[บทวิจารณ์ภาพยนตร์] ศรัทธาคนบาป ,The Devil All The Time 2020
            คุณคิดว่าภาพสุดท้ายก่อนสิ้นลมหายใจของคุณคือภาพอะไร? บางทีมันอาจเป็น ภาพของญาติพี่น้องที่มายืนเรียงรายอยู่รอบเตียงเพื่อรอฟังคำสั่งเสียสุดท้ายของคุณ ภาพที่คุณได้นอนกอดคนรักของคุณยามแก่เฒ่าแล้วตายไปพร้อมๆกันแบบในหนังสุดคลาสสิคเรื่องไททานิค แต่ที่กล่าวมาในข้างต้นนั้นมันดีเกินไปสำหรับชะตากรรมอันสุดแสนระทมทวยของตัวละครใน “ ศรัทธาคนบาป ” หรือ “ The Devil All The Time ” [2020] ภาพยนตร์ที่ขับเคลื่อนโดยจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้งถึงแก่น ดั่งรถที่พาร่างกายคนเราแล่นไปยังเป้าหมายของชีวิต
 
บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์
...
..
.


“ ใครคือคนกำหนดชะตาชีวิต ตัวคุณเอง หรือพระเจ้า? ”
 
            ระยะเวลา2 ชั่วโมงกับการติดตามดำดิ่งดูชะตากรรมของตัวละครในหนัง ผ่านการเล่าเรื่องโดยเสียงพูดของ Donald Ray Pollock ผู้เขียนนิยายต้นฉบับ ที่รับหน้าที่บรรยายอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครแทนผู้เขียนบทไปด้วย ประหนึ่งว่าคุณกำลังนั่งอ่านวรรณกรรมชั้นยอด    หนังถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของพ่อหนุ่ม อาร์วิน (Tom Holland, Spide Man) ที่โชคชะตาเล่นตลก ให้แม่ของเขาต้องป่วยตายด้วยโรคมะเร็ง และพ่อที่คลั่งในความเชื่อหลงผิดจนคิดสั้นฆ่าตัวตายทิ้งลูกของตนตามเมียตัวเองไป ทำให้ชีวิตต้องตกระกำลำบากต้องไปอาศัยอยู่กับลุงและย่าใน West Verginia บ้านเกิดของ วิลลาร์ด (Bill Skasgard ,IT Remake1&2) ผู้เป็นพ่อ โดยมีน้องสาวบุญธรรมที่เกิดจากหญิงสาวที่ไปพบรักกับนักเทศน์วิกลจริตรายหนึ่งที่คิดว่าตนเองนั้นสื่อสารกับพระเจ้าได้จนสุดท้ายก็ได้ทำการฆาตกรรมภรรยาตัวเองเพื่อพิสูจน์ความเชื่อผิดๆของตน และภาพสุดท้ายในชีวิตของเขานั้นคือปากกระบอกปืนที่จ่อหัวเขาโดย คาร์ล (Jason Clarke ,Termitor Genisys) ฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตที่ชอบถ่ายรูปภรรยาของตนเองกำลังมีเซ็กซ์กับคนแปลกหน้า โดยมีความคิดทีว่าความตายนั่นเองคือพระเจ้าที่แท้จริง (โดยที่ตัวเขาเองนั้นก็ไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองนั่นแหละที่กำลังเล่นบทเพระเจ้ากับชีวิตผู้อื่นอยู่) ซึ่งจนแล้วจนรอดชะตากรรมสุดบัดซบของอาร์วิน ก็นำพาเขาไปเจอกับบาทหลวงนอกรีต (Robert Pattinson ,Tenet 2020) ที่ทั้งเหยียดหยามดูถูกคุณย่าของเขาต่อหน้าธารกำนัล ในโบสถ์ของหมู่บ้าน อีกทั้งยังได้ทำการล่อลวงพรากพรหมจรรย์น้องสาวของเขาไปและทอดทิ้งอย่างไม่มีเยื่อใย จนสุดท้ายแล้วก็เป็นเขาเองที่จะกำหนดชะตาของตัวเองด้วยการเลือกได้เลยว่าจะล้างแค้นหรือให้อภัย เหมือนอย่างที่พ่อของเขาก็เลือกได้ว่าจะทำการแก้แค้นหรือให้อภัยพรานป่าที่มาเหยียดหยามถึงถิ่นในขณะที่พ่อของเขากำลังสอนให้เขาภาวนาถึงพระเจ้า แน่นอนว่าแบบอย่างที่ไม่ดีบางอย่างมักเกิดจากพฤติกรรมเลียนแบบพ่อแม่ และพ่อของเขาก็เลือกที่จะล้างแค้น..

