กลางเมืองหลวง​ ทวงประชาธิปไตย​

โลกใบนี้เต็มไปด้วยเรื่องเล่าแห่งชีวิตหลากหลายรูปแบบ บางเรื่องเล่าเกี่ยวกับชีวิตที่ยึดติดกับความหวังอันริบหรี่

; 16 ตุลาคม 2563
บันทึกเรื่องนี้ช่างยาวนาน และ เป็นฝันร้ายของฉัน มันยากนักที่จะทำใจให้สงบ แล้วข่มตาให้หลับในค่ำคืน

วันนี้ก็เหมือนกับตอนเย็นในทุกๆวัน เพียงแค่ฉันมีนัดกินข้าวเย็นที่แยกราชประสงค์ซักหน่อย
คุณรู้ดีว่าฉันหมายถึงอะไร?

ผู้คนมากมายเริ่มแห่แหนมากจากทั่วสารทิศ ไกลๆตรงนั้นฉันมองเห็น กลุ่มคนในเครื่องแบบ ท่าทางเขาดูไร้หัวใจสิ้นดี เรามีระยะห่างระหว่างนั้นนิดหน่อย เพราะฉันไม่อยากจะอยู่ใกล้พวกเขาเท่าไหร่

เสียงดนตรีสลับกับเสียงประกาศดังเป็นระยะๆ แม้ว่าฉันจะฟังไม่ได้ใจความเท่าไหร่ แต่รับรู้ได้ว่า พวกเราทุกล้วนคนมีจุดประสงค์เดียวกัน!

กับข้าวเย็นของฉันวันนี้เป็นกระเพราหมูสับไข่ดาว กับ ลูกชิ้นอีกสามไม้ วันนี้โต๊ะกินข้าวของฉันมันใหญ่มาก ยิ่งใหญ่กว่ามื้อสุดท้ายขอเยซูคริสต์เสียอีก เพราะโต๊ะกับข้าวของฉันมันยาวไปถึงแยกราชดำริเลยนะ ถือเป็นมื้อใหญ่ที่สุดในชีวิตของฉันเลย

ฉันนั่งอยู่ในระยะที่สมควร พอได้ยินเสียงปราศัยของคนบนรถขยายเสียงคันนั้น แม้ว่าฉันจะไม่ได้เห็นเขาแบบชัดเจนเท่าไหร่ แต่น้ำเสียงของเขา เหมือนหยดน้ำที่หยดลงบนผิวน้ำเสมอตัว

ใช่แล้ว.....มันสร้างแรงกระเพื่อม.....

ฉันซื้อร่มจากคุณยายท่านหนึ่งเพราะฝนค่อยๆเริ่มเทลงมา ตอนนี้ฉันเหมือนส่วนหนึ่งของสายธารน้ำ กำลังไหลไป โดยที่ไม่รู้ว่าอีกกี่ชั่วโมงข้างหน้าฉัน และ สายน้ำที่กำลังไหลนับพันอยู่นี้ ต้องเจอกับอะไร....

19 : XX น.
ฉันจำเวลาไม่ได้ดีนัก แต่นี่เป็นครั้งล่าสุดที่ฉันได้เห็นตัวเลขบนโทรศัพท์
ความหนาแน่นของผู้คุณเริ่มทำให้ฉันใจเต้นแรง
 ไม่มีใครรู้ต้นสายน้ำนั้นเกิดอะไร แต่พวกเราก็ยังเดินกันต่อ

นี่ไม่ใช่ฝนนิ!

พื้นที่รอบตัวฉันมันถูกกระชับขึ้นเรื่อยๆ พื้นที่ระหว่างกันเริ่มแคบลง ผู้คนข้างหน้าเริ่มกางร่ม ฉันไม่รู้เลย ตอนนี้เพื่อนๆในทวิตเตอร์เริ่มทำงานอย่างนัก ส่วนฉันรับรู้ได้จากปากต่อปาก ที่เขาส่งมาจากผู้รับสาร ว่าตอนนี้สิ่งที่เราเจอมันไม่ใช่ฝน

ฉันตัดสินใจกางร่ม
เหมือนพวกเรากำลังเป็นตัวเอกในซีรีย์ The rain เลย หัวใจฉันเต้นแรงจนนับครั้งไม่ถ้วน แม้ว่าตอนนี้มันทำให้ฉันมองเห็นลำบากเพราะมีร่มมาบดบังวิสัยทัศน์ แต่แน่นอนว่าฉันก็รู้ดี สิ่งนี้อาจช่วยให้ฉันปลอดภัยจากของเหลวบางอย่าง

