Cafe' Funiculi Funicula เพียงชั่วเวลา กาแฟยังอุ่น
       "เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น" เรารู้จักชื่อนี้จากหน้าปกหนังสือเล่มหนึ่ง และไม่เคยรู้เลยว่ามีหนังในชื่อเดียวกันด้วย จนบังเอิญได้ยินคนรู้จักแนะนำ เราเพียงจดชื่อและทิ้งมันไว้ที่ไหนสักแห่ง แล้วเรื่องนี้ก็วนกลับมาอีกครั้งจากการพูดคุยกับเพื่อนสนิท ด้วยความชอบหนังญี่ปุ่นที่มีกลิ่นอายความแฟนตาซี เผอิญกับเพื่อนมีแผ่นเรื่องนี้ เราจึงไม่รีรอที่จะหยิบยืมมา และเปิดดูโดยเร็ว (ถึงขั้นยอมแซงคิวหนังและซีรี่ส์หลายสิบเรื่องที่ต่อคิวยาวเหยียด)

       “คาเฟ่ ฟุนิคุลิ ฟุนิคุละ” ชื่อร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งที่มาพร้อมกับเรื่องเล่าปาฏิหาริย์ของเก้าอี้พิเศษตัวหนึ่งที่สามารถย้อนเวลากลับไปในอดีตได้ แต่มีกฎอยู่ 4 ข้อ คือ 

1. การย้อนเวลาจะเริ่มหลังจากกาแฟถูกรินเต็มแก้ว และจะอยู่ได้ก่อนที่กาแฟจะเย็น
2. การกลับไปอดีตจะไม่ทำให้ปัจจุบันเปลี่ยนแปลง
3. ในการย้อนกลับไปจะอยู่ได้เฉพาะในคาเฟ่เท่านั้น
4. เมื่อกลับมาไม่ทันช่วงที่กาแฟยังอุ่น จะต้องติดอยู่ในอดีตไปตลอดกาล ไม่สามารถกลับมาเวลาปัจจุบันได้

       แล้ว 4 เรื่องราวความรักก็ดำเนินไปผ่านความสัมพันธ์กับเก้าอี้พิเศษตัวนี้ ไม่ว่าจะเป็นความรักของเพื่อนสนิทที่เก็บซ่อนความรู้สึกแล้วต้องอยู่ไกลกัน ความรักของสามีบุรุษพยาบาลกับภรรยาผู้ป่วยเป็นอัลไซเมอร์หลงลืมทุกอย่างรวมถึงสามีตนเอง ความรักของพี่น้องที่ไม่ราบรื่นจากปัญหาธุรกิจที่บ้าน จนน้องประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต และความรักของแม่และลูกผู้พยายามหาคำตอบว่าทำไมแม่ถึงทิ้งเธอไป 

       เพียงแค่ 45 นาทีแรกของหนังก็ทำเอาเราเสียน้ำตาอย่างหนัก และยังคงมีอย่างต่อเนื่องไปจนช่วงสุดท้ายของหนัง หลายฉากเป็นน้ำตาจากความเศร้าเสียใจ แต่อีกหลายฉากก็เป็นน้ำตาจากความปลื้มปิติและซาบซึ้งกินใจในความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น หนังได้พาเราไปสู่จุดที่เลวร้ายที่สุดของแต่ละความสัมพันธ์ แล้วค่อยๆ ปลอบประโลมหัวใจเราด้วยความรัก ความอบอุ่นที่เกิดขึ้น จนหัวใจเรากลับมาฟูฟ่องมากกว่าเดิม
แม้การย้อนเวลากลับไปจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตได้
แต่หัวใจของคนที่กลับไปนั้น...เปลี่ยนได้  

      ปัญหาของความสัมพันธ์นั้นมักเกิดขึ้นจากการสื่อสาร การพูดจาที่ฟาดฟันจนอีกฝ่ายรู้สึกเจ็บปวด การกักเก็บความรู้สึกที่แท้จริงจากผู้อื่นหรือแม้กระทั่งตนเอง การกระทำในสิ่งที่เรา(ฝ่ายเดียว)คิดว่าดีแล้ว โดยไม่เคยทำความเข้าใจในมุมของอีกฝ่าย การหลีกหนีไม่เปิดใจคุยกับอีกฝ่าย ฯลฯ
     และวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ที่ดีที่สุดและง่ายที่สุด ก็คือ “การสื่อสาร” นั่นแหละ มันเป็นวิธีที่ง่ายต่อการแนะนำผู้อื่น แต่ยากเหลือเกินกับคนที่กำลังตกอยู่ในสภาวะปัญหาเหล่านี้ มันยากเพราะเรื่องราวเบื้องหลังความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย มันยากเพราะสไตล์หรือนิสัยดั้งเดิมของเรา มันยากเพราะเรากังวลและกลัวอนาคตที่จะเกิดอะไรไม่ดีตามมา มันยากเพราะอะไรตั่งต่างนานาที่เราก็คงสามารถหาเหตุผลมาได้อีกร้อยแปด

       แต่หากเราเห็นในคุณค่า เห็นในความสำคัญของอีกฝ่ายมากพอ แน่วแน่ว่าเขามีความหมายกับเรามากแค่ไหน เราจะไม่ยอมฝ่าฟันความยากทั้งหลายไปเลยเหรอ  

       ต่อให้เราจะรู้ว่าการย้อนเวลากลับไปในอดีตมันจะมีความเสี่ยง มันจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตที่เกิดขึ้นได้ เพียงเพื่อให้ได้พูดคุยกับเขาอีกครั้ง เราจะยังอยากไปอยู่ไหม และเมื่อเรามีเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เราจะพูดคุยกับเขายังไง 

       “เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น” เป็นช่วงเวลาที่แสนสั้น แต่ยิ่งเวลาที่มีมันน้อยขนาดไหน เราก็จะยิ่งตระหนักและตั้งใจเลือกสรรสิ่งที่จะบอกกับคนตรงหน้ามากขึ้นเท่านั้น 

       แล้วทำไมเราจะต้องรอให้ถึงช่วงที่เรามีเวลาเพียงน้อยนิดเพื่อที่จะได้พูดในสิ่งที่ดีๆ ต่อกัน ทำไมเราต้องรอให้ถึงเหตุการณ์พลัดพรากหรือสูญเสียก่อน เราถึงจะบอกในสิ่งที่อยากบอกจริงๆ ต่อกัน ทำไมเราไม่มอบสิ่งดีๆ ให้แก่กันให้เหมือนว่าเรามีเพียงแค่ชั่วเวลากาแฟยังอุ่นล่ะ

       

ขอบคุณรูปภาพจาก : http://asianwiki.com/Cafe_Funiculi_Funicula



SHARE
Written in this book
Movies Diary
บันทึกหนัง ฉบับฉัน Twitter #นกดูหนัง
Writer
Owlsome
นัก(หัด)เล่า
The more we SHARE, the more we GET.

Comments