“ ถ้าไม่เกรงกลัวในอำนาจของพระเจ้า แล้วสิ่งใดเล่าคือบาป ให้อภัยหรือล้างแค้น? ”
 
            เหตุการณ์ในภาพยนตร์นั้นเกิดขึ้นราวๆปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปจนถึงระหว่างสงครามเวียดนาม โดยในต้นเรื่องนั้นวิลลาร์ดพ่อของอาร์วินนั้นต้องไปเจอกับเหตุการณ์สุดสะพรึง เมื่อเขาและเพื่อนทหารได้ไปเจอเข้ากับนาวิกโยธินนายหนึ่งที่ถูกทหารของฝ่ายอักษะจับเขามัดไว้กับไม้กางเขนท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง ราวกับกำลังเย้ยหยันถึงชาวคริสตชน ซึ่งดูแล้วช่างเป็นภาพที่น่าเวทนา วิลลาร์ดจึงต้องตัดสินใจปลิดชีวิตเขาทิ้งเสียเพื่อให้เขาพ้นจากทุกข์ แต่หารู้ไม่ว่าความรุนแรงจากปลายกระบอกปืนครั้งนั้นทำให้ความศรัทธาต่อพระเจ้าในใจของวิลลาร์ดต้องสั่นคลอน จากศรัทธาคนดี ต้องกลับกลายมาเป็นศรัทธาคนบาป หลังจากเขากลับมาจากสงคราม เขาได้พบรักกับสาวเสิร์ฟในเมือง จนได้มีอาร์วิน แต่เมื่ออาร์วินอายุได้ 7 ปี แม่ของเขาก็ต้องป่วยเป็นมะเร็ง โดยหมอที่ทำการรักษาบอกว่าระยะนี้นั้นไม่สามารถทำการรักษาได้แล้ว พ่อของเขาไม่รู้จะทำอย่างไร จึงไปนำ แจ๊ค เจ้าหมาตัวโปรดของอาร์วินมาบูชายันต์ต่อพระเจ้า และถึงขั้นตบหัวอาร์วินอย่างแรงเพื่อบังคับให้ลูกชายอ้อนวอนต่อพระเจ้าให้ภรรยาไม่ตายเหมือนเขาเช่นกัน แต่เมื่อคนเราฝืนชะตากรรมไม่ได้ คนเราจะช้าจะเร็วอย่างไรก็ต้องตาย เมื่อกงล้อแห่งกรรมได้เริ่มต้นหมุนขึ้นแล้ว มันก็ไม่มีทางจะหยุดลงได้ง่ายๆ สุดท้ายภรรยาของวิลลาร์ดก็จากไปทิ้งให้อาร์วินต้องจัดการกับปัญหาชีวิตในแบบที่พ่อของเขาได้สอนเอาไว้ อาร์วินนั้นเหมือนพ่อของเขามากแม้กระทั่งคำพูดที่ออกมาจากปากเขา ความรุนแรงที่เขาใช้ในการแก้ปัญหา เห็นได้ชัดว่าอาร์วินนั้นไม่ได้เชื่อในคำสอนของพระเยซูดังที่ตัวละครหลายตัวในเรื่องเป็นกันอย่าง เลอนอร่า ที่เฝ้าภาวนาอ้อนวอนต่อพระเจ้าทุกวัน เพียงเพื่อขอให้พ่อของตนเองกลับมาเจอเธอ ด้วยความไร้เดียงสาของเธอทำให้เธอนั้นแยกไม่ออกระหว่างการยอมคนกับการให้อภัย จนมันต้องพาเธอไปเจอกับโศกนาฏกรรมที่พลิกชีวิตอาร์วินพี่ชายของเธอไปตลอดกาล

