ความสิ้นหวังกับการเมืองไทย

ก็เป็นอีกเรื่องราวนึงที่อยากจะเขียนเรื่องการเมืองของประเทศไทย จริงๆก็เขียนมานานแล้วล่ะแต่ว่าไม่ได้เผยแพร่เท่าไหร่ ส่วนใหญ่ได้แต่นั่งคุยกับคนที่มีแนวคิดคล้ายกันเท่านั้น


พอเวลาพูดถึงการเมือง หลายคนก็จะเบื่อหน่ายและหันหน้้าหนีแทนที่จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับมัน เพราะอย่างไรการเมืองมันก็เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันทุกๆคนอยู่แล้ว ฉันไม่ใช่activistหรือว่ามีpolitical partyอะไรหรอก เพียงแต่ชอบศึกษาว่าอะไรก่อให้เกิดผลลัพธ์แบบนั้น ซึ่งก็ค้นพบว่าทุกคนหลีกหนีมันไม่พ้น เราเกี่ยวพันธ์กับมันในทุกๆวัน แต่มันขึ้นอยู่กับใครจะเพิกเฉยหรือสนใจกับมันแค่นั้นเอง

ออกตัวก่อนเลยว่าฉันก็ไม่ได้มีความเป็นกลางเสมอไป แต่ฉันมีอุดมการณ์ของฉันเองคือ"เกลียดเผด็จการทุกรูปแบบ" ฉันเห็นถ่ายทอดสดตอนปี 49 คนล้มตายหนีตายกันมากมาย ฉันฟังทุกเหตุการณ์ฟังทั้งสองฝ่าย มันจึงทำให้ฉันไปศึกษาหนังสือทฤษฎีแนวคิดของใครหลายๆคน (โดยเฉพาะในแนวคิดและทฤษฎีทางสังคมและมานุษยวิทยา) คนที่เราชอบมากที่สุดก็คงเป็นแนวคิดของ Karl Marx (คาร์ล มาร์กซ์) สิ่งที่สังคมไทยกำลังรับรู้แนวคิดผิดๆจากมาร์กซ์ที่มีแนวคิดแบบคอมมิวนิสต์นั้นก็มาจากช่วง 14 ตุลาคม นั่นแหละที่หลายคนเข้าใจว่ามันคือระบอบคอมมิวนิสต์ที่เป็นอันตรายต่อประชาธิปไตย แต่แนวคิดของมาร์กซ์จริงๆ มาร์กซ์พูดถึงเรื่องชนชั้นการกดขี่และการปลดปล่อย กล่าวได้ว่าเป็นแนวคิดที่ต้องการปลดปล่อยทาสกรรมกรหรือผู้ถูกกดขี่ออกจากนายทุนที่พยายามเอารัดเอาเปรียบ มีหลายประเทศอย่างรัสเซียหรือจีนเองก็นำแนวคิดมาร์กซไปใช้แต่เป็นแนวทางของตัวเอง

กลับมาพูดถึงความสิ้นหวังของการเมืองในประเทศไทย หลายคนก็คงจะรู้ว่าเมื่อไม่กี่วันมานี้​ มีข่าวเรื่องความไร้ยุติธรรมออกมาเป็นกระบวนการยุติธรรมเพื่อความไม่ยุติธรรม หลายคนเริ่มสิ้นหวัง หลายคนโกรธแค้น หลายคนสะใจ หลายคนเพิกเฉย สำหรับเราค่อนข้างจะเรียกว่าหงุดหงิดไปพร้อมกับอยากหาทางแก้ไขเหมือนกัน เราเกลียดความไม่ยุติธรรมในหลายรูปแบบ ถ้าหากไม่มีการจัดการปัญหากับมันให้ดีขึ้น (แม้จะโดนตอกกลับมาว่าแล้วอะไรคือความยุติธรรม) เดี๋ยวเขียนยาวอีกถ้าหากพูดถึงประเด็นนี้

ปัจจุบันต้องยอมรับว่าสังคมไทยไม่ได้สวยงามเหมือนเมื่อก่อน(?)​ ไม่ว่าจะเป็นไวรัสโควิด19 ที่กำลังระบาด ฝุ่นควัน เศรษฐกิจแย่ที่แม้จะเกิดขึ้นทั่วโลก ของแพงขึ้นเงินเท่าเดิม หนี้สินเพิ่มขึ้น และอะไรอีกหลายอย่าง ทุกอย่างเหล่านี้ต้องพึ่งพาการจัดการปัญหาจากรัฐบาล แม้ว่าจะพึ่งพาตัวเองแต่มันก็ไม่เพียงพอ
ยอมรับความจริงเถอะ คุณอย่าเพิ่งโลกสวยเลยในเมื่อปัญหามันเกิดเราก็ควรหาทางแก้ ซึ่งเราคิดว่ามันก็ดันไปเชื่อมโยงกับ common sense หรือเราเรียกกันว่า 'สามัญสำนึก' ว่าตัวคุณเองจะทำอะไรกับมันบ้าง หรือจะเพิกเฉยและใช้ชีวิตของตัวเองต่อไปแบบไม่สนใจใครใดๆ ​(ไม่ได้บอกให้คุณไปประท้วงใช้ความรุนแรงหรอกนะ)​ 