มองไกลๆตรงนี้มีรถคันใหญ่สีฟ้ารูปทรงรถดับเพลิง
ถ้าในการ์ตูนฉันคงเรียกมันว่า ก้านกล้วยในฉากออกรบแล้วแหละ มันเหมือนจริงๆนะ แต่มันแค่ถูกขี่ด้วยคนไม่ดีที่กำลังบงการมันอยู่เท่านั้นแหละ

ฉันโกรธแกจริงๆนะก้านกล้วย

ผิวของฉันเริ่มแสบ มันแน่นอนแล้วละ ใต้ฟ้าที่ฉันอยู่ตอนนี้มันไม่ใช่ฝน แรงปะทะเริ่มเข้ามาเรื่อยๆ ฉันมองไม่ชัดเท่าๆไหร่ แต่ฉันก็ไม่คิดจะถอย คนข้างหน้าเริ่มนั่งลงใต้ร่มผ้าใบที่เขาถือกัน ฉันเองก็เช่นกัน

มีคนปาขวดน้ำ!

เสียงร้องตะโกนดังขึ้นจนจับใจความไม่ได้​ ก้านกล้วยฉีดน้ำออกมาแรงมาก​ ฉันไม่สามารถบอกได้ แต่ระดับความเจ็บปวดตอนที่โดนมันคือหนึ่งร้อยเต็มสิบ​ 

ฉันล้มไม่เป็นท่า​ เหมือนกับสูญเสีย​การทรงตัวไปชั่วขณะ​ ร่ทที่ถือไว้ก่อนหน้ามันพังไม่เป็นท่าเลย​ ความรุนแรงนี่มันอะไรกัน​ ฉันไม่เคยพบเจอมาก่อน​ 
หัวใจของฉันมันเต้นแรงมากๆ​ สติเหมือนกำลังจะหยุด​ คนบางกลุ่มเริ่มวิ่งไปรวมกันด้านหน้า​ ตอนนี้พวกเราไม่มีระยะห่างกับคนในเครื่องแบบแล้ว​ 
พวกเขามีเกราะ​ มีโล่​ มีหมวกป้องกัน

ส่วนพวกเรามีร่ม​ และ​ขวดน้ำ
.
แน่นอนหละตอนนี้​ "ฉันมือเปล่า" 


ชีวิตนี้ไม่เคยคิดเลยว่าการโดนฉีดน้ำในครั้งนั้น​ มันเหมือนเป็นการจุดไฟบางอย่างให้กับพวกเรา... 
 
ขอโทษที่ฉันไม่สามารถบรรยายความเจ็บปวดออกมาเป็นข้อความได้

ห​ ยุ​ ด​ คุ​ ก​ ค​ า​ ม​ ป​ ร​ ะ​ ช​ า​ ช​ น


ใครซักคนพูดประโยคนี้ขึ้นมา... 

อืม... น่าทุเรศชะมัด
ฉันเป็นประชาชนที่ต้องสู้กับผู้พิทักษ์​สันติราษฏร์​อย่างงั้นหรอ

แล้วสันติราษฏร์​ คืออะไรกันหละ? 
ฉันก็กำลังต่อสู้เพื่อสันติราษฏร์​เหมือนกันนะ! 
แต่... ทำไมเราถึงหันหน้าชนกันหละ​ คุณตำรว​จ? 

ตอนนี้ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย ไม้แม่แต่จะมองเห็นสิ่งรอบข้าง หูของมันเหมือนหยุดใช้งานไปชั่วขณะ มันเกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ?

