จดหมายถึงคุณฉบับสุดท้าย

หวังว่านี่จะเป็นจดหมายถึงคุณฉบับสุดท้าย

        มีบางอย่างกำลังเรียกร้องอยู่ภายใจฉัน บางอย่างที่ฉันไม่เคยให้ความสนใจถึงขั้นที่จะรับคำร้องขอนั้นอย่างใจจริง
        ในเช้าวันจันทร์วันหนึ่งของเปิดเทอมใหม่ สัญญาณบางอย่างภายในใจฉัน ก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง ดังขึ้นเหมือนกับทุกที เพียงแต่ว่าจุดกำเนิดของสัญญาณในครั้งนี้กลับแตกต่างกันออกไป 

        ฉันเดินสวนกับเธอคนนั้นอีกครั้งในวันนั้น จิตใจของฉันยังคงสั่นไหวเหมือนกับทุก ๆ ครั้งที่เราเดินเฉียดกัน เเม้ว่าใจดวงที่หนึ่งอยากจะตัดขาดกับความรู้สึกเหล่านี้ก็ตาม แต่ใจดวงที่สองกลับสั่นไหวบอกใบ้เป็นคำตอบ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วฉันมีใจแค่ดวงเดียว
        เธอคนนั้นกลายเป็นจิ๊กซอตัวหนึ่งของชีวิตฉันไปแล้ว โดยที่เธอเองก็คงไม่รู้ตัว และฉันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น ฉันยึดถือเอาเธอมาเป็นสาเหตุหลักของการเริ่มต้นงานเขียน งานวาดของฉัน ฉันมีความปราถนาในการจดบันทึกเรื่องราววันธรรมดา ๆ ของตัวเองมากขึ้น ฉันอยากจะเก็บความรู้สึกบางความรู้สึก เก็บความทรงจำเล็ก ๆ ผ่านตัวอักษรและแป้นพิมพ์ของฉัน และก็คงจะแอบหวังใหญ่ ๆ ด้วยว่า ภายในเรื่องราวธรรมดา ๆ ความรู้สึกที่คงจะเหมือน ๆ กับคนทั่วไปแบบนี้ คงจะดีไม่น้อย ถ้ามีเธออยู่ในนั้นด้วย
        หลังจากที่ได้เจอเธอในวันจันทร์ธรรมดา ๆ อากาศร้อน ๆ ในวันนั้น มันทำให้ใจทั้งสองดวงของฉันต้องกลับมาทำงานหนักอีกครั้ง กลับมาถกเถียงกันอีกครั้ง กลับมาคาดหวังกันอีกครั้ง และกลับมาปลอมประโลมกันเองอีกครั้ง ใจดวงที่หนึ่งบอกกับฉันว่า ฉันไม่ได้ชอบเธอขนาดนั้นหรอก แต่ใจดวงที่สองกลับทำให้ฉันพบกับความจริงที่ว่า มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย เพราะเพียงได้พบหน้าเธออีกครั้ง ทุก ๆ อย่างก็ชัดเจนขึ้นจนไร้ข้อกังขา
อืม
.
.
.
เพียงแค่เห็นเธอจากที่ไกล ๆ ฉันก็เผลอยิ้มขึ้นมาซะแล้ว
ความรู้สึกที่อาจจะไปถึง แต่แน่นอนว่าความรู้สึกนั้นไม่ใช่กระจก ดังนั้นถึงแม้มันจะไปถึง มันก็คงไม่สะท้อนกลับมาอยู่ดี แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น การห้ามตัวเองไม่ให้รู้สึกคาดหวัง ก็คงจะยากพอ ๆ กับการห้ามตัวเองไม่ให้รู้สึกชอบเธอนั่นแหละ
         ฉันชอบเธอผ่านโลกของฉัน ฉันรู้จักเธอผ่านโลกที่เธออนุญาตให้รู้ และเธอก็เห็นฉันผ่านโลกที่ฉันอนุญาตให้เห็นเหมือนกัน ถ้าลองมองในเชิงของรูปธรรมแล้ว เราอาจจะอยู่บนโลกเดียวกัน ประเทศเดียวกัน ระยะห่างเพียงแค่เอื้อมมือ สามารถแตะไหล่ถึงกันและเอ่ยทักทายกันได้ (ถ้ากล้าและไม่กลัวถูกมองว่าแปลกมากกว่าเดิม) แต่ถ้ามองเป็นนามธรรมแล้วล่ะก็ จะสามารถเห็นได้เลยว่า ระยะห่างระหว่างเรานั้น แม้แต่ระยะห่างระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ก็ยังสู้ไม่ได้ (เวอร์) และฉันไม่รู้ด้วยว่า ต้องเข้าเธอแบบไหน ถึงจะทำให้เธอรู้สึกอึดอัดใจน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่ในขณะเดียวกัน ภายในโลกที่เธออนุญาตให้ฉันและใคร ๆ ก็รู้นั้น ก็พอจะมีเรื่องราวมากพอที่จะทำให้ฉันรู้สึกว่า ในโลกของฉันก็มีเธออยู่ในนั้น เธอบอกว่าวันนี้เธอฟังเพลงอะไร เธอบอกว่าวันนี้เธออยู่ที่ไหน กำลังทำอะไร หรือตอนนี้กำลังอินกับอะไรอยู่ เธอบอกเล่าเรื่องราวที่เธออยากบอก ผ่านโลกใบนั้น และเพราะโลกใบนี้เอง ที่ทำให้เราพอจะมีความทรงจำร่วมกันบ้าง และทำให้ฉันรู้สึกว่าระยะห่างระยะเรานั้นแคบลง ถึงแม้จะไม่ได้แคบลงมาก แต่ก็แคบลงพอที่จะประคับประคองแสงสว่างของความหวังภายในใจฉันไม่ให้มอดดับลง ฉันอยากขอบคุณ และขอโทษเธอ กับสิ่งที่ฉันเผลอทำลงไปผ่านโลกใบนั้นโดยที่ไม่ได้คิดให้ดีก่อน ขอบคุณและขอโทษจริง ๆ
         ฉันเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาที่มีความพิเศษอยู่ในตัวเองคนหนึ่ง ที่ชอบผู้ชายธรรมดาที่มีความพิเศษอยู่ในตัวเองคนหนึ่ง เหมือนกับคนทั่ว ๆ ไปที่มีความพิเศษในตัวเองเหมือนกัน และเมื่อฉัน ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งสามารถชอบผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งได้ ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ผู้ชายธรรมดาคนนั้นก็สามารถชอบผู้หญิงธรรมดาอีกคนได้เหมือนกัน แต่ในความธรรมดา ๆ นี้ ก็กลับสร้างความรู้สึกเจ็บปวดที่ไม่ธรรมดาได้ หรือไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกอื่น ๆ ที่ไม่ธรรมดาก็สร้างได้เหมือนกัน ที่บอกว่าไม่ธรรมดานั่นก็เพราะว่า ฉันไม่สามารถหาคำธรรมดา ๆ มาอธิบายความรู้สึกเหล่านั้นได้ ฉันไม่สามารถบอกว่าเจ็บ เหมือนตอนที่บังเอิญหกล้มได้ ฉันไม่สามารถจะบอกว่าชา เหมือนตอนที่ต้องนั่งสมาธิจนขาชาแบบตอนประถมได้ บางครั้งความรู้สึกนั้นก็เหมือนกับว่า มีคนมาเปิดวิดีโอที่เราไม่ชอบให้ดู แล้วก็เปิดให้ดูหลาย ๆ ครั้งด้วย ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ก็แค่ลุกขึ้นหนีไม่ดูก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอ หรือถ้าลุกไม่ได้ งั้นก็นั่งดูให้ชินไปเลยเป็นไง นั่นแหละ ฉันว่าฉันพอจะเห็นปลายทางของความรู้สึกนี้แล้วหล่ะ
         ความคาดหวังที่พาใจของฉันล่องลอยไปไกลได้กลับมาแล้วในตอนนี้ ไม่ได้มีความหวังครึ่ง ๆ กลาง ๆ อีกต่อไป ถึงแม้แสงสว่างในความคาดหวังจะดับลง แต่ก็ได้แทนที่ด้วยความเข้าใจที่มากขึ้น เข้าใจทั้งเรื่องราว เหตุการณ์ ตัวเธอ และตัวฉันเอง และความเริ่มเข้าใจในเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้เองที่กำลังถยอยตอบคำถามที่ล้วนแต่เคยเกิดขึ้นในใจของผู้หญิงธรรมดาแต่ก็พิเศษคนนี้หลายต่อหลายครั้ง และถึงแม้ฉันจะเคยบอกไว้ว่า ความรู้สึกนั้นไม่ใช่กระจก มันไม่ได้สะท้อนกลับ เหมือนกับกระจกตอนที่มีเเสงตกกระทบ แต่สิ่งหนึ่งที่กระจกและความรู้สึกของคนเรามีเหมือนกันนั้น ก็คือมันไม่เลือกหรือระบุเจาะจงเฉพาะแสงบางแสงหรือคนบางคนคน กระจกมันเลือกไม่ได้ไม่ใช่เหรอว่าจะสะท้อนแสงนี้ หรือไม่สะท้อนแสงนี้ ความรู้สึกของคนเราก็น่าจะเหมือนกัน มันเลือกไม่ได้หรอกว่าจะรู้สึกกับคนไหน และนี่ก็น่าจะเป็นเหตุผลมากเพียงพอแล้ว ที่จะยอมรับและพยายามทำความเข้าใจง่าย ๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าเธอ ผู้ชายธรรมดาคนนั้นชอบผู้หญิงธรรมดาอีกคนหนึ่ง
