Butterfly Effect กับ ไวรัสโคโรน่า
เราทุกคนกำลังเผชิญกับกฎที่เรียกว่า Butterfly Effect (ผีเสื้อขยับปีก) อยู่ทุกมุมของโลก และการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ก็อธิบายปรากฏการณ์นี้ ให้เราเข้าใจได้อย่างดี จนเห็นภาพชัด 

กฎ butterfly effect หรือที่เรียกว่า “ผีเสื้อขยับปีก” เป็นอย่างไร
กฎ butterfly effect อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงเป็นระลอก เหมือนคลื่นทะเลที่เมื่อก่อตัวขึ้นแล้ว สามารถกลายเป็นคลื่นใหญ่ กัดเซาะฝั่งทะเลได้ เปรียบได้กับเรื่องเล็กๆ เช่น ผีเสื้อกระพือปีกสามารถก่อให้เกิดเรื่องใหญ่ ๆ ที่ไม่คาดคิดในระยะทางไกล ๆ ได้

สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า เป็นตัวอย่างของกฎ butterfly effect 
สถานการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากผีเสื้อตามชื่อของกฎ แต่เกิดจากค้างคาวซึ่งเป็นตัวแพร่เชื้อไวรัสดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002-2003 แพร่เชื้อจากค้างคาวไปยังชะมด และจากชะมดไปสู่คน โดยเริ่มระบาดจากจีนไปสู่คนทั่วโลก ผ่านโรคซาร์ (SARS) ที่เราเคยรู้จักกันดี

ต่อมาในปี ค.ศ. 2012-2014 มีการระบาดของไวรัสดังกล่าว แต่เป็นสายพันธุ์ใหม่ แพร่เชื้อจากค้างคาวไปอูฐ และจากอูฐไปสู่คนในซาอุดิอาระเบีย จนกระทั่งปี ค.ศ. 2019 ค้างคาวก็ได้แพร่เชื้อไวรัสโคโรน่าในสายพันธุ์ใหม่อีกครั้ง จากค้างคาวสู่งูเห่า จากงูเห่ามาสู่คนจีนในตลาดที่มีการขายสัตว์ แพร่เชื้อผ่านระบบทางเดินหายใจ กลายเป็นโรคปอดอักเสบ แพร่ระบาดไปยังผู้คนมากมายจนถึงปัจจุบัน

สิ่งเล็กๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่
หากเราละเลย ไม่สนใจ
จะป้องกันหรือแก้ไขปัญหาเล็ก ๆ นั้น 
 
อะไรบ้างที่เป็นเหมือน กฎ butterfly effect
ยังมีอีกหลายอย่างที่เกิดจากสิ่