำตกไหลมาเอื่อยๆ ห้องพักเป็นบ้านหลังเล็กๆตกแต่งธรรมดาๆแต่ได้บรรยากาศ เตียงเดี่ยวสองเตียงสะอาดสะอ้านน่านอนไม่มีแอร์คอนดิชั่นเนอร์เพราะกลางคืนอากาศค่อนข้างเย็นมีเพียงตาข่ายมุ้งลวดกันยุงและหน้าต่างกว้างกางกั้นธรรมชาติรอบตัว

"ที่นี่สวยนะครับ ดูสิน้ำใสแหนว เล่นน้ำกันมั้ยครับ" ผมนึกสนุกจึงเปรยออกไป

เธอยิ้มแบบไม่เต็มใจที่จะตอบคำถามผม แล้วเธอก็เบือนหน้าหนี พอเห็นสีหน้าแบบนั้นผมก็งงงันกับพฤติกรรมแปลกๆของเธอ

"ดูพลอยไม่ชอบที่นี่เลยนะครับ" ผมตัดพ้อ

"ค่ะ" เธอผลักไสผมออกไปจากห้องพักบอกกับผมให้ไปสนุกกับธรรมชาติ ส่วนเธอขอนอนพักเอาแรงเพราะทำงานมาทั้งสัปดาห์ มาเที่ยวทั้งทีก็อยากสบายกว่านี้เข้าสปานวดอโรมานั้นคือสิ่งที่เธอเปิดใจกับผม

ผมเดินออกจากบ้านพักส่ายหัวกับสิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นความจริง ทำไมผู้หญิงสวยๆเวลาอยู่ด้วยจริงๆกลับเอาแต่ใจหรือผมจะเริ่มต้นแบบลำบากลำบนเกินไปผู้หญิงเขาเลยไม่อยากทน ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่เพราะในใจยังคิดเองอีกว่าที่นี่สวยขนาดนี้จะอยู่ในห้องไปทำไม ผมเดินเลาะไปหาอะไรกินเล่นเพลินๆพลางเดินชมวิวจนอิ่ม ใกล้มืดแล้วผมยังนั่งจิบเบียร์เย็นๆอยู่ที่ห้องอาหารริมน้ำตก ยังคิดไม่ตกว่านี่ผมมาเที่ยวคนเดียวรึเปล่า

"พลอยครับ ไปทานข้าวเย็นกันครับ" ผมเคาะประตูเรียกแต่เสียงในห้องเงียบสนิท ผมจึงเคาะอีกทีครั้งนี้เสียงดังกว่าเดิมแต่ก็ไม่มีวี่แววคนมาเปิดประตูจนผมนึกเป็นห่วง

"คุณครับ ไม่มีใครอยู่ในห้องหรอกครับ" คนงานของรีสอร์ทรีบมาบอกผมก่อนที่ผมจะตะโกนดังกว่านี้หรือไม่ก็พังประตูเข้าไป

"มีสิ ผู้หญิงคนที่มากับผมไง..."

"เธอย้ายห้องพักไปแล้วครับ ไปอยู่ที่ห้องพักสไตล์โรงแรมบนตึกโน้น" คนงานรีบขยายความ

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นแนบหูหมายจะสอบถามให้แน่ชัด ผมคิดว่าเธอต้องไม่ยอมรับสายในทันทีแน่นอน ใช่จริงๆเธอปล่อยให้โทรศัพท์ดังไปเรื่อยๆเพื่อให้ผมลุกลนจนกว่าเธอจะพอใจก่อนจะกดรับสายผู้กระวนกระวาย ผมตั้งคำถามมากมายว่า ทำไม เป็นอะไร ขอโทษ โกรธมั้ย ส่วนฝ่ายรับกลับตอบง่ายๆสั้นๆเพียง "พลอยต้องการพักผ่อน" โลกของผมหมุนติ้วให้สาบถสาบานก็ได้ผมไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้ มาแล้วทำไมไม่ไปต่อ?? จริงๆผมก็เป็นห่วงนะแต่เสียอารมณ์มากกว่า ผมยกมือขยี้หัวตัวเองอย่างเซ็งและความหงุดหงิดไม่สบอารมณ์นั้นทำให้ผมจ้ำอ้าวไปที่บาร์ คืนนี้คงต้องยกซดกระดกไม่ยั้งไปยันเช้าถึงจะสาแก่ใจ

