ฉันจับโทรศัพท์ขึ้นมาและเริ่มเขียนมันในเวลา 01.55 น.

ห้องหมายเลข 1008 ของชั้นที่ 10
ณ โรงแรมหรูใจกลางกรุง



วันนี้เป็นวันสุดท้ายของวันหยุดยาวแล้วสินะ?
ฉันพิมพ์มันในขณะที่เพื่อนร่วมห้องของฉันได้หลับใหลไปเฝ้าแม่ซื้อในฝันเรียบร้อยแล้ว

ลมหายใจหน่วง ๆ ถูกพ่นออกมาช้า ๆ
กลิ่นหอมอบอวลจากบอดี้โลชั่นที่ฉันทาลอยเตะจมูก ชวนให้ผ่อนคลายจนน่าจะหลับสบาย แต่ฉันกลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด ทำไมน่ะเหรอ? 

หัวใจของฉันว้าวุ่นเอามาก ๆ.. 
หลาย ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ทั้งฉันและเพื่อนร่วมห้องของฉันไม่คาดคิดและไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ..

แหน่ะ.. แอบคาดหวังไว้ว่าจะได้เจอสถานการณ์ล่อแหลมจากบทนี้ล่ะสิ ...เสียใจด้วยนะ ไม่มีหรอก !



เพราะในห้องนี้มีแต่ผู้หญิงน่ะสิ!! 
(ถึงฉันจะอยากให้มีสถานการณ์ไม่คาดคิดแบบนี้กับคนในฝันบ้างเหมือนกันอ่ะนะ ฮ่า..)

แล้วสิ่งที่ทำให้ฉันว้าวุ่นใจจนต้องมาพิมพ์ระบายแบบนี้คืออะไรน่ะเหรอ?..
อาจจะเป็น...เรื่องที่ได้รับรู้มาล่ะมั้ง !?
คือ.. จะว่ายังไงดีล่ะ?
แบบว่า.. มันก็เกี่ยวแหละ กับเรื่องของ 'หัวใจ'
ก็เพราะวันนี้.. จู่ ๆ เพื่อนของพี่สาวก็มาหาที่บ้านน่ะสิ!




แล้วมันแปลกตรงไหน ..ใช่มะ?
มันก็ไม่ได้แปลกหรอก ถ้าคนคนนั้นไม่ใช่คนที่เคยหลอกฉัน สร้างอีกตัวตนหนึ่งขึ้นมาเพื่อที่จะกลั่นแกล้ง(?) ล่ะมั้ง ให้ฉันหลงเชื่อว่ามีตัวตนแล้วทำให้ฉันรัก.. สุดท้ายก็มาเฉลยว่าไม่มีตัวตนนะ คนที่ฉันรักน่ะ

อ่ะ.. แค่เรื่องแรกก็บ่งบอกได้แล้วใช่มะ ว่ามันไม่น่าให้อภัยมากแค่ไหน ดู ๆ แล้วไม่น่าญาติดีกันได้เลย
เรื่องต่อมาก็คือ.. ในปัจจุบันเขาเป็นคนที่เพื่อนตายของฉันรักด้วยน่ะสิ!? 
อืม.... ก็ไม่แปลกอะไรนิ?

มันก็ไม่ได้แปลกหรอก ถ้าไม่ใช่ว่าเพื่อนตายคนนั้น ...คือคนรักเก่าของฉันด้วย... 
บราโว้!? เคราะห์ซ้ำกรรมซัดชิบหายเลยว่ามั้ย?
สมควรไหมล่ะ? ที่จะว้าวุ่นใจ
คนรอบตัวญาติ ๆ ที่รู้เรื่องก็คือถามพี่สาวฉันใหญ่ว่า

'จะดีเหรอ? ไม่กลัวว่าฉันกับหล่อนจะตีกันตายไปข้างรึยังไง?'

ฉันก็ไม่เข้าใจเท่าไรนะ.. กลัวอะไรกัน
มันผ่านมานานมากแล้ว นานมากจริง ๆ..
จนฉันลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีิอะไรเกิดขึ้นมาบ้าง
เอาจริง ๆ.. ฉันก็ไม่ได้โกรธหล่อนเท่าไรหรอก

แต่แค่.. รู้สึกเศร้า เสียใจ และน้อยใจล่ะมั้ง..
...ก็ เหมือนอะไรที่ฉันรัก ฉันเคยมี ที่ที่เคยยืนมันถูกคนคนนั้นแย่งไปซะหมด... 