         มีคนที่สนิทและรับรู้เรื่องราวเหล่านี้มากพอที่จะตำหนิติเตียนฉันเกี่ยวกับเรื่องราวระหว่างฉันกับเธอได้ เขาบอกกับฉันว่า ฉันไม่พยายาม ไม่พยายามมากพอที่จะเข้าไปในโลกจริง ๆ ของเธอ ดังนั้นถึงจะต้องประสบกับความผิดหวังก็คงไม่มีอะไรน่าแปลกใจ หรืออาจจะสมควรแล้ว ไม่ว่าฉันจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจคำพูดเหล่านี้ก็ตาม แต่ฉันก็ยอมรับเลยว่า สิ่งแวดล้อมที่ฉันโตมา และประสบการณ์ของฉันที่ประสบพบเจอมาในอดีต และความเป็นตัวฉันตอนนี้ อาจจะยังไม่มากพอที่จะทำให้ฉันต่อสู้กับอุปสรรคครั้งนี้ได้ เพราะในขณะที่ฉันต่อสู้อยู่นั้น ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองพยายามประมาณหนึ่งแล้ว ในแบบของตัวฉันเอง แต่ก็คงจะไม่มากพอที่จะข้ามผ่านอุปสรรคที่ว่าได้ ถึงจะคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นข้ออ้าง แต่สิ่งที่ฉันรู้สึกได้นั้น มันก็น่าจะเป็นของจริงเหมือนกัน
         ไม่มีใครที่สามารถจะเข้าใจความรู้สึกที่ไม่ชัดเจน และสับสนวุ่นวายนี้ได้มากเท่าตัวของตัวเองอีกแล้ว เพราะแต่ละคนเกิดมาต่างที่ ต่างสถานการณ์กัน จริง ๆ แล้วอาจจะไม่จำเป็นจะต้องอธิบายให้คนอื่นเข้าใจก็ได้ เพียงแค่เราเข้าใจตัวเองได้ก็เพียงพอแล้ว (แค่อธิบายให้ตัวเองเข้าใจจริง ๆ ยังยากเลย555)
         ตอนนี้เลขประสบการณ์ด้านความรักของฉันกำลังเพิ่มขึ้นแล้ว แต่กว่าจะรู้ตัวว่าเพิ่มและเป็นเรื่องดีนั้น ก็ใช้เวลาไม่น้อยอยู่เหมือนกัน ตอนที่ความรู้สึกเหล่านั้นกำลังเข้มข้น เราต่างพยายามแย้งอยู่ลึก ๆ ในใจว่าเวลามันจะไปช่วยอะไรได้ เพราะมันเป็นประโยคที่ฟังแล้ว ก็ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกเหล่านั้นเจือจางลงเลย แต่สุดท้ายเราก็จะได้รับรู้และสัมผัสได้ด้วยตัวเองว่า เวลามันนำพาใจของเรา ให้ชินชากับความรู้สึกที่เราไม่อยากพูดถึงนั้นได้สำเร็จ ไม่มากก็น้อย
         ฉันเคยได้ยินคำพูดที่ว่า ' บางครั้งการไม่รู้ก็อาจจะเป็นตัวเลือกดีกว่า ' แต่สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ การที่ได้รู้ว่าเธอมีคนที่ชอบอยู่แล้ว ฉันก็ยังยืนยันเสียงเดิมได้ว่า มันยังคงเป็นตัวเลือกที่ฉันยังอยากจะได้รับรู้อยู่ดี ถึงแม้ความหวังในวันนั้นจะพังทลายลง ถึงแม้วันนั้นจะโดนความเศร้าเข้าปกคลุม แต่ตัวฉันในตอนนี้กลับยังคงยิ้มได้ และมีความสุขดีมากกว่าตอนนั้นเสียอีก
         นอกจากด็อกเตอร์สเตรนจ์แล้ว ฉันก็ไม่รู้แล้วว่า มีมนุษย์คนไหนสามารถย้อนเวลาได้อีกบ้าง แต่ที่แน่ ๆ ก็ไม่ใช่ฉันแล้วคนหนึ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันสามารถทำได้ และมนุษย์ทุกคนก็น่าจะสามารถทำได้เหมือนกัน นั่นก็คือการเติบโตไปข้างหน้าผ่านเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต แม้อาจจะไม่ใช่การก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างชัดเจน เพียงแต่เป็นการขยับ ขยับตัวเล็ก ๆ ให้เลื่อนไปข้างหน้า ไม่จำเป็นต้องเร็วและไม่จำเป็นต้องช้า ไม่จำเป็นต้องลืมเรื่องราวเหล่านั้น ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ แล้วเวลาที่เรารู้สึกคุ้นชินกับความรู้สึกของเหตุการณ์เหล่านั้นจะมาถึง แน่นอนว่าแต่ละคนจำเป็นจะต้องใช้เวลาที่แตกต่างกันออกไป และไม่มีใครที่สามารถบอกระยะเวลาเหล่านั้นได้ หรือบางทีเราอาจจะไม่จำเป็นต้องไปโฟกัสกับตรงนั้นก็ได้ เดี๋ยวเราจะได้รับรู้เอง เมื่อเวลานั้นมาถึง วันที่เราสามารถยิ้มได้มากกว่าเก่าแล้ว
SHARE
Writer
oneulyhi
ไรเตอร์เช้าวันจันทร์
ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ขอให้วันนี้เป็นวันที่น่ารักค่ะ 💓⛅️

Comments