            จะเห็นได้ว่าบทหนังนั้นมีการสอดแทรกประเด็นความเชื่อทางศาสนา เข้าไปค่อนข้างบ่อย อย่างเรื่องของการมีสติก็ถูกถ่ายทอดในเวลาสำคัญๆที่ตัวละครต้องตัดสินใจ โดยสำหรับใครที่ศึกษาเรื่องของสมาธิจะเข้าใจดีว่าสุดท้ายแล้วนั้น จิตที่ว่างเปล่าต่างหากที่เป็นตัวกำหนดร่างกายไม่ให้ทำตามสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ ซึ่งตัวละครสำคัญในเรื่องหาได้มีสติระงับโทสะ ตัณหา กิเลสของตนเองกันไม่ ในทางกลับกันต่างก็พากันใช้ชีวิตแบบคนไม่มีศีลธรรมค้ำจุนจิตใจจนนำพาชีวิตตนเองดิ่งลงเหวไปเรื่อยๆ ดั่งคำพระท่านหนึ่งที่กล่าวไว้ว่า 
“ วันนี้สะใจ วันหน้าชดใช้กรรม ” 
ซึ่งแน่นอนว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งตัวคุณเอง (ผู้อ่าน) หรือแม้แต่ผมเอง (ผู้เขียน)เองก็ต้องพบจุดจบของชีวิตไม่ต่างกัน อยู่ที่จะช้าหรือเร็วเพียงเท่านั้น ข้อคิดข้อสำคัญที่ตัวหนังฝากไว้คือ ในหลายครั้งที่ความเชื่อทางศาสนาได้นำพาให้คนหลงผิด และกว่าจะถึงคราวตาสว่างได้เห็นความจริงอันเป็นสัจธรรมของชีวิตนั้นก็สายเกินแก้เสียแล้ว ดังนั้นหากยังพอมีเวลาเหลือให้รีบทำความดีกันไว้ ผื่อในบางทีคุณเองอาจจะได้เป็นผู้กำหนด “ภาพสุดท้ายของชีวิต” ด้วยตนเองก็เป็นได้ 
 
เกร็ดแถม : หนังเรื่องนี้ที่ฉายลงบน Netflix นั้นได้ถูกดัดแปลงมจากต้นฉบับนิยายปี 2011 ของ Donald Ray Pollock ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในนักเขียนที่น่าอิจฉามากที่สุดของโลกคนหนึ่งเลยในจังหวะนี้ ที่เหล่านักแสดงชั้นนำของฮอลลีวู้ดต่างพากันเซย์เยส ตบเท้าก้าวกันเข้ามารับบทนำในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Tom Holland (Spider Man) ในบทชายหนุ่มผู้ระทมทุกข์อยู่กับเรื่องราวในอดีตที่ใช้ปัจจุบันมาเป็นเครื่องมือในการล้างปมในใจ , Robert Pattinson (Twilight SAGA) ในนักเทศน์นอกรีต , Bill Skasgard (IT Remake1&2) ในบททหารผ่านศึกผู้รักภรรยาจนต้องถวายชีวิต และที่ชวนเซอร์ไพรส์มากที่สุดสำหรับแฟนๆแฮร์รี่ พอตเตอร์ (เฉกเช่นกระผม) อันได้แก่ Harry Melling ที่ห่างหายจากงานแสดงไปหลายปีหรือมีก็ไม่รู้ ที่กลับมารับบทนักเทศน์เคร่งศาสนาที่บ้าจนกู่(เกือบ)ไม่กลับ โดยสำนักรีวิวชั้นนำหลายแห่งในไทยก็มีการให้คะแนนไว้ค่อนข้างสูง ถือว่าเป็นหนึ่งในหนัง Netflix ที่คนอายุเกิน 20 ควรดูก่อนตายกันเลยทีเดียว เพราะเพียงแค่เข้ามาดูการประชันฝีมือของนักแสดงในเรื่องก็มีค่าเกินคุ้มแล้ว
SHARE
Writer
CheaperWriter
Writer
อยากเหล้าอะ

Comments