คุณค่าของการไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศ
วันก่อนเซนเซในคาบCritical Thinking เซนเซพุดถึงเรื่องคุณค่าของการไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศจริงๆแล้วเราไปเพื่ออะไร การไปแลกเปลี่ยนนั้นเราจะไปทำไม เพราะบางคนไปแล้วก็เอาแต่เที่ยวเล่ามัวแต่สนุกอยู่กับสิ่งใหม่ๆที่ไปประสบ แต่กลับไม่ตระหนักถึงหน้าที่ของตนว่าเรามาเพื่ออะไร เซนเซบอกว่าเมื่อก่อนการไปแลกเปลี่ยนนั้นง่ายมากเลยนะ กว่าจะได้มันมาคือต้องฝ่านฟันอุปสรรคและการแข่งขันสูงมาก แต่ปัจจุบันทุนไปแลกเปลี่ยนกลับง่ายกว่าอดีตมากๆ คืออย่างในกรณีคณะเราแค่มีทุนค่าเล่าเรียนมาให้ เราก็เขียนเรียงความส่งถ้ามหาลัยฝั่งนู่นเขาตอบรับมาก็ถือว่าเราไปแลกเปลี่ยนได้แล้ว ลำบากและเครียดก็เฉพาะตอนเขียนเรียงความเพราะต้องส่งไปชิงทุนทั่วประเทศนั้นต่อ แต่ถ้าคนไม่ซีเรียสว่าอยากได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลก็ไม่ต้องกังวลไป เขียนและส่งไปได้เลย พอเป็นแบบนี้แล้วคุณค่าของการไปแลกเปลี่ยนมันเลยดูง่ายไปหมด และหากจะไปเรียนแค่ฝึกฝนภาษาจริงอยู่ที่ว่าการไปเรียนและได้ใช้ในประเทศแม่ มันดีกว่าเพราะมันเห็นและได้ใช้จริงทุกวัน แต่ถ้าจะไปเพื่อแค่นั้นแล้ว เรียนอยู่ที่นี่ไม่ง่ายกว่าเหรอ อืม...คิดไปคิดมามันก็จริงนะ แต่ความรู้สึกเราคือในฐานะที่เรียนเอกด้านภาษา การไปแลกเปลี่ยนประเทศนั้นๆมันก็คือจุดสูงสุด ณ ตอนนี้แล้วนะ แต่ในเมื่อเราไม่สามารถไปได้ เพราะปัญหาติดขัดหลายอย่าง เราก็คงต้องฝึกภาษาที่นี่แหละ ยิ่งเห้นเพื่อนในกลุ่มตัวเองไปกับเกือบหมดทุกคนแบบนี้แล้วเราไม่ได้ไป เอาจริงมันก็รู้สึกโหวงๆนะ แบบว่าเมื่อสมัยปีหนึ่งปีสอง เพื่อนช่วยเราเรียนตลอดอ่ะ เพราะเราเรียนไม่เก่ง พอเพื่อนจะไปแบบนี้แล้วเลยไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงดี แต่เราก็เชื่อว่าเราจะผ่านมันไปได้แหละ และเราจะเก่งขึ้นและรู้จักพึ่งพาตัวเองให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ถึงตอนนี้ไม่มีโอกาสและเราก็เชื่อว่าซักวันนึงเราต้องได้ไปแน่ๆ งั้นตอนนี้สิ่งที่เราทำได้คือตั้งใจเรียน ทบทวนสิ่งที่เคยเรียนมาในอดีตให้มากขึ้น เพราะต่อจากนี้เพื่อนจะไม่ได้มาคอยบอกคอยสอนแล้วนะ เราต้องตอบให้ได้ นึกด้วยตัวเองให้ได้นะ และจะต้องพัฒนาภาษาให้เก่งกว่านี้ ยิ่งรู้ว่าไปไม่ได้ยิ่งต้องเก่งขึ้นให้ได้ เพราะวันนึงถ้าโอกาสมันมาถึงเราจะได้คว้าไว้ได้เลย ต่อจากนี้จะพยายามอ่านและฟังข่าวให้ได้ทุกวันฝึกภาษา(แต่ก็ยืดหยุ่นได้นะ อย่ากดดันว่าต้องทุกวัน ต้องทำให้มันรู้สึกว่าเป็นกิจวัตรเหมือนแปรงฟัน อาบน้ำงี้) และจะฟังpodcast ฝึกภาษาให้มากขึ้น อ่านหนังสือเก็บศัพท์ สำนวนการใช้ และความรู้ภูมิหลังให้มีมากขึ้น จะได้รู้จักคิด วิเคราะห์ด้วยตัวเองได้ และต่อจากนี้เราต้องวางแพลนทำคลิปเต้นและแต่งหน้าแบบจริงจังแล้วนะ เพราะเป็นสิ่งที่ชอบและอยากทำเก็บไว้ ผลัดมาหลายครั้งแล้ว ปีนี้จะต้องสำเร็จ สุดท้ายคือต้องคิดถึงเรื่องที่อยากจะเรียนกฎหมายเพิ่มพูนทักษะให้กับตัวเองในการทำงานในอนาคต ถามว่าชอบไหมยังตอบไม่ได้หรอก แต่สนใจและอยากทำ เหตุผลอาจจะดูไม่ได้มีน้ำหนักอะไรมาก แต่เราต้องคิดเหตุผลลึกขนาดไหน เราถึงจะสามารถมาทำสิ่งที่เราสนใจได้งั้นเหรอ งั้นไม่สนละ ทำเลยแล้วกัน.. 
SHARE
Writer
Redbean
Diaryer
My life, Need to talk about myself.Because now anybody can talk deeply to my heart. บ่นไปเรื่อยของเด็กนักศึกษาปีสามที่จะย่างเข้าปีสี่

Comments