บรรยากาศตอนเช้ามืดอากาศยังเย็นๆ เธอออกมายืนรับลมที่ระเบียง มุมนี้คงพอจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้น เมื่อแสงที่ขอบฟ้าลอดส่องมาแดดอ่อนๆกำลังละลายเมฆหมอกในยามเช้าเป็นภาพที่น่าอภิรมย์ มาเที่ยวครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่าถึงจะไม่ได้ออกไปไหนแค่ได้ยินเสียงน้ำไหลกลิ่นไอดินและรับอากาศบริสุทธิ์เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว เธอขยับผ้าคลุมไหล่ให้กระชับขึ้นอีกนิดแล้วทอดสายตายาวออกไป

ส่วนที่บ้านพักบนธารน้ำตกกลิ่นครุคลุ้งไปด้วยแอลกอฮอล์ ผมยังหลับสนิทนิ่งในท่านั่งหัวฟุบไปกับเตียงแขนและขากางเอกเขนกอยู่กับพื้นขยับไปๆมาๆทั้งร่างก็ลงมากองกับพื้นอย่างน่าเวทนา มาเที่ยวทั้งทียังไม่วายต้องนอนคนเดียวเที่ยวคนเดียวและกินคนเดียว สายกว่าเกือบจะเที่ยงผมเพิ่งขยับตัวตื่นจากฝันร้ายเพราะท้องไส้ปั่นป่วนกระอักกระอ่วนอยากจะอาเจียนเหมือนโดนพายุทอร์นาโด พอได้พักท้องและพอไหวผมก็แต่งตัวแล้วตั้งใจไปรับประทานอาหารเที่ยงที่ห้องอาหาร ผมสะพายกระเป๋าออกมาพร้อมกลับบ้านในทันทีที่กินเสร็จใจคิดไปเองว่าป่านนี้เธอคงจะหนีผมกลับไปแล้วเป็นแน่ ก็ใช่สิเธอไม่ได้สนใจอะไรผมเลยสักนิดแล้วผมจะไปสนใจเธอทำไม แต่เธอจะไปยังไง?? ผมบอกตนเองให้เชื่ออย่างนั้นก่อนที่จะเห็นเธอในชุดกระโปรงสีฟ้าครามเธอหันมาเห็นผมพอดีเธอจึงโบกมือให้ ผมยังงอนอยู่แต่ก็เดินเข้าไปหาอย่างไม่มีรอยยิ้ม พอเธอเชิญผมนั่งผมก็ยังไม่ยอมอีกได้แต่เอากระเป๋ามาไว้ที่เก้าอี้แทน ส่วนตัวผมก็เดินเนื่อยๆไปตักอาหารที่เรียงรายเป็นบุฟเฟ่ต์

ผมกลับมาที่โต๊ะไม่เห็นเธอแล้วหันรีหันขวางก็ไม่มี แต่ผมสัมผัสได้ว่ามีใครบางคนที่กำลังเดินอย่างสุภาพเข้ามาด้านหลัง คิดว่าต้องเป็นเธออย่างแน่นอนผมยิ้มออกรีบคว้ามือเธอไม่ให้ไปไหนก่อนจะหันไปมองเจ้าของมือแล้วถึงกับหน้าแหย

"คุณผู้หญิงให้บอกคุณว่า เธอจะรออยู่ที่ห้องรับรองหน้ารีสอร์ทนะครับ" พนักงานรีสอร์ทส่งยิ้มให้

ผมทอดถอนในใจ "จะอะไรนักหนาวะ" ผมรีบตักอาหารเข้าปากโดยไม่สนใจคนอื่นเลยสักคน

ระหว่างเดินทางกลับกรุงเทพเราทั้งสองไม่ได้คุยกันเลย ผมเปิดเพลงป็อปฟังเพื่อผ่อนคลายเพราะหันไปมองเธอทีไรเธอก็ไม่ได้ใส่ใจผมสักนิด เธอได้แต่มองออกไปนอกหน้าต่างรถ สงสัยคงอยากจะชมวิวข้างทางที่เต็มไปด้วยรถรา เธอคงชอบแบบนั้นผมยังคิดแค้นเธอไม่หาย ไม่นานนักรถสีขาวปอดเพราะเปื้อนลูกรังของผมก็มาถึงคอนโดของเธอ คราวนี้คงต้องบอกลากันจริงๆ ผมยังพอเป็นสุภาพบุรุษเปิดประตูหลังรถยกกระเป๋ามาส่งให้เธอด้วยใบหน้าถอดใจแล้ว