ก็แบบว่าจืดจางไปเลย.. ยอดนักเสียสละ !
ว้าวซ่า.. พอพูดขึ้นมาแล้ว ตระหนักขึ้นมาแล้ว
อารมณ์ขึ้นเหมือนกันแหะ!
อ้อ!? แล้วอย่างสุดท้ายที่ชวนให้ใจฉงนก็คือ..

เพราะคนคนนั้นมาแล้ว ป๊าก็ไม่อยากให้กลับดึกก็เลยชวนค้างที่บ้าน แต่ว่า เพราะบ้านกำลังซ่อมแซมต่อเติมอยู่ ก็เลยไม่มีที่นอนพอสำหรับคน 4 คนน่ะสิ! 

ทีนี้.. คุณน้องสาว(ลูกพี่ลูกน้อง)ก็ให้มารับที่มหาวิทยาลัยชื่อดังอันดับหนึ่งของประเทศที่บอกว่ารับใช้ประชาชนแต่ไม่เคยยืนข้างนิสิต
จากนั้นพี่สาวฉันก็พูดขึ้นมาว่่า

ที่บ้านไม่มีที่นอนก็เปลี่ยนมานอนเล่น ๆ ในโรงแรมหรูใจกลางเมืองกันมั้ย ?


อ่ะ ..แค่นั้นเลยที่ทำให้ฉันมานั่งพิมพ์ตัดพ้ออยู่ตรงนี้ จริง ๆ มันก็ตลกแล้วก็บ้าบอดีอ่ะ 
แบบว่า.. แก้ปัญหาด้วยเงินแบบชิล ๆ
แต่สภาพฉันกับพี่สาวก็คือ..
ชุดอยู่บ้านอ้ะ อยู่บ้านแบบบ้าน ๆ เลย

" เฮ่อ.. "

ฉันเหล่มองเสื้อยืดสีแดงเลือดหมูที่เป็นมรดกตกทอดจากคุณพ่อสลับกับกางเกงวอร์ม Superme (ของเก๊) สีแดงคู่กันที่ใส่มา
มันแขวนอยู่บนตู้เสื้อผ้า
อ้อ.. รวมรองเท้าแตะคีบข้างทางสีม่วงที่ซื้อจากตลาดนัดริมถนนด้วย

เห่ยสิ้นดี.. นี่แต่งตัวบ้าอะไรออกจากบ้านมาวะเนี่ย!?

ก็ไม่ได้คิดว่าจะค้างนี่นา..
กะจะมารับน้องแล้วก็กลับบ้านไปนอน อืม.. พอก่อนเรื่องนั้น มาต่อกันที่เรื่องที่ทำให้ฉันว้าวุ่นใจ

พอเธอคนนั้นมา ..มันก็ต้องมีบ้างที่เพื่อนกันมันจะปรึกษาเรื่อง 'ความรัก' ถูกมะ? แล้วคนรักของหล่อนมันก็ 'เพื่อนรัก' ฉัน..
ที่เป็นอดีตคนรักน่ะนะ มันก็ต้องมีบ้างที่แบบ..

อุ่ก! อั่ก! เหอะ เหอะ แล้วก็.. หึ

อืม.. มันก็จี๊ด ๆ ในใจแหละ.. แบบว่าเกิดเรื่องมากมายระหว่างสองคนนั้น แต่..มันก็มีเรื่องมากมายระหว่างสองคนนี้ ด้วยเหมือนกัน

ที่บอกว่าไม่ได้เกลียดหล่อนขนาดนั้นนี่พูดจริงนะ
แต่กับ 'เขา' ฉันมีความรู้สึก.. 
ทั้งรัก ทั้งเกลียด ทั้งโกรธ แล้วก็รู้สึกผิด อีกความรู้สึกก็คงจะเสียใจล่ะมั้ง
ก็.. ตั้งแต่เขากับเธอคบกัน ฉันก็โดนเขาทำซะเป็นอากาศธาตุเลยนี่นา.. ทั้งที่


ที่ตรงนั้นมันเคยเป็นของฉัน นายเคยบอกว่ารักฉันที่สุด นายเคยร้องขอให้ฉันรั้งนายไว้ถ้าหากใจนายกำลังจะเปลี่ยน ผ่านเรื่องราวมาแบบนั้นนี่นา

ฮ่า.. ตลกดีใช่มั้ย ฉันก็รู้ตัวนะว่าตอนที่เราคบกัน ฉันเองก็ไม่ได้ทำตัวน่ารักใส่นายสักเท่าไร เราคบกันตอนที่ยังเด็กมากและฉันมันก็สุดจะเอาแต่ใจ
แถมยังทำร้ายนายไปซะเยอะ เพราะความอยากเอาชนะ ฉันถึงเสียนายไป.. 