แต่สำหรับฉันบอกได้เลยว่าคุณคิดผิดถ้าคุุ​ณคิดว่าไม่ใช่เรื่องของ​คุณ​ ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าหากการปกครองดีเพียงพอ ประชาชนกินดีอยู่ดี ทุกคนมีความสุขกับการใช้ชีวิต คุณหาเงินได้ง่ายโดยไม่เบียดเบียนใคร ไม่มีคดีอาชญากรรมร้ายแรงมากมาย นั่นคือการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น แต่ถ้าหากการปกครองแย่ ประชาชนเริ่มอดอยาก ทุกคนต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินมากขึ้น หนี้สินเพิ่มขึ้น ความสุขลดน้อยลง อาชญากรรมเพิ่มขึ้น นั่นคือการเปลี่ยนแปลงที่เลวร้าย 

หลายคนอาจจะบอกว่า ฉันไม่ได้รับผลกระทบ ฉันโอเคกับมัน แต่อีกหลายคนก็กังวลว่าตัวเองจะตกงานเมื่อไหร่ เงินจะขาดมือไหม ภาระที่ต้องแบกรับ เราต้องยอมรับว่าต้นทุนของคนไม่เท่ากัน แต่ไม่ได้แปลว่าจะถีบตัวออกจากต้นทุนต่ำไม่ได้นะ ทำได้แต่แค่ความพยายามมันคงไม่เพียงพอถ้าไม่ได้รับการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม เคยได้ยินประโยคนี้ไหม "ทำให้ตายก็ไม่มีวันรวย" นั่นแหละคือความเหลื่อมล้ำของประเทศไทย ซึ่งตอนนี้ทุกคนก็กำลังสิ้นหวังกับมันมาก

มันก็สามารถเชื่อมโยงไปในเรื่องที่ฉันเขียนในตอนที่แล้วว่า 'ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงใช้จ่ายฟุ่มเฟือย? "Why Young Love to Splurge"' ฉันบอกได้เลยว่าคุณคนที่บอกว่าตัวเองไม่ได้รับผลกระทบมันยังไม่ถึงเวลาของคุณ คุณแค่รอเวลาเท่านั้นที่คุณจะเริ่มรู้สึกตัวว่าฉันได้รับผลกระทบจากมันแล้ว หรือไม่แน่คุณอาจจะได้รับผลกระทบแต่คุณไม่ยอมรับกับมันก็เป็นไปได้

สิ่งที่ฉันอยากให้มันเป็นในตอนนี้ (อุดมคติของฉัน) ก็คืออยากให้ทุกคนใช้ตรรกะในการแยกแยะชุดข้อมูลที่ได้รับให้มากที่สุด หลายคนที่ฉันคุยด้วยยังหลุดไม่พ้นกับแนวคิด'คอรัปชั่น ทักษิณโกง' อยู่เลย 

ถ้าคุณเปิดใจค้นคว้าหาประวัติศาสตร์หรือศึกษาให้ลึกกว่านี้ คุณจะพบว่ามีอีกหลายระบบในประเทศไทยมันเน่าเฟะมานานมาก การที่จะปลุกปั่นประชาชนให้รู้สึกเกลียดชังได้ก็ต้องใช้วาทกรรม ซึ่งวาทกรรม 'การคอรัปชั่น' มันก็ได้ถูกใช้งานได้ดีพอสมควร 

ฉันแค่เพียงอยากเห็นคนในสังคมมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ความเหลื่อมล้ำลดน้อยลง ทุกคนเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม มีความสุขกับชีวิตมากขึ้น ไม่อยากทิ้งใครไว้ข้างหลังปล่อยให้ตายอย่างทรมาน

การที่ฉันออกตัวมาเขียนเรื่องการเมืองและความสิ้นหวังก็คิดไว้แล้วว่าคงจะมีหลายคนไม่พอใจ หลายคนเห็นด้วย และหลายคนเพิกเฉย แต่ฉันก็ไม่ยินดียินร้ายอะไรหรอก เพียงแค่อยากให้หลายคนตระหนักและคิดกับมันมากกว่านี้ อยากให้ทุกคนเห็นว่าตัวเองมีคุณค่าในชีวิตมากพอ อย่าให้ผลประโยชน์ อำนาจของเงินมาบดบังความเป็นมนุษย์ของคุณเอง 

