I eat you up inside my head รับประทานสารตกค้างในกลีบดอกปอกเปิก
[I eat you up inside my head รับประทานสารตกค้างในกลีบดอกปอกเปิก by Mind Da Hed - P.S. Publishing]
.
.
.
เพราะคิดเองเออเองว่าได้ลาออกและลาขาดจากวงการบูชายัญตัวเองด้วยน้ำตาและความเศร้าตามอย่างผู้คนที่มีวัฒนธรรมร่วมเรื่องความรักแบบมาโซคิสซึ่มมานานแล้ว แต่จริงๆ ไม่, หนังสือเลยกระทำชำเราใจได้หนักกว่าที่ประเมินไว้มาก
.
.
.
จะให้โทษใคร?
ต้องโทษคุณหรือเปล่าที่ฉันแสนรักพอๆ กับแสนชัง เข้าใจจนไม่เข้าใจจนไม่รู้จะลงมือโต้ตอบยังไงให้สาสมกับความรู้สึกมากมายที่ถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาไม่ได้...

ต้องโทษตัวเองหรือเปล่าที่น่าชังไม่หย่อนกว่าน่ารักและน่าเบื่อจนเหลือเชื่อว่าจะเป็นสองอย่างแรกได้ในเวลาเดียวกันจนไม่อาจคาดหวังประกายตาหมาโกลเด้นและความรักไร้เงื่อนไขแบบพระเอกนิยายแจ่มใสจากคุณหรือใครได้อีก...

ต้องโทษโลกทุนนิยมและการรีดนาทาเร้นไม่หยุดหย่อนของโลกในศตวรรษที่ 22 หรือเปล่าที่ไม่อนุญาตให้ใครได้มีเวลาคลี่คลายความเศร้า ต้องผัดผ่อนขยักขย่อนเก็บซ่อนอะไรที่ไม่เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจไว้ในซอกนั้นซอกนี้จนหมักหมม...

ต้องโทษความเป็นสายพันธุ์โฮโมอีโมชั่นส์ที่เราทุกคนบังเอิญมีร่วมกันหรือเปล่า เราเลยยังวนเวียนมาเจอเรื่องราวของเราเองในเรื่องเล่าของใครต่อใคร โดยบังเอิญ-ถุงขยะความทรงจำก็ถูกลากพาออกมาแบบไม่ถูกที่ถูกเวลา เกลื่อนกลาด เหม็นเน่า ฟูมฟาย เจ็บชิบหาย...
.
.
.
.
มันก็ไม่ใช่ความเศร้าแบบนั้นแล้วล่ะมั้ง ไม่ใช่ความเศร้าแบบเงอะงะงุ่นง่านหวานไหวสมัย Sad at first sight เอาจริงๆ ในเล่มนี้ Mind da hed ออกจะดูเข้าอกเข้าใจทุกความเป็นไปและไม่เป็นไปของความรักความสัมพันธ์และความรู้สึกข้นเหนียวในนั้นอย่างเคร่งขรึมและนิ่งสงบขึ้น สงบจนรู้สึกเหมือนถูกกวนตีน เหมือนเวลาอยากขอความรักแล้วรู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ให้อะไรกลับมานอกจากรอยยิ้มเปี่ยมน้ำใจ กระจ่างแจ้งแต่ปั่นป่วนเป็นบ้า ถูกทุกบรรทัด ถูกที่ถูกเวลาแต่ไม่ถูกใจ ทรมานสัดๆ เวลาที่ทุกอย่างบนโลกมันจริงใจแต่โคตรขัดใจตัวเองในเวลาเดียวกัน คนเราก็มักจะรู้สึกถูกกวนตีนแบบนี้แหละมั้ง
.
.
.
ในความเข้าอกเข้าใจที่เปี่ยมด้วยความอยากประทุษร้ายโชคชะตาและความจริงรวมถึงหัวใจตัวเองตลอดเวลา สิ่งที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เสมอมาในงานของเจ้าตัวก็ยังทำหน้าที่ของมันได้ดีเหมือนเคย ความกลิตเตอร์วิ้งวับ ฟลามิงโก้ ยูนิคอร์น สายรุ้ง กลีบดอกไม้ และโครงสร้างประโยคท้าทายระบบไวยากรณ์พวกนั้นน่ะ รู้ไหมว่ามันเหมือนบทกวีเลย บทกวีในความหมายที่เจ้าตัวเคยอธิบายเอง ไม่รู้ยังจำตอนที่เคยบอกว่า 'ชอบบทกวีเพราะต่อให้มันมีโครงสร้างบางอย่างคลุมอยู่ แต่อารมณ์หลักๆ มันชัดกว่าโครงสร้าง และอนุญาตให้พูดไม่รู้เรื่องได้' ได้ไหม
งานเขียนที่เจ้าตัวชอบเรียกว่าสเตตัสขนาดยาวหรือ fragments ของอารมณ์นี่มีความเป็นบทกวีแบบที่ว่านั่นแหละ และมันโคตรเหมาะเลย จะมีเรื่องอะไรที่เหมาะจะเขียนด้วยจินตนาการแฟนตาซี ภาวะพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ภาษาที่เหมือนจะพูดไม่รู้เรื่องและอ๊องๆ เอ๋อๆ กับโครงสร้างที่หารูปแบบไม่ได้เท่าเรื่องความรักและความย้อนแย้งของอารมณ์มนุษย์แบบที่เจ้าตัวชอบเขียนอีก, โคตรเหมาะเลย โคตรพอดีและโคตรเก่งเลย เป็นการเติบโตในระยะสองปีกว่าที่โคตรคุ้มค่าการรอคอยเลย
.
.
.
ไม่รู้จะอวยอะไรแล้ว เดี๋ยวหาว่าอวย แม้จะอวยจริงๆ จ้า
ขอชวนให้ลองอ่านเลย
ไม่ผิดหวังหรอก
.
.
.
.
.

ป.ล. ทายถูกเรื่องนึงนะ มีเรื่องหญิงสาวในหมู่บ้านเป็นหนึ่งในสองเรื่องที่ชอบที่สุด เดาใจชาวบ้านเก่งพอๆ กับเขียนและถ่ายรูป นังตัวดีที่แท้
.
.
#IEatYouUpInsideMyHead
#belovedbooks
SHARE
Written in this book
book talk/ movie talk
บันทึกเล็กๆ ถึงหนังสือที่อ่าน

Comments