ความว่างเปล่าเย็นยะเยือกสีดำ
เรายืนจับมือกันอยู่ขอบของสิ่งบางสิ่งที่ฉันไม่ได้สังเกตว่าคือสิ่งใดกัน แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือพื้นน้ำไกลสุดลูกหูลูกตาเบื้องหน้า อาจจะเหมือนทะเล แต่สถานที่นี้กลับไม่ให้ความรู้สึกของทะเลที่ฉันเคยสัมผัส ไม่มีลมพัดแรง ไม่มีริ้วคลื่นให้สังเกตเห็น หากมันเป็นทะเลจริงๆ ก็คงจะเป็นทะเลที่เงียบเหงาเสียเหลือเกิน อาจด้วยเหตุนี้ เมื่อฉันมองลงไปเบื้องล่าง จึงรู้สึกถึงเสียงกระซิบกระซาบ มาเป็นส่วนหนึ่งของฉันเถอะนะ

เป็นฉันที่พาใครๆร่วงหล่นไปพร้อมกัน ดิ่งเข้าหาอ้อมกอดของพื้นน้ำเบื้องล่าง สองมือยึดคุณให้แน่น ครึ่งหวาดระแวง ครึ่งอุ่นใจ เพียงแค่เราสามารถสัมผัสไออุ่นที่ส่งผ่านมวลอากาศให้กันและกันได้ ก็ทำให้ฉันพร้อมจะร่วงหล่นเสมอ

ตู้ม !

นอกจากบรรยากาศภายนอกจะแปลกประหลาด มวลของทะเลนี้ยังคงแตกต่าง โมเลกุลที่ผ่านสัมผัสเสียดสีกับผิวของฉันเหมือนจะมีทรงเหลี่ยมมากกว่าปกติ ไม่รู้ว่าคุณจะสัมผัสมันได้มั้ย ฉันอยากรู้ ในสภาวะที่ฉันไม่สามารถเอื้อนเอ่ยคำใดได้ ฉันอยากให้คุณอ่านใจฉันออก

เราอยู่ใต้พื้นน้ำนั่นแล้ว มือของเรายังยึดกันแน่นด้วยแรงทั้งของฉันและของคุณ แต่เรายังคงร่วงหล่น จมลง สู่เบื้องล่าง

ไม่มีสิ่งมีชีวิต ไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่มีสิ่งรอบตัว ไม่มีเบื้องล่าง ไม่มีสิ่งใด ว่างเปล่า มีเพียงคุณกับฉัน และเสียงหายใจ เรากำลังจมดิ่งสู่ความว่างเปล่าอนันต์ไม่รู้จบ ฉันนึกสงสัย คุณพร้อมจะไปกับฉันมั้ย? ฉันไม่เคยเอ่ยถาม สายตาที่สบกัน ในจินตภาพ ฉันและคุณกอดรัดกลืนกิน ตื่นกลัวแต่ปลอดภัยในอ้อมแขน ครอบครองความแข็งแกร่งอันปรากฏขึ้นเมื่อต้องปกป้องใครสักคน แต่ในความเป็นจริงเราสัมผัสกันแค่อุ้งมือและง่ามนิ้วเท่านั้น มวลน้ำทะเลไม่อนุญาตให้เราต้านทาน บังคับให้แน่นิ่ง เคลื่อนหนีห่างจากแสงสว่างสู่ความมืดมิด



ฉันไม่ได้กลัวความมืด เพียงแต่ชอบแสงสว่างมากกว่า คุณล่ะ กลัวไหม? เพียงแค่มีเราก็คงไม่เป็นไรสำหรับฉัน มันเป็นช่วงเวลาที่รื่นรมย์ด้วยซ้ำ ฉันขอเลือกท้องฟ้าที่มืดมนหากว่าคุณเป็นดวงจันทร์ของฉัน เพียงแต่ดวงจันทร์ของฉันตอนนี้ แสงสว่างของคุณเบาบางเกินไป ความเย็นยะเยือกเข้าสัมผัสที่ต้นคอของฉันแล้วจึงไหลผ่าน คลี่ตัวห่อหุ้มทั้งร่างกายของฉัน



ฉันไม่ได้เกลียดความเย็นยะเยือก เพียงแต่ชอบความอบอุ่นมากกว่า คุณล่ะ เกลียดมันไหม? เพียงแค่มีเราก็คงไม่เป็นไรสำหรับฉัน มันเป็นช่วงเวลาที่รื่นรมย์ด้วยซ้ำ ฉันขอเลือกวันที่หิมะตกหากมีคุณเป็นกองไฟของฉัน หากแต่ไออุ่นที่เราแผ่ให้กัน บัดนี้อันตรธานจางหายไร้ร่องรอย มวลทะเลนี้มันร้ายกาจกว่าที่จะคาดเดา อัตราเร็วในการร่วงหล่นค่อยๆเพิ่มขึ้น เราสัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าที่ลอยเคว้งอยู่โดยรอบ



ฉันไม่ได้ปฏิเสธความว่างเปล่า แต่ฉันเลือกการมีอยู่ของเรามากกว่า คุณล่ะ ว่าอย่างไร? เพียงแค่มีเราก็คงไม่เป็นไรสำหรับฉัน มันเป็นช่วงเวลาที่รื่นรมย์ด้วยซ้ำ การมีอยู่ของเรา กับ ความว่างเปล่า ควรจะเป็นคำที่มีความหมายตรงข้ามกัน ไม่ควรเกิดขึ้นพร้อมกันได้ หากมีสิ่งหนึ่งอุบัติ อีกสิ่งหนึ่งก็ควรจะวิบัติไป


มันเพียงไม่ใช่สิ่งตรงกันข้ามกัน


นั่นเป็นเสียงของคุณรึเปล่า?