จริงๆมันก็เริ่มมาจากแอคนิรนามนั่นแหละ ฉันเพิ่งรู้ว่าน้องเขาเด็กกว่าฉันหลายปีแต่น้องใฝ่เรียนใฝ่รู้มาก ฉันชื่นชมน้องเขานะ มีเด็กไม่มากหรอกในวัยนี้ที่ศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์ พยายามเปิดมุมมองให้หลายคนรับรู้ แต่สุดท้ายแล้วก็โดนข้อหาเหมือนคนก่อนๆ

สุดท้ายนี้ฉันแค่อยากจะบอกว่าไม่ว่าคุณจะมีแนวคิดการเมืองแบบไหน ขอเพียงแค่คุณอย่าลืมนึกถึงสิทธิที่คุณควรจะได้บ้าง ห่วงคนใกล้ตัวคุณบ้าง ห่วงอนาคตของคุณบ้าง อย่าปล่อยให้เขาลิดรอนสิทธิของคุณไปจนหมด แล้วทำให้คุณยอมจำนนและสิ้นหวังกับมัน ชีวิตเป็นของคุณเอง อย่าให้ประเทศไทยแย่ลงไปกว่านี้เลย









SHARE
Writer
Rhythmlyn
Independence
เขียนเมื่ออยากเขียน

Comments

niji
4 months ago
ชอบมากกกก เขียนแทนใจได้ดีที่สุด
Reply
Rhythmlyn
4 months ago
ขอบคุณ​ค่า นี่ยังคิดว่าตัวเองชอบเขียนวกวนไปมา​ เนื้อหายังกระจัดกระจายอยู่เลย​ค่ะ​
Forchild
4 months ago
ชอบจัง
Reply
Rhythmlyn
4 months ago
ขอบคุณ​ค่า​😊
Kamon09
4 months ago
แต่ก่อนเป็นคนไม่สนใจการเมือง 
แต่ตอนนี้ติดตามการเมืองหมกมุ่นอ่านอะไรเกี่ยวกับการเมือง
 ก็รู้สึกว่า มีความไม่ยุติธรรมเต็มไปหมด (มีแต่การโกงเต็มไปหมด)
ได้แต่หวังว่าเมื่อไหร่ คนดีๆจะได้บริหารประเทศ  คนดีๆที่ต้องการพัฒนาประเทศไปในทางที่ดี
และนึกถึงประชาชน 

Reply
Rhythmlyn
4 months ago
ไม่เป็นไร​หรอกค่ะ​ ไม่ว่าจะสนใจช้าหรือเร็ว​ เพียงแค่เราไม่passiveกับมันเกินไปก็เพียงพอ​ อย่างน้อยเราก็มีความรู้รอบตัวเกี่ยวกับ​บ้านเมืองเราพอ​ พอที่จะบอกสิ่งที่เกิดขึ้นให้ใครหลายคนรับรู้และตระหนักกับมันได้

แนะนำว่าตามได้แต่อย่าสร้างความเครียดให้ตัวเองนะคะ​ ค่อยๆรับข้อมูลเอา​​ 😊
SearchForME_isDay
4 months ago
ชอบการเขียนเป็นกลางทางความคิดดี ทุกวันนี้ผมเพิกเฉยทางการเมืองคือไม่อยากรับรู้เลย เพราะผมศึกษาการเมืองตั้งแต่อดีต ที่เต็มไปด้วยเลือดการสูญเสียที่ดำมืดแม้คนเหล่านั้นผมไม่รู้จักเลยผมก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก เมื่อผมรู้จนลึกทำให้ผมตาบอด เลือกจะไม่รับรู้เลยมันเลยมันโหดร้าย... มันทำให้ผมเศร้าเลย🥺 บ้างคนเอาการเมืองมาหัวเราะได้จริงๆหรอ แต่ผมไม่เต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจอละหดหู่ ขอฝากในมุมหนึ่ง คนที่ศึกษาแล้วสิ่งเจอโหดร้ายก็ไม่อยากสนใจมันอีก... รู้แต่... ไม่ได้
Reply
Rhythmlyn
4 months ago
ถ้ามันทำให้เราเครียดด็พยายามอย่าเสพมันมากเกินไปค่ะ​ เรามีข้อมูลข้อเท็จจริง​ก็ยังดีกว่าเราไม่รับรู้อะไรเลย​ อย่างน้อยเราก็สามารถเอาชุดข้อมูลความรู้ที่มีไปกระจายให้คนไม่รู้ได้รับรู้ได้นะคะ​ ในสถานการณ์​บ้านเมืองแบบนี้กำลังใจและความอดทนคือสิ่งสำคัญ​ เมื่อไหร่ที่เรายอมแพ้เขาก็จะเริ่มได้ใจและอนาคตจะมืดมนยิ่งกว่านี้แน่นอน​ knowledge is power