"ไปเร็วถอยก่อน"

เสียงตะโกนจากคนด้านข้างของฉัน เหมือนถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์ ก่อนที่จะถูกพี่ชายคนนั้นดึงตัวออกไป ฉันวิ่งตามด้วยสภาพที่ชุ่มไปด้วยน้ำ

ไม่รู้ทิศเลย

เสียงดนตรีที่สนุกสนานที่ได้ยินเมื่อตอนเย็นถูกเสียงร้องโหยหวนกลืนหายไปจนหมด เพื่อนร่วมโต๊ะอาหารของฉันในตอนเย็นวิ่งกระจายไปทั่วทุกสารทิศ

ตอนนี้ฉันรู้แค่ว่าห้ามหยุด ฉันไม่มีโอกาสได้มองย้อนกลับไปข้างหลังเลยด้วยซ้ำ

สายตาของฉันมองไปเห็นคุณป้าคนหนึ่งกำลังก้าวเร็วท่ามกลางคนเยอะมากมาย

'คุณป้าคะ หาที่ปลอดภัยก่อนนะคะ'

เสียงประกาศที่หลบภัยดังขึ้น ฉันหยุดวิ่งก่อนที่จะเดินให้เท่าความเร็วของคุณป้า ฉันไม่มีแม้แต่เวลาจะถามชื่อของป้าเลย ความแน่นของมือคุณป้าที่จับฉัน มันบอกไม่ได้เลยว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกอย่างไร

เธอกำลังกลัว?

ทุกคนกำลังหนีตายตามสัญชญาณตัวเอง....

มีรถมอไซต์หลายคันเริ่มวิ่งรับส่ง ฉันส่งคุณป้าขึ้นรถไปและภาวนาให้เธออยู่ในที่ที่ปลอดภัย

ฉันเริ่มหายใจได้ เหมือนกับว่ากำลังวิ่งแข่งกับอะไรสักอย่าง แม้ว่าตอนนี้ฉันยังไม่ถึงเส้นชัย แต่ก็มีหลายคนที่กำลังวิ่งไปพร้อมกับฉัน

ตอนนี้อยู่ในที่ที่ปลอดภัย ฉันรับข้อความมากมายจากคนที่รู้จัก

ขอบคุณนะที่เป็นห่วง
และ ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง


พี่สาวใจดีคนหนึ่งให้ฉันอาศัยขึ้นรถกลับบ้าน
ฉันขอบคุณเขาไปหลายครั้งจนนับไม่ได้
ตอนนี้ฉันมีเวลามากพอที่จะสำรวจตัวเอง
ร่างกายมีรอยช้ำจากแรงปะทะของน้ำ ส่วนตาของฉันมันแดงราวกับเส้นเลือดกำลังจะแตกอย่างงั้น

หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา มันผ่านมาไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ ทุกอย่างมันดูนานเสียเหลือเกิน
ความโหดร้ายที่ฉันเจอมันมากกว่าคำบรรยายบนข้อความด้วยซ้ำ เทียบไม่ได้เลย

ฉันเพียงแค่อยากบันทึกข้อความถึงความโหดร้ายที่ฉันได้เจอ แม้ว่าฉันไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ทั้งหมดลงไปได้ก็ตาม

ไว้เจอกันใหม่นะ (:

หากเรากำลังเจ็บ แปลว่าเรายังมีชีวิตอยู่
แต่หากเรารูัสึกเจ็บแทนผู้อื่น​ แปลว่าเรายังมีความเป็นมนุษย์อยู่


#ประเทศไทยเป็นของประชาชน
#ประยุทธิ์ออกไป
#ladybugwrite / post this tag on the twitter
-@ladybuggyred



SHARE
Writer
Ladybugwrite
แฮปปี้ไวรัส
[INFJ-T​]​ จิตวิทยาบำบัด​ / ภาพยนตร์​-ดนตรี-สีน้ำ​ / ความฝันอยากเป็นนักเขียน​ /ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนที่แวะเวียนมาทักทาย​ ขอให้ทุกท่านได้รับความสุขหวนกลับคืน

Comments

khina
12 days ago
|||
Reply
Ladybugwrite
12 days ago
ขอบคุณค่ะ​ สู้ไปด้วยกันนะ​ ;
ZGSWMN
10 days ago
ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ |||
Reply
Ladybugwrite
10 days ago
รอไปด้วยกันนะคะ​ |||
uaremymoon
9 days ago
คุณขาเราขอนำลิงค์ไปลงทวิตนะคะ เดี๋ยวเราจะใส่เครดิตให้คุณด้วยนะคะ ถ้าคุณมีทวิตก็รีพายมาบอกกันหน่อยนะคะ เราจะแท็กๆไป♡︎
Reply
Ladybugwrite
9 days ago
ขอบพระคุณมากนะคะ​ เดี๋ยวเราจะตามทวิตคุณไป​ ❤️🙏🏻