ฉันรับรู้ได้ถึงข้อความที่ใครบางคนส่งมาถึง แต่ไม่แน่ใจว่ามันมาในรูปแบบใด คงจะไม่ใช่ในรูปแบบเสียงที่จะสามารถเดินทางได้ในตอนนี้ ฉันจองมองเขา มองเข้าไปในตาลึกลงไป ความว่างเปล่ากัดกินสีของดวงตาของเขาจนมีสีพิลึกพิลัน

นั่นคุณรึเปล่า?


ความว่างเปล่าไม่เคยปราณีผู้ใด แม้แต่ผู้ที่ไม่เกรงกลัวต่อมัน

ทันใดนั้น ที่หางตารับรู้ถึงแสงวาบจากทิศทางที่เรากำลังเคลื่อนไปหา กระแสน้ำปรากฏขึ้นกระทันหัน การเคลื่อนไหวเกิดขึ้นอย่างรุนแรง ทุกสิ่งคลับคล้ายคลับคาว่ากำลังกลับสู่สภาพปกติ ยกเว้นฉันเพียงสิ่งเดียวที่ยังคงแน่นิ่งและจมดิ่ง

การเคลื่อนไหวแรกของคุณคือการสวมกอด เคลื่อนปากมาที่ข้างหูของฉัน แล้วส่งเสียงที่มีเพียงฉันที่ได้ยิน


มีคนกำลังมารับผม
ใครคะ?

เป็นเขาที่คุยกับฉันด้วยคลื่นเสียง และรับคลื่นความคิดของฉันเป็นคำตอบ

ไม่สำคัญหรอก ผมเพียงอยากบอกคุณว่า
ผมกลัวความมืดเป็นที่สุดและผมไม่ใช่พระจันทร์ของคุณ ผมเกลียดความเย็นยะเยือกและผมไม่ใช่กองไฟของคุณ ผมยอมรับการกัดกินของความว่างเปล่าไม่ได้และผมเข้าใจผิดมาตลอด เหมือนกับที่คุณเข้าใจ ว่าการมีอยู่ของเราจะทำให้ผมไม่พบเจอกับความว่างเปล่า แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าผมได้สัมผัสมันอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสมาในชีวิต เพียงเพราะผมถูกทำให้ร่วงหล่นลงมา โดยคุณ

ไร้ซึ่งคลื่นความคิดตอบกลับ

ผมต้องไปก่อนแล้ว ขอบคุณสำหรับการเดินทางครั้งนี้

มือของเขาคลายออกจากฉัน พร้อมกับการจางลงไปของแสง น่าแปลกฉันรู้สึกมืดมิดกว่าที่เคย รู้สึกเย็นยะเยือกกว่าที่เคย และว่างเปล่ากว่าที่เคย มันเพิ่มพูนขึ้นทุกๆครั้ง กระแสน้ำหอบเขาไปในทิศทางตรงกันข้ามกับที่เรากำลังเดินทางไปอยู่

ลาก่อนค่ะ

ฉันไม่ได้กล่าวโทษเขา ฉันเพียงแค่คาดหวังว่าเขาจะคือคนที่จะพบเจอจุดสิ้นสุดของสิ่งนี้ด้วยกัน ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะยาวไกลแค่ไหน เงื่อนไขของการเดินทางคือฉันไปเพียงคนเดียวไม่ได้ ไม่เคยได้เลยสักครั้ง

ฉันยังคงเดินทางต่อ ทุกสิ่งรอบตัวยังนิ่ง เงียบงัน วังเวง ไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนเดิม ลงไปสู่ความว่างเปล่าเย็นยะเยือกสีดำ

ช่วยฉันที ก่อนจะเสียสติ ก่อนที่ฉันจะกลายเป็นบ้า กรีดร้องโวยวาย และเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง วนเวียนจนฉันจะอ้วก




อรุณสวัสดิ์ คุณหลับไปนานเกินไปแล้วนะ

คะ?

แล้วไหนล่ะ ของฝากจากทะเล ของผม
SHARE
Writer
kradarng
after rain waiter
กระด่าง ผู้รอคอยฟ้าหลังฝน กระด้างไม่อ่อนโยน กับกระบนหน้าที่เหมือนรอยด่างจากกรดอ่อนๆของหยาดเหงื่อ

Comments