00.24
ร้านกาแฟสีขาวเป็นที่ๆฉันชอบมา

ทุกๆเย็นวันศุกร์ลาเต้ร้อน2แก้ว
จะมาเสิร์ฟที่โต๊ะรูปวงกลมสีขาว
ด้านในสุดของร้าน

บรรยากาศอบอุ่น
มีเสียงการสนทนาของผู้คน
เคล้ากับเสียงบรรเลงของเปียโน
ที่เปิดคลอตลอดทั้งวัน

กลมกล่อมทั้งบรรยากาศ
และลาเต้ร้อนที่อยู่ตรงหน้า

ฉันนั่งจิบกาแฟ
พลางมองกาแฟอีกแก้วที่ถูกวางตรงข้าม
แม้เก้าอี้จะว่างเปล่า
แต่กาแฟแก้วนั้นก็มีเจ้าของอยู่ดี

ผ่านมา 3 ปีแล้ว
รสชาติกาแฟที่นี่ไม่เคยเปลี่ยน

ฉันใช้กาแฟที่ร้านนี้เป็นเครื่องมือ
ในการย้ำความทรงจำของฉัน
ให้แน่นและฝังลึกไม่มีลืม

รสชาติที่ไม่เปลี่ยนแปลง
ทำให้ความรู้สึกของฉัน
ไม่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม

ภาพความทรงจำเมื่อ3 ปีก่อน
หวนคืนกลับมาทันทีที่ความขมของกาแฟ
แตะสัมผัสที่ปลายลิ้น


" ไม่เข้าใจ! "
เสียงของฉันแผดลั่น
ด้วยอารมณ์โกรธที่ถาโถมเข้ามา

เรื่องมันเกิดจากการที่เขา
พยายามให้ฉันเปลี่ยนแปลงนู่นนี่สารพัด
มันเลยทำให้ฉันรู้สึกไม่ยุติธรรม

"มันก็เพื่อตัวคุณเองนั่นแหละ"
เขาพยายามบอกเหตุผล
ซึ่งนั่นไม่ช่วยให้ฉันเข้าใจมากขึ้น
หนำซ้ำยังเหมือนน้ำมันรดไฟ

"นี่ ตัวคุณเองก็มีข้อติอยู่เยอะแยะ แต่ฉันก็ไม่เคยเรียกร้องให้คุณเปลี่ยนนู่นเปลี่ยนนี่เลยสักครั้ง"
ผู้คนเริ่มหันมามองเราสองคน
แต่ใครจะสนใจล่ะ
ชั่วโมงนี้ฉันไม่อายอะไรอีกแล้ว

เขาชอบให้ฉันเปลี่ยนแปลงตัวเอง
พอฉันเปลี่ยนแปลง แทนที่เขาจะพอใจ
กลับกลายเป็นหาข้อติใหม่
เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ
กลายเป็นความพยายามที่ไม่มีจุดสิ้นสุด
และไม่มีความพอใจเป็นผลลัพธ์เลยสักครั้ง

เขาถอนหายใจอย่างแผ่วเบา
และหลับตาเหมือนครุ่นคิดอะไรสักอย่าง
โดยไม่สนฉันที่นั่งร้อนเป็นไฟอยู่ตรงหน้า

ไฟที่ลุกโชนคงต้องมอดลงเอง
โดยไม่โดยไม่มีน้ำมาช่วยดับ

เขาลุกขึ้นยืน
และก้มมามองหน้าฉัน
ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
ไร้อารมณ์จะสื่อสารในแววตานั้น

"พอเถอะ"
เขาตอบสั้นๆและยืนมองฉันอยู่อย่างนั้น
เหมือนรอให้ฉันพูดอะไรสักอย่าง

"ใครกันแน่ที่ต้องพอ"
เสียงของฉันสั่นเครือ
มีอาการที่แผ่วลงชัดเจน
เหมือนจะรับรู้ได้ว่ามีบางสิ่งที่ฉันกลัว
กำลังจะเกิดขึ้น

