Aimlessly
ถึงจะพอเข้าใจว่าทำไมคนอื่นถึงมองว่าเขาดูดี แต่เขาไม่ได้เป็นเช่นนั้นในสายตาฉัน มีเพียงสิ่งเดียวที่โดดเด่นขึ้นมาเวลาอยู่ใกล้ นั่นคือกลิ่น—กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มที่หอมฟุ้งเป็นพิเศษเมื่อเขาย่างกราย กลิ่นที่ลอยมากับลมในระยะ 5 เมตร กลิ่นที่ร้านซักรีดใช้ แต่กลับโดดเด่นในคนไม่กี่คน กลิ่นเดียวกันนี้อยู่บนตัวเขา

ฉันไม่เคยคุยกับเขาเกิน 2 ประโยคตลอดเวลาที่ทำงานด้วยกัน ไม่เคยยิ้มให้ (เคยเผลอทักไปครั้งสองครั้ง) รู้สึกมาตลอดว่าผู้ชายแบบนี้เป็นคนที่มี privilage ทางหน้าตา เพื่อนๆ (ที่ชอบเขา)ชอบชี้ชวนให้มองปฏิกิริยาของคนรอบข้างเวลาเห็นเขา ใบหน้าแดงและรอยยิ้มเขินอายที่ประดับบนหน้าของหญิงสาวคนอื่นเป็นฉากหลังโดยมีเขาที่ทำท่าตั้งอกตั้งใจทำงานเป็นองค์ประกอบหลักในภาพที่ฉันมองเห็นอยู่

ความรู้สึกเฉยชาปนรำคาญ(เพื่อนที่กรี๊ดกร๊าดคนแบบเขา)นั้นมีมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเวรสุดท้าย เราต้องไปห้องฉุกเฉินเพื่อดูคนไข้ เขาถามฉันเรื่อง first half bleeding แล้วให้ฉันเฉี่ยนโรคให้เขาฟัง ฉันตอบแบบเก้ๆกังๆ เพราะไม่ได้มั่นใจในความรู้ตัวเองนัก พอตอบได้ครบ เขาก็ตอบรับด้วยน้ำเสียงแบบที่เขาใช้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน น้อง หรือคนไข้ เป็นเสียงที่ดูจะดุหน่อยๆ แต่จริงๆ คงไม่คิดอะไร
เขาถามเพิ่มเติมหลังจากนั้น ฉันตอบได้ไม่ครบ เขาเริ่มสอนขณะที่เราเดินไปห้องฉุกเฉินด้วยกัน สอนไม่ทันจบเราก็มาถึง เขาพาไปตรวจคนไข้ พี่เด้นท์ตามมาทีหลัง พอตรวจเสร็จ เขาก็สอนต่อ(ถึงขั้นหยิบกระดาษมาไล่ให้ดู โคตรเท่!)

มันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมากสำหรับฉัน เพราะเราไม่ได้สนิทกัน ไม่เคยคุยกันมาก่อน และฉันก็ตั้งแง่กับเขาไปแล้ว นี่เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เราได้คุยกัน เขากำลังจะเรียนจบ พี่ที่อยู่กลุ่มเดียวกันขนของออกจากหอไปแล้ว คนพวกนั้นน่าจะไม่กลับมาอีก นอกจากว่าเขาจะมางานเลี้ยงอำลาที่จะจัดให้พวกคนที่จะเรียนจบไป

ฉันเขียนเรื่องนี้เพราะอยู่ๆ ก็รู้สึกถึงกลิ่นนั้นขึ้นมา แน่นอนว่ามันจะหายไปตามกาลเวลาเหมือนกลิ่นอื่นๆ แต่ชั่วขณะที่เราเดินไปยังห้องฉุกเฉิน จะอยู่ในความทรงจำของฉันนานพอๆ กับการเฉี่ยน first half bleeding และข้อยิบย่อยของ abortion ที่เขาสอนนั่นแหละ
SHARE

Comments