นาฬิกากับชีวิต
 
     ตื่นขึ้นมาของวันอาทิตย์ เป็นเวลาประมาณ 10 โมงเช้า นาฬิกาข้อมือปลุกดังขึ้น ผมตื่นขึ้นและทำภา ระกิจประจำวัน เมื่ออื่มท้องก็เริ่มเปิดคอมพิวเตอร์ เพื่อเขียนงานส่ง

            การทำงานเขียนแต่ละครั้ง ต้องใช้สมาธิเยอะ ยิ่งเป็นงานที่ชอบ สนุก ทำให้เพลินไปกับมัน ทำให้ผมลืม "เวลา" ครั้งนี้เหมือนกัน ผมลืมล้างห้องน้ำ นั้นถือเป็นหน้าที่สำคัญ

              ผมยกนาฬิกาขึ้นมาดูเวลา พบว่าเลยเวลาที่ต้องทำความสะอาดห้องน้ำ ปิดคอมพิวเตอร์และเข้าห้องน้ำพร้อมอุปกรณ์ทำงาน ชุดใหญ่ โดยหวังว่าวันนี้จะขัดห้องน้ำให้สะอาดเหมือนที่เคยทำ เวลาเป็นสิ่งที่มีไม่จำกัดนั้น นั้นเป็นความเชื่อในวัยเด็ก แต่พอใช้ชีวิตมาตอนอายุ 40 กว่า ประสบชีวิตการทำงานมา 20 ปี ความคิดเริ่มเปลี่ยน เวลามีมากเหลือเผื่อนั้นไม่มีจริง ตอนนี้ต้องกลัว เวลาที่เหลืออยู่ว่ามันเหลืออยู่แค่ไหน เวลายิ่งเหลือน้อยคุณค่าของมันยิ่งมาก ผมกลัวว่าตัวเองจะใช้เวลาไปจนหมดแล้ว ตอนนี้ก็เช่นกัน กลัวจะล้างห้องน้ำเสร็จไม่ทัน

          เวลานั้นเรียกกลับมาไม่ได้ เราไม่เคยนึกถึงมันจนมันหมดไป หลายคนใช้มันอย่างไม่รู้คุณค่า หรือเรียกว่าใช้มันอย่างประมาท พอมันถึงสุดทางก็เรียกร้อง โศกเศร้า ต้องการย้อนเวลากลับ

          เวลาเรียกกลับมาไม่ได้ เราไม่เคยนึกถึงมันจนมันหมดไป หลายคนใช้มันอย่างไม่รู้คุณค่า หรือเรียกว่าใช้มันอย่างประมาท พอมันถึงสุดทางก็เรียกร้อง โศกเศร้า ต้องการย้อนเวลากลับ อยากขอเวลาเพิ่ม โดยมีเหตุผลมากมายร้อยแปดที่บอกว่าเราสมควรที่ต้องได้เวลาเพิ่ม แต่ เวลายุติธรรมกับทุกคน เวลามีเท่ากันทุกคน อยู่ที่ใครใช้มันทำอะไร เวลาเมื่อใช้ไปแล้วไม่มีทางกลับคืนได้ ถ้าเราใช้มันอย่างสุรุ่ยสุร่าย อย่างไม่แยแส เวลาพร้อมที่ใจดำต่อเราเช่นกัน

           เราควรใช้เวลาทุกวินาทีให้มีคุณค่าต่อตนเอง ต่อผู้อื่น ต่อสังคม หรือแม้กระทั้งโลกใบนี้ และเมื่อถึงตอนหมดเวลาเราจะได้ไม่ต้องเสียใจกับเวลาที่เราใช้ไปและจากไปอย่างมีความสุข

"เวลาคือสิ่งที่ทุกคนมีเท่ากัน แต่ทุกคนใช้มันไม่เท่ากัน"


SHARE
Writer
BlueSea
นักเดินทาง
การเดินทางอันแสนยาวไกลต้องเริ่มจากก้าวแรกเสมอ

Comments