"ทั้งคุณและผม พอเถอะ ไม่ต้องพยายามเพื่อกันอีกแล้ว"

อารมณ์โกรธที่ร้อนจัดเมื่อครู่
ดับวูบลงในไม่กี่วินาที
เหมือนถ่านร้อนๆ
ตกลงไปที่ขั่วโลกเหนืออย่างกะทันหัน

ฉันยอมรับเลยว่า
ตัวฉันเย็นเฉียบจนแทบสั่น
ไม่รู้ว่าสีหน้าของฉันในตอนนั้น
แสดงอารมณ์อะไรออกมา
แต่ที่แน่ๆ สมองไม่สั่งการไปชั่วขณะ
และน้ำตาก็เริ่มรื้นจนห้ามไม่ได้

จุกที่คอพูดไม่ออก
ได้แต่กลืนน้ำลายเฮือกใหญ่
อย่างยากลำบาก
คอแห้งจนกระหาย
และมวนท้องจะอาเจียน
สารพัดความรู้สึกปั่นป่วนตีรวนไปมา
แข้งขาอ่อนแรงจนลุกไม่ขึ้น

ฉันได้แต่ก้มหน้าปล่อยน้ำตา
บรรเลงเคล้ากับเสียงเปียโนที่โศกเศร้า

เขาเดินจากไปโดยที่ฉันไม่ได้พูดอะไรอีก
" เป็นอะไร จิบกาแฟแล้วก็ร้องไห้ ? "
ฉันสะดุ้ง
เพราะกำลังคิดถึงเหตุการณ์เมื่อ3 ปีก่อน
"เปล่าร้องนะ"
ฉันปาดน้ำตาปฏิเสธแม้หลักฐานจะเด่นชัด
"คิดถึงเรื่องเมื่อ 3 ปีก่อนอีกแล้วสิ"
เขาพูดอย่างรู้ทัน
เพราะฉันเป็นแบบนี้เสมอ
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น

"ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ ว่าวันนั้นคุณจะกล้าบอกเลิกฉัน"

เขาวางกระเป๋าลงและนั่งฝั่งตรงข้าม
"อะไร? ผมยังไม่ได้บอกเลิกคุณสักคำ
ก็แค่เดินออกไปซื้อข้าว แล้วกลับไปรอคุณที่ห้องเนี่ยนะ" 
เขาพูดพลางเอามือถูต้นคอ
แก้มของเขาแดงระรื่อ

หลังจากที่ฉันร้องไห้อยู่สักพัก
จนร้านปิดก็แวะซื้อเบียร์กลับไปห้อง
กะว่าความเมาจะทำให้ลืมเรื่องบ้าๆได้

แต่เมื่อถึงห้องก็ต้องประหลาดใจ
ที่พบเขากำลังจัดอาหารอยู่ในครัว

ทันทีที่เห็นร่างสูงที่คุ้นเคย
น้ำตาก็พาลไหล ฉันทรุดนั่งลงตรงนั้น
เขาดูตกใจมากและวิ่งมากอดฉัน

สวมกอดอย่างแผ่วเบา
ส่วนฉันกอดเขาด้วยความรู้สึกที่เกรงกลัว
ว่าเขาจะจากฉันไป

"ตลกดี วันนั้นฉันน่าจะตบหน้้าคุณสักที
โทษฐานที่ทำให้ฉันกลัว"
ฉันทำหน้าเอาเรื่อง

"คุณกลัวจะเสียผมไปเหรอ?"
เขายื่นหน้ามาใกล้อย่างท้าทาย

ฉันเอื้อมมือขึ้นมาลูบที่แก้มของเขา
เราจ้องตากันและส่งรอยยิ้มที่อ่อนหวาน
เพื่อสื่อสารกัน

"ชีวิตที่ไม่มีคุณ สำหรับฉันมันน่ากลัวสุดๆ"

SHARE
Written in this book
สีเทา
เรื่องสั้นในวันที่หัวใจเป็นผุยผง

Comments