เรื่องของส้ม เวลาที่น้อยลงกับวัยที่มากขึ้น
  วันนี้ก็เป็นแค่หนึ่งวันธรรมดา ๆ อีกวันหนึ่งยามบ่ายแก่ ๆ หลังจากที่รับประทานอาหารมักจะต้องมีผลไม้มาปิดท้ายของมื้ออาหารทุกครั้งเมื่อฉันได้กลับมาพักผ่อนที่บ้าน ในขณะที่ฉันกำลังแกะส้มอยู่นั้นฉันก็หวนนึกถึงอดีตตอนที่ฉันยังเด็ก เวลาที่ฉันจะกินส้มฉันมักจะลอกเส้นใยของส้มออกจนหมดก่อนทานเสมอ แต่พอโตขึ้นฉันกลับมองข้ามเรื่องเหล่านี้ไปแค่แกะเปลือกส้มออกแบ่งเป็นชิ้น ๆ แล้วก็กินมันทั้งอย่างนั้นเลยไม่กลืนเม็ดไปด้วยก็โชคดีแล้วหละฮ่า ๆ 
  ฉันก็เริ่มเกิดคำถามกับตัวเองว่า "ทำไมเดี๋ยวนี้เราไม่รู้สึกว่าต้องลอกเส้นใยสีขาว ๆ ของส้มออกก่อนกินด้วยนะ" ฟังดูเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นคำถามได้ใช่ไหมละแต่มันใช่ฉันก็คิดไปต่าง ๆ นา ๆ แต่ดูเหมือนจะมีความคิดหนึ่งที่สะกิดใจฉันมากที่สุดนั้นก็คือเรื่องของ "เวลา" ฉันคิดว่าตัวเราตอนที่ยังเป็นเด็กกับเราที่อยู่วัยทำงานนั้นคุณค่าของเวลานั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงมากจริง ๆ ตอนฉันเป็นเด็กฉันรู้สึกว่าเวลาเป็นอะไรที่ไม่มีที่สิ้นสุดฉันรู้สึกว่าเวลาไม่ได้มีค่ามีความหมายอะไรเลยเวลามีไว้แค่นับปฏิทินเท่านั้นทำไมเราต้องใส่ใจเรื่องเวลาขนาดนั้นเราควรจะใส่ใจสิ่งที่ทำให้เราสนุกอยู่ตรงหน้ามากกว่า เวลาที่เด็กได้เพลิดเพลินกับอะไรบางอย่างเด็กมักจะให้ไม่อยากให้เหตุการณ์เหล่านั้นจบลงเพียงเพราะถึงเวลาที่กำหนดแล้วเช่นเด็กร้านเกมที่งอแงอยากเล่นเกมต่ออีกซัก1ชม.เป็นต้น
  แต่พอชีวิตฉันเริ่มเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงนั้นก็คือ "วัยทำงาน" ฉันกลับรู้สึกว่าเวลาที่เราจะได้ใช้มันอย่างอิสระตามที่เราต้องการจริง ๆ มันน้อยมาก ๆ เพราะฉันทำงาน5วันต่อสัปดาห์มีเพียงแค่คืนวันศุกร์และวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้นที่ฉันจะได้ใช้มันตามที่ฉันต้องการจริง ๆ ส่วนอีก4วันที่เวลาที่เหลือจากการทำงานของฉันนั้นฉันรู้สึกว่ามันเป็นแค่เพียงช่วงพักยกก่อนที่เราจะต้องกลับไปขึ้นชกใหม่ในวันพรุ่งนี้มันอาจฟังดูเลวร้ายหรือฉันไม่ชอบงานที่ฉันทำหรือปล่าวคำตอบคือ "ไม่" แต่ถ้าถามว่าชอบงานที่ตัวเองหรือปล่าว "ใช่" ฉันไม่ได้ชอบงานตัวเองถึงขึ้นเป็น Calling ที่ฉันอยากตื่นขึ้นมาเพื่อทำมันทุกวันขนาดนั้นแต่ฉันก็ยังคงชอบในงานของฉันอยู่ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มากมายขนาดนั้นก็ตาม ฉันรู้สึกว่าเวลาที่เป็นของเราจริง ๆ ไม่ได้มากมายเหมือนส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะความรับผิดชอบที่มากขึ้นเป็นเงาตามตัวของอายุที่มากขึ้นนั้นคงทำให้เรารู้สึกว่าไม่อยากเสียเวลาไปกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ฉันรู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เราอยากจะทำมันดูกลายเป็น KPI ไปหมดแทบซะทุกเรื่องถ้าฉันทำแล้วมันไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาฉันจะรู้สึกว่าเอาเวลาไปทำอะไรที่เราอยากจะทำจริง ๆ หรือพักผ่อนยังจะดีซะกว่า ฉันคิดว่าคงเป็นความรู้สึกแบบนั้นแหละที่เข้ามาทดแทนความรู้สึกที่เราเคยมี นั้นคือความเป็นจริงถ้าวัดกันด้วย Fact - Fact เลยสิ่งที่ฉันกำลังทำนั้นคือการ "มองข้ามความรู้สึกของตัวเอง โดยการมองว่ามันเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ" โอ้โหฟังดูเป็น Tragedies มากเลยใช่ไหมละถ้ามองในมุมมองความรู้สึกล้วน ๆ ไม่มีเหตุผลอื่นเข้ามาสนับสนุนเลยฉันคิดว่า "ใช่" แต่ฉันก็ไม่ใช่คนที่จะมานั่งคิดมากเพราะต้องกินส้มที่ไม่ได้ถูกลอกใยออกหรอกนะเพราะรสชาติมันก็ไม่ได้แตกต่างจากส้มที่ถูกลอกเส้นใยออกเลยแถมเส้นใยของส้มยังมีประโยชน์อีกด้วยนะ เพราะฉันได้เข้าใจและเรียนรู้แล้วว่าการที่กินส้มแบบไม่ลอกเส้นใยออกก่อนนั้น มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเหมือนในวัยเด็กเลยเพราะเมื่อเราโตขึ้นจะมีอีกหลายเรื่องเลยที่เราต้องเอาใจใส่และใช้เวลากับมัน ก็เหมือนกับการลอกเส้นใยของส้มในวัยเด็กของเรานั้นแหละ
SHARE

Comments