ดอกไม้ในห้องศิลปะ
     ‘เติบโตเพื่อที่จะเจอความทรงจำที่ปวดร้าวและเก็บรักษามันไว้’

     ประตูบานน้ำเงินที่ฉันเปิดออก เข้าสู่ห้องสีขาวที่มืดเพราะไม่มีแสงไฟ มีเพียงแสงลอดผ้าม่านบางๆ เท่านั้นที่ทำให้รู้ว่าขณะนี้คือเวลาเย็นมากแล้ว


     ยามโผล้เผล้ในช่วงใกล้ค่ำดึงดูดความเหงาได้พอสมควร ฉันที่นั่งทำงานที่บ้านเป็นเวลานาน กลับรู้สึกเบื่อทันที ทั้งที่เป็นวันหยุดแสนสบาย ไม่ใช่ไม่ได้ทำงาน แต่เป็นเพราะเจ้าแมวของฉัน ดันทำลูกแก้วเม็ดเท่าอาหารหมากลิ้งตกไปใต้ประตู เข้ามาในห้องนี้


     ฉันมองไปรอบๆ เก็บผลึกความทรงจำเก่า ที่ไหลเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ ไฟที่สว่างโล่ฉายชัดถึงความชัดเจนในตอนนั้น


     ‘ห้องศิลปะ’ ในสำนักงานขนาดเล็กเสมือนบ้าน บรรจุของมากมายที่ไม่ได้ใช้ไว้ มีภาพสีที่วาดทิ้งค้าง ยังไม่มีใครมาวาดต่อ ทั้งที่ถ้าภาพนั้นเสร็จมันคงจะสวยน่าดู จานกับถังสีอีกมากที่เก็บอยู่มุมห้องถูกคลุมด้วยผ้าขาวเกือบมิด และภาพของใครคนหนึ่งในอีกหลายภาพที่เจ้าของใบหน้านั้นได้อยู่ เป็นภาพวาดสเก็ต ภาพวาดสีที่เสร็จสมบูรณ์อีกสองสามภาพ และภาพวาดที่ยังไม่ได้ลงสีอีกหลายภาพที่ปิดไว้ลวกๆ


     ฉันยังจำได้ดี ภาพพวกนี้ฉันเป็นคนวาด ฉันไม่ใช่นักศิลปะ ไม่ใช่จิตรกร ภาพวาดที่ไม่ได้สวยเลิศเลอ แต่สื่อความหมายได้ดีทางความรู้สึก ประกอบรวมแล้วก็สมกับเป็นห้องศิลปะดี


     มองไปอีกมุมกลับเจอดอกไม้เล็กๆ พาดชั้นวางเปล่าๆ เอาไว้ หน้าตาของมันดูช้ำและแทบดูไม่ออกว่าเป็นดอกอะไร ราวกับมีใครทิ้งมันไว้แล้วลืมเลือนไม่ได้กลับมาดูอีก มันคล้ายดอกไม้ที่เคยชอบเสียมากมาย พอรู้ตัวอีกทีก็จัดเข้าลิสต์ดอกไม้ที่จะไม่ซื้ออีกแล้ว


     อีกอย่าง...
     มันไม่ใช่แค่คล้าย แต่คิดว่าใช่เลยแหละ


     ดอกไม้จริงที่แห้งกรอบยามสัมผัส พอถึงมือ ใบเล็กๆ ที่เกาะตัวต้นแม่ก็ร่วงหล่นลงมาทันที


     แวบแรกที่รู้สึกคือน่าสงสาร แต่หลังจากกลั่นกรองความคิดและความรู้สึกดีแล้ว กลับกลายเป็นก็สมควรจะเป็น


     ดอกไม้ที่ไม่ได้อยู่ในที่สว่าง ไม่มีรากที่เป็นหัวใจของมัน ยามอยู่ในห้องมืดคงเป็นเพียงสิ่งของเล็กๆ ที่ถูกวางทิ้งไว้เช่นภาพวาดเหล่านั้น


     ถึงจะสวยงามแต่กลับไม่น่ามอง
     เป็นเพียงอดีตที่รู้อยู่แก่ใจว่าดอกไม้ดอกนี้มาจากไหน และใครเป็นคนให้


     ดองตาร้อนผ่าวแต่กลับไม่มีน้ำตาสักหยด คงเป็นเพราะมันไม่ใช่ความเจ็บปวดที่แทรกตัวเข้ามาผ่านความเงียบ แต่เป็นความทรงจำที่เคยสุขเมื่อนานมาแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็ยังมั่นใจว่ายังรู้สึกแบบเดิม แบบที่ว่าแค่เคยมีความสุขมาก่อน ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น


     มือจับดอกไม้ใส่มือแผ่วเบาราวกับกลัวมันแตกสลาย คล้ายว่าเหมือนกับใจที่เคยเป็น ประคับประคองลงแจกันที่มีฝุ่นและหยากไย่เต็มไปหมด


     ในเมื่อมันอยู่ในห้องนี้ ฉันก็จะให้มันอยู่ต่อไป อยู่แค่ในห้องความทรงจำ ไม่ต้องรื้อออกมาบ่อยหรอก ไม่ได้สำคัญขนาดนั้นแล้ว


     มันไม่จำเป็นต้องทิ้ง แต่เก็บเอาไว้ในห้องที่ไม่คิดจะเปิดอีกแล้วล่ะ


     ‘คุณคะ อยู่ไหน’


     อืม ฉันมองไม่เห็น ว่าเจ้าแมวทำลูกแก้วตกไว้ที่ไหน มองไปมาก็ทำท่าเหมือนจะเจอ


     ...ก็แค่เหมือน

     ‘คุณมากินข้าวได้แล้วนะ’


     ค่อยซื้อใหม่ดีไหม คิดไม่ตกเลยล่ะ


     ‘ถ้าไม่มาฉันจะเก็บของแล้วนะ!’

     ‘ได้ค่า! รอเราก่อนสิคุณ’


     ฉันล้มเลิกความตั้งใจจะหาของเล่นอันเท่าอาหารหมาแล้วไปสนใจอาหารมื้อค่ำของฉันดีกว่า


     เท้าก้าวเดินออกจากห้องพร้อมความทรงจำเก่าที่ได้ไปรื้อค้นอีกครั้ง แต่สักพักฉันก็คงเลิกคิดถึงมันไปเอง


     และถึงยังไงมันก็ยังเป็นความทรงจำตลอดไป



.



.



     14 February, 2020
     Happy Valentine's Day ; (🌷)
          pelung —;


SHARE
Writer
pelung
writer
พระเจ้าไม่ได้ยินดีเมื่อเธอรักใคร

Comments