"ขอบคุณนะคะ" เธอรับกระเป๋าแล้วลากมาไว้ข้างกาย

ผมเหมือนไม่รู้จะทำอย่างไรดีจะกลับเลยเพราะงอนที่ไม่ได้อะไรเลยก็ดูจะเสียมารยาท แต่จะอยู่ก็ได้แต่ยิ้มปะแล่มดังนั้นควรบอกลาเสียดีกว่า

"งั้น ผม..."

"นี่ค่ะ พลอยให้" เธอหยิบดอกหญ้าช่อเล็กๆออกจากกระเป๋าถือ เธอส่งให้ผมแล้วบอกผมว่าเป็นที่ระลึก

"คือ ยังไงครับ" ผมทำหน้าไม่ถูก "เออ ขอบคุณครับ"

"นอนห้องเดียวกัน ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ" เธอพูดตรงไปตรงมา ทำให้ผมรู้สึกจุกอกพูดออกมาไม่เป็นเสียงผมมองเธอผิดไปเหรอนี่ บางทีทุกอย่างมันก็ง่ายไปหมดสำหรับผม เรื่องผู้หญิงถ้าผมพอใจมันก็ไม่เคยยากอะไร แต่ถ้าจะขอโทษเธอก็ดูเหมือนจะเสียฟอร์ม จะทำเป็นสุภาพบุรุษทั้งที่เพิ่งโดนด่าอ้อมๆนี่ก็แปร่งๆอยู่ ผมสุดแล้วที่จะสรรหาคำมาเจรจา

“ถ้าคุณทำแบบนี้กับใครอีก ขอให้คิดถึงพลอย คุณอาจเปลี่ยนไปในทางที่ดี”

แล้วเธอก็ขยับกายเข้ามาใกล้ร่างของผมมากขึ้นดวงตาของเธอฉายแววเศร้าและผิดหวัง มันทำให้ผมรู้สึกเกิดมีน้ำตาคลอขึ้นมาเองผมพยายามกดมันเอาไว้ นี่ผมทำอะไรลงไปแต่ เฮ้ย!! ผมไม่ได้ปล้ำเธอซะหน่อยแล้วก็ไม่ได้อะไรเลย มันผิดมากขนาดนั้นเชียวหรือผมงงมาก

"ผม คือผมขอโทษ" และแล้วผมก็กล้าหาญพอที่จะพูดคำๆนี้ออกไป เธอเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นเธอยิ้มน้อยๆและโอบคอของผมไว้ ริมฝีปากนุ่มนวลสีแดงระเรื่อนั้นจุมพิตผมที่แก้มแผ่วเบาตาเศร้าๆคู่นั้นจดจ้องเข้าไปในดวงตาผู้สำนึกผิด

แต่นั่นเป็นเพียงความเพ้อฝันเท่านั้นเพราะผมไม่ได้ขอโทษเธอ และทุกอย่างจบลงที่คำว่า “จาก” โดยที่ผมยังไม่แน่ใจว่าเธอชื่อพลอยจริงๆหรือเปล่า

ยังไงดีถ้ามีผู้หญิงสักคนตกลงไปค้างอ้างแรมกับคุณ

คุณคิดจะทำอะไรกับเธอ คุณคิดใช่มั้ย??  

ทำไมล่ะ ทำไมคุณถึงคิด

คิดตั้งแต่ชวนแล้ว หรือว่าตั้งแต่เจอ ชีวิต!! มันง่ายเกินไปมั้ย

SHARE
Written in this book
เรื่องเล่าวันซึ้งใจ
จิตใต้สำนึกคุณบอกอะไร เล่ามาสิฉันจะฟัง 
Writer
pa_nice
copy shop
เรื่องราวของคนติดละคร และเรื่องจริงของคนอ่อนไหว

Comments