แด่การเติบโตแสนเจ็บปวด
          ฉันเคยอยากเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เพราะ ’อิสระ’ มันช่างดูงดงามชวนฝัน 

          ‘ราวกับนกที่สยายปีกโผบินไปบนฟากฟ้าได้อย่างเสรี’

          แต่เมื่อฉันก้าวผ่านวันเวลาและเติบโต 

          ฉันถึงได้รับรู้ว่า
          รสชาติของการเติบโตมันช่างแสนขมปร่าเสียเหลือเกิน
          เพราะการเติบโตขึ้นมาโดยไม่เจ็บปวดแต่อย่างใด เป็นเรื่องที่แม้จะอ้อนวอนต่อฟ้าดินสักเพียงไหนก็คงสิ้นหวังริบหรี่ 

          โลกจึงบีบคั้นให้เราต้องเรียนรู้ที่จะหายาบรรเทาความเจ็บปวดของชีวิต 

          แน่นอนว่ายานี้ เป็นยาเฉพาะที่และเฉพาะคน 

          หากยานี้ คนภายนอกสามารถมองเห็นได้ บางคนอาจจะมีจนต้องใช้รถบรรทุกขนาดมหึมาบรรจุมัน เพื่อนำติดตัวไปใช้ต่อสู้กับความขมขื่นของชีวิต



          แต่ชีวิตที่ว่างเปล่าและจมลงในมหาสมุทรแห่งความสิ้นหวัง กลับมีสาเหตุมาจากยาบรรเทาปวดที่ว่า

          เพราะทำได้แค่บรรเทาเพื่อให้ลืมและเจ็บปวดน้อยลง แต่ไม่ได้ทำให้เรื่องที่บาดลึกเข้าไปในจิตใจนั้นหายไป 

          กลับกัน ยังสร้างรอยแผลเป็นและสะเก็ดแผลเล็กๆไว้ให้ดูต่างหน้าทุกครั้ง 

ถ้าหัวใจของฉันได้มีโอกาสพูดความในใจ คงป่าวประกาศไปทั่วว่าหยุดทำร้ายกันสักที เพราะแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว


          เพราะเติบโตขึ้นมาจากการโดนพร่ำสอนเสมอว่า ’อดทนเข้าไวนะ โตแล้ว’ บางทีตัวฉันเองก็ตั้งคำถามในใจกับตัวเองลึกๆเหมือนกันว่า 

          ‘ต้องโตแค่ไหนถึงจะได้เลิกอดทนเสียที ?
          อีกสัก 10 ปี ? 20 ปี ? หรือทั้งชีวิต ?’ 

          ยาบรรเทาปวดที่ฉันเพียรพยายามสร้างมา จากการทนความเจ็บปวดไม่ไหว ถูกนำมาหยิบใช้ไม่เว้นแต่ละวัน 

           และแน่นอน มันทำให้ฉัน เสพติด 

          ฉันผ่านมันมาได้ด้วยหัวใจที่ยับเยิน เต็มไปด้วยรอยแผลและรอยยิ้มที่ฉันสร้างมันได้เก่งกว่ายา 

          เพราะมันไม่เคยได้สร้างมาจากใจของฉันเลย 

          นานวันเข้ามันก็เริ่มจะไม่ได้ผลไปทุกที จนในที่สุด ยานี้ก็ไร้ค่า 

           — ตัวฉันทิ้งดิ่งลงก้นเหวแห่งความรวดร้าว และปีนกลับขึ้นมาไม่ได้อีกเลย

          
เด็กน้อยที่แม่เคยพร่ำสอนว่าการโกหกเป็นสิ่งไม่ดี บัดนี้เด็กคนนั้นกลับโกหกเก่งเสียยิ่งกว่าอะไร โกหกเก่งเสียจนหลงลืมไปแล้วว่าการหัวเราะออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจนั้นเป็นเช่นไร







SHARE

Comments