นายเคยบอกฉันเอาไว้ว่า นายไม่อยากหยุดรักฉัน ถ้าหากมีวันใดที่หัวใจของนายเริ่มหวั่นไหวกับใครคนอื่น.. 
นายบอกว่า " อย่าปล่อยผมนะ " 
นายขอแบบนั้น " โปรดรั้งผมไว้ อย่าผลักไสผมไปให้คนอื่น "
แต่....รู้อะไรมั้ยคะ คนดี 
ฉันรั้งนายไว้ ไม่ไหวหรอก.. 
เมื่อหัวใจของนายเริ่มสั่นไหวกับใครคนอื่น..
ฉันก็ปล่อยนายไปหาเขาแล้ว
..ฉันจะรั้งนายไว้ได้ยังไง ในเมื่อตอนนั้นรอยยิ้มของนายไม่ได้เกิดขึ้นเพราะฉันอีกแล้ว.. 


ก็นั่นแหละมั้ง.. จุดเริ่มต้นที่ทำให้เราค่อย ๆ ห่างกันไป รับรู้ความเป็นไปของกันและกันน้อยลง ไม่อยากเป็นหมาไปมากกว่านี้...
มันเจ็บ แต่แค่ไม่แสดงออกมาว่าเจ็บ ไม่เคยรู้ล่ะสิ :)

...ตัวฉันจึงเลือกที่จะเลือนหายไปแล้วก็แสร้งว่าไม่เป็นไรเสมอมา...

แล้วยิ่งมาตอนนี้ ตอนนี้ต้องนั่งฟังเรื่องของนายกับเขา.. แผลที่คิดว่าสมานและหายดีแล้วมันกลับมีรอยปริและเลือดซึมออกมา

'ไม่อยากฟัง' ..ใจของฉันปวด แต่ไม่เป็นไรทนได้
'นั่นมันของฉัน!' ...หัวใจฉันตะโกนตอนที่หล่อนเล่าว่าปากของนายน่าจูบเหลือเกิน อือ แต่ฉันก็ยังทนได้
'รำคาญ!' เมื่อหล่อนเล่าเรื่องราวที่นายเคยทำให้ฟัง

"ต้องออกเสียงแบบนี้นะ ออกเสียงให้ถูก" เธอเล่าคำสั่งสอนภาษาอังกฤษของนายให้ฉันฟัง เพราะฉันพูดมันขึ้นมาแล้ว accent ห่วยบรม.. 

"บอกมันว่า เสือก.. ไม่ทำ ไม่พูด พูดมาก รำคาญ!'
ฉันกระแทกเสียงตอบ.. ไม่ได้รำคาญเธอคนนั้น
แต่รำคาญเรื่องราวของนายที่ต้องมาฟังจากปากคนอื่น รับรู้จากคนอื่นทั้งที่แต่ก่อน เราพูดคุยกันตรง ๆ ไม่ต้องผ่านคนกลางเลยแท้ ๆ

...อือ ไม่ชอบใจเลย มันพาล มันปวดในอกแปล๊บ ๆ แต่ต้อง คีพลุคว่ารำคาญ ไม่สนใจและไม่แคร์

ที่มันเจ็บจี๊ด ๆ แบบนี้.. เพราะว่าอะไรนะ?
เห้ย.. อย่าบอกนะว่าแกหึงน่ะ!?
ทุบอกปั่ก ๆ เลยนะ.. ไม่ได้! สถานะคนรักของเราจบไปแล้ว สถานะเพื่อนก็ง่อนแง่นเพราะนายเอาแต่ทำใส่ฉันเหมือนเป็นอากาศ ต้องสำเนียกไว้ว่าฉันไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับนายแล้ว
ตอนนี้คนรู้จักยังไม่รู้ว่าเป็นได้รึเปล่าเลย..
จางลงขนาดนั้นเลยแหละ นายกับฉัน

ถ้านายทำเป็นไม่รู้จัก ห่างเหินกัน
ก็ได้.. ทำมาทำกลับไม่เคยโกง
เพราะฉะนั้นหายไปจากในหัวฉันได้ละ
ฉันไม่ได้แคร์อะไรนายขนาดนั้นหรอก..
ไม่ได้ร้องไห้ หรือน้ำตาคลออยู่ด้วย..!

ขอให้โชคดีต่อไประหว่างเรื่องราวของนายกับหล่อน .
SHARE
Writer
Starbilizer
Writer
Just smile till the sun dawn..

Comments