แด่ความรักที่สร้างเรา,





     คุณว่า ความรักคืออะไรหรอคะ?

     เด็กน้อยเอ่ยถามออกไปในตอนที่เอื้อมมือไปรับดอกคาร์เนชั่นช่อเล็กที่พอจะนำไปใส่แจกันทรงสูงมากอดไว้ จากมือของคนส่งดอกไม้ และหนังสือพิมพ์ของคุณปู่ คนแสนใจดีที่ชาวหมู่บ้านมาร์ควอร์ซคุ้นหน้าคุ้นตาเสมอ ตลอดระยะเวลาหกที่ผ่านมา ฉันก็เช่นกัน

     ผู้ชายคนนั้นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากตอบคำถามนั้น ด้วยคำถามใหม่

     ทำไมถึงอยากรู้ล่ะครับ

     เธอยิ้มตอบแล้วส่ายหน้าให้กับคำถามนั้น เป็นการปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

     “ ถ้าอย่างนั้น ไปทุ่งทานตะวันกันไหม ”



     

     ความรักสำหรับคุณคืออะไรหรอคะ

     คำถามเดิมดังขึ้นมาหลังจากสิ้นเสียงจอดจักรยานตะกร้าไม้ทั้งสองคัน ผู้ชายคนนั้นเหลือบมองอีกคนเล็กน้อย ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนชิงช้าไม้สีขาว ข้างหลังสวนดอกไม้กว้าง ทอดสายตามองธรรมชาติ และเอื้อมสัมผัสลมหวูดหวิวสุดลูกหูลูกตา

     เป็นเขาที่เริ่มเอ่ย

     “สำหรับพี่ ความรักมันมีหลายแบบนะ มีทั้งความรักที่คอยผลักดัน ความรักที่ทำให้รู้สึกล้มเหลว ความรักที่ดี ความรักที่เจ็บปวด ความรักที่เติมเต็มเรา หรือความรักที่บั่นทอนเรา ขึ้นอยู่กับที่ว่าเรารักใคร รักยังไง รักอะไร”

     “แล้วคุณเคยมีความรักไหมคะ”

     “แน่นอน ทุกคนเคยมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรักดนตรี รักบทเพลง รักท้องฟ้า รักทุ่งหญ้า รักดอกไม้ รักตัวเอง รักช่วงเวลาที่ดี รักคนรอบข้าง...เห็นไหม เยอะมากเลย

     แต่รู้ไหม เราก็ต้องหัดวางใจไว้ให้ถูกที่ รักให้ถูกคน เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมอบรักนั้นตอบ  ไม่ใช่ทุกคนที่จะคอยโอบรับผู้ที่ตกลงมา หลุมรักน่ะนะ เมื่อตกลงไปมันจะเจ็บปวดจนปีนขึ้นมาแทบไม่ได้เลยล่ะ”

      “แล้ว...ถ้ามันเจ็บ ทำไมคนเราถึงต้องไขว่คว้าหาความรักด้วยหรอคะ”

       “เพราะความรักมันเป็นขุมพลังของจักรวาลไง ความรักทำให้เราเหนื่อยได้ มันก็ทำให้เราหายเหนื่อยได้ ความรักทำให้เราเจ็บได้ มันก็ทำให้หายเจ็บได้เหมือนกัน

      พอเราตกหลุมรักแล้ว ความพยายามก็จะยืดตัวเป็นอนันต์ ต่อให้เจ็บแค่ไหนเราก็จะยังเดินต่อไปได้ ต่อให้ผิดหวังเท่าไหร่เราก็จะสร้างความหวังใหม่ขึ้นมา หรือต่อให้เสียใจแค่ไหน เราก็จะยังวนเวียนกลับมารักคนเดิมได้

      เพราะสุดท้าย ถ้าความรักเป็นตัวทำลายทุกอย่าง มันก็จะสามารถกลับมาเยียวยาทุกอย่างได้เหมือนกัน”

      “แม้กระทั่งจิตวิญญาณที่แหลกสลายไปแล้ว?”

      “แม้กระทั่งจิตวิญญาณที่แหลกสลายไปแล้ว.”






      “มีคนบอกว่า หนูเข้าใจยากเกินกว่าจะรัก”

      “ความเข้าใจยากเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะ”

      “ยังไงหรอคะ”

      “ก็ศิลปะมันไม่ได้มีไว้ให้ทุกคนเข้าใจ มันมีไว้ให้บางคนรู้สึก”

      “แล้วคุณรู้สึกไหมคะ”

      “นี่หลอกถาม?”

      



       แสงแดดอ่อนค่อย ๆ ทอดลงมา เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง รับกันดีกับรอยยิ้มและรูปแก้มที่ขึ้นสีอีกหน ทุ่งทานตะวันเป็นแหล่งกักเก็บความสุขเปี่ยมล้นและความทรงจำชั้นดีของพวกเราเสมอ เธอเชื่ออย่างนั้น


       “มัน...รู้สึกยังไงหรอคะ”

       “อะไร การตกหลุมรักน่ะหรอ”

       “นี่คุณอ่านใจหนูได้หรือเปล่าเนี่ย”

       “ฮ่า ๆ ”

        “ — ”

        “ก็ครั้งแรกที่ตกหลุมรักน่ะนะ คนเรามักจะไม่รู้ตัวเท่าไหร่หรอก เราอาจแค่ประทับใจในการกระทำของเขา มีความสุขง่ายเมื่อมองเห็นเขา ยิ้มได้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำ กับเรื่องราวเล็กน้อยที่เกิดขึ้น เราจะไม่ทันได้สังเกตมันเลย รู้ตัวอีกทีก็คงถอนใจไม่ขึ้นแล้ว”

       แต่นักรักน่ะ เขาไม่อ่อนแอถึงขนาดจะปีนกลับขึ้นไปเมื่อตกลงมาแล้วหรอกนะ 

    “พอเรารักแล้ว การกระทำของเขาย่อมมีผลต่อเราเสมอ โลกของเราจะเต็มไปด้วยเรื่องของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว เราอยากเห็นเขายิ้มได้และมีความสุขเสมอ อาจจะไม่ใช่ตรงนี้ แต่เป็นที่ไหนสักที่ในโลกนี้เลยแหละ”

    “แล้วเราจะยอมรับได้หรอคะ ถ้าเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้”

    “ได้ครับ ตราบที่เรารัก และรับรู้ได้ว่าเขามีความสุขอยู่ตรงไหนสักที่ ไม่ว่าจะหายไปจากกันนานแค่ไหนก็ตาม”

    “แล้วเวลาคุณรัก คุณรู้สึกยังไง”

    “ขี้สงสัยจังนะ”

    “เสมอเลยล่ะค่ะ ฮ่า ๆๆ ”

    “เวลาที่รัก เราก็จะอยากมอบสิ่งดี ๆ ที่เรามีให้แก่เขา ดวงดาวทั้งจักรวาลที่เราเคยครอบครอง ดอกทานตะวันทั้งทุ่ง ท้องฟ้าทั้งผืน แม่น้ำทั้งสาย เรามอบมันทั้งหมดให้เขาได้ เพราะว่าการมีเขามันทำให้หลายสิ่งเหล่านั้นหมดความหมาย หมดความสวยงามในทางใดไปเลย”

    “ความรักนี่มันสวยงามจังเลยนะคะ”

    “อีกด้านหนึ่งของมันก็ไม่ได้สวยงามเท่าไหร่หรอก”

    “?”

    “เคยได้ยินไหม มีรักก็ต้องมีทุกข์ มีความสบายใจก็ต้องมีความกังวลใจ มีความสุขใจก็ต้องมีความเศร้าใจ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะสมหวังหรอกนะ ความรักมันแสนดีแต่ก็แสนใจร้ายแบบนั้นล่ะ”

    “โลกของน้ำตาช่างเป็นดินแดนที่แสนซับซ้อนจังเลยนะคะ ปู่ของหนูบอกมา”

     “หือ”

     “ก็...เราควบคุมมันได้ยากมากเลย ไม่รู้ว่าเราจะมีมันตอนไหน ตอนที่เราดีใจ เราก็ร้องไห้ ตอนที่เราเสียใจ เราก็ร้องไห้ ตอนที่เราแตกสลาย เราก็ร้องไห้นี่นา”

     “หนูว่า น้ำตาเป็นสิ่งที่แสดงความรู้สึก ว่างั้น?”

     “ใช่เลย”

     “ไม่เสมอไปหรอก ผู้ใหญ่บางคนรักแล้วก็ต้องเก็บไว้ เสียใจก็ต้องเก็บไว้ ดีใจก็ต้องเก็บไว้ แตกสลายก็ต้องเก็บไว้ น้ำตาไม่ได้ช่วยเกลาความรู้สึกให้ชัดเจนขึ้นขนาดนั้น”

     “แต่หนูก็รู้สึกดีขึ้นทุกทีหลังจากร้องไห้นะ”

     “อ้าว เป็นเด็กขี้แงหรอเนี่ย”

      ฉันหัวเราะตอบกลับ อยากขอบคุณเขาเหลือเกินที่เข้ามาทำให้เวลาเจ็ดโมงเช้า แสงแดดอ่อน ทุ่งทานตะวัน และท้องฟ้าสีครามไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

      เหมือนที่ตอนเด็กเคยตั้งคำถาม ว่าเราจะสามารถเดินทางรอบจักรวาลด้วยความสุขของคน ๆ เดียวได้จริงหรือ แต่พอถึงตอนที่เขายิ้ม ถึงตอนที่เขาหัวเราะออกมา ตอนที่ได้สัมผัสความสุขของเขา บทพิสูจน์นั้นก็ชัดเจน

     สำหรับฉัน ยานอวกาศเหล่านั้นไม่จำเป็นอีกต่อไป

     เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง และเสียงหัวเราะนั้นจะยังคงดังก้องอยู่ในใจตลอดไป นานเท่าไหร่แล้วนะสำหรับบทสนทนาเหล่านั้น? สิบสี่ปีหรือเปล่า กับชิงช้าตัวนั้น และทานตะวันทุ่งนี้

      เขาเดินทางกลับกรุงวอชิงตันดีซีในเวลาสี่เดือนครึ่งนับจากวันนั้น ไม่มีกอดสุดท้าย ไม่มีคำบอกลา ไม่มีฉันที่ได้บอกความในใจ ไม่มีเลย มีเพียงกระดาษใบเล็ก ๆ กับทานตะวันหนึ่งดอกที่สอดไว้ในตู้รับจดหมายบริเวณหน้าบ้าน พร้อมกับลายมือหัวหวัดที่แสนคุ้นเคย

      ‘ขอให้หนูเติบโตขึ้น เป็นคนอย่างที่อยากเป็น รักได้เท่าที่อยากรัก อย่าขังตัวเองให้จมอยู่กับความเจ็บปวดนาน ขอให้ใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้ ขอให้พบเจอสิ่งดี ๆ มีเพื่อนดี ๆ ความรักดี ๆ ให้สมกับที่หนูเป็นเด็กดีเสมอ’

       to, sunflower 
       the sun is still shine, so we’ll gonna be fine. 

       0712 ( ขอหนีกลับดาวก่อนนะ )

       นั่นเป็นอีกชื่อที่ใช้เรียกกัน เพื่อตอกย้ำความเป็นมนุษย์ต่างดาวของเราทั้งคู่

      ตอนนั้นอาจจะไม่เข้าใจในการกระทำของเขาสักเท่าไหร่ ยอมรับว่าเสียใจที่ต้องจากกันอยู่นาน แต่พอเวลาผ่านไปฉันก็เข้าใจเจตนาของเขาได้ดี โดยเฉพาะประโยคที่ว่า อย่าขังตัวเองให้จมอยู่กับความเจ็บปวดนาน พอได้ทบทวนให้ดีแล้วก็เข้าใจทุกอย่างเลย

      ความรักของคุณมันจะไม่มีวันสูญเปล่า มันจะคอยทะนุถนอม คอยดูแล คอยผลักดันให้หนูได้เติบโตไปอย่างแข็งแรง แสนดี และมุ่งมั่นอยู่สม่ำเสมอ

      ขอบคุณที่ทำให้หนูยิ้มได้กว้างมากกว่าที่เคย

      ขอบคุณที่คอยปลูกดอกไม้ในใจหนู

      ตอนนี้มันได้เติบโตแล้ว เติบโตในทางเดียวกับที่คุณคอยมอบความรักให้หนูเสมอมา

      และท้ายที่สุดนี้ หากคุณบอกว่าการที่เรารักใคร เรามักจะอยากมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่แสนดีให้แก่เขา หนูจึงสะสมผีเสื้อเอาไว้เป็นพันตัว เพื่อมอบมันให้แก่คุณ


      ขอบคุณที่แสนดี, และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เห็นคุณเติบโตอย่างงดงามในทางเดินของคุณเสมอ


      จากนี้จะขอยกพรทุกข้อที่มีให้แก่คุณ


      และขอบคุณที่เติบโตอย่างงดงามในความทรงจำของหนูนะคะ







แด่ทุกความรักที่สร้างเรา
ㅡ cewlixm เขียน,







SHARE
Writer
cewlixm
mondaemoods
ชอบคุยกับปลาวาฬ, เป็นนักสะสมผีเสื้อ

Comments

gymmyguitar
4 months ago
ขอบคุณที่เขียนบทความดีๆให้ได้อ่านนะคะ มันช่วยฮีลเราได้เยอะมากๆเลย
Reply
0932647504
4 months ago
💖
Reply
mineox
2 months ago
ความน่ารักของคุณก็สร้างเราเหมือนกันค่ะ
Reply
liilattes
2 months ago
❤️🌷☁️✨
Reply
PWLIONY
2 months ago
อยากรู้จักคนที่มองโลกในแบบนั้นได้บ้างจังค่ะ คนทั้งคู่ดูเป็นคนที่น่ามหัศจรรย์มากเลย
Reply