No ANC
ฉันเป็นขยะ

ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในหัวขณะที่ฉันพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะกลัั้นน้ำตาไหลไม่ให้ออกมา เขาปิดม่าน บอกให้ฉันคิดทบทวน พาเพื่อนทั้ง 2 คนออกไปจากห้อง สอนเรื่องอื่นๆ ที่ฉันไม่มีโอกาสได้รับรู้
สมองของฉันว่างเปล่า มีอยู่แค่ประโยคเดียวที่วนเวียนไปมา

ฉันเป็นขยะ

ฉันเป็นขยะ

ฉันเป็นขยะ

น้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสายเพราะฉันทนกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป เพื่อนเปิดประตูเข้ามาเห็นแล้วทัก ร้องทำไม อาจารย์ใจดีจะตาย
ฉันตอบไม่ได้ว่าทำไม

เขาน่าจะสะสมความละเหี่ยใจมาตั้งแต่เมื่อวาน พอมาวันนี้ที่ฉันโดนเขาว่าตั้งแต่เข้ามาในห้อง ทุกอย่างที่ทำดูผิดมาตรฐานของเขาไปหมด ฉันยอมรับว่าฉันโง่ แต่ไม่นึกว่าเขาจะแสดงออกใส่ฉันขนาดนี้

น้ำตามันหยุดไหลเองไม่ได้ และฉันก็ไม่กล้าออกไปหยิบกระดาษทิชชู พยายามสงบสติอารมณ์เท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ เขาเดินกลับเข้ามา เห็นฉันร้องไห้อยู่จึงมาสอนอย่างใจเย็น แต่ไม่ทันแล้ว ฉันแหลกสลายในวันนั้น วันที่ฉันนั่งร้องไห้ต่อหน้าเขาและเพื่อนอีก 2 คน

เพื่อนบอกว่าเขาดูตกใจที่เห็นฉันร้องไห้ พยายามบอกว่าจริงๆ แล้ว เขาใจดี และตั้งใจสอนขนาดไหน ฉันไม่ได้ตอบอะไรกลับไป พยายามถามตัวเองอยู่หลายต่อหลายครั้งว่าทำไมถึงร้องไห้ แต่ไม่เคยหาคำตอบได้เลย

ครั้งต่อๆ มาไม่เคยดีขึ้น อาจารย์อีกคนบอกว่า prognosis ของฉันไม่ดี ฉันกลับมาร้องไห้ที่ห้องโทรหาเพื่อนสมัยมัธยมต้น สาดความเศร้าและท้อใจไปที่มัน 2 คน ช่วงนั้นเป็นช่วงน้ำตารื้นของฉัน ฉันกลายเป็นคนที่ sensitive ต่อโทนเสียงของคนอื่น ท่าทางและการปฏิบัติตัวของพวกเขาทำให้ฉันหวั่นใจ กลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาดไป ซึ่งทุกครั้งก็ผิดพลาดจริงๆ

เพราะฉันเป็นขยะ

ต่อมาเป็นการสอบอีกครั้ง แย่เหมือนเดิม แต่ฉันเศร้าน้อยลง อาจารย์ถามเล่นๆ ว่าฉันมีปัญหาด้านความจำ หรือเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า
ใกล้แล้วค่ะอาจารย์
ฉันตอบกลับไปแบบยิ้มๆ

คนที่มาช่วยฉันไว้จริงๆ คืออาจารย์อ. ตอนนั้นออก OPD ฉันซักประวัติคนไข้ไป 3 คน ไม่ adequet ทั้ง 3 คน ช่างน่าสมเพช แต่อาจารย์ไม่ได้ว่าอะไร อาจารย์ถามคนไข้ แล้วหันมาสอนฉันต่อ หลังจากคาบนั้น ฉันได้แต่ขอบคุณอาจารย์อยู่เงียบๆ ในใจ ขอบคุณที่กอบกู้ฉันขึ้นมาจากสภาพอันย่ำแย่ ขอบคุณที่ไม่ทำเหมือนที่เขาทำ ขอบคุณที่เป็นคนใจเย็น ขอบคุณที่ยังมีความปราณีแก่ฉัน

ขอบคุณที่ไม่ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นขยะ (ไปมากกว่านี้)
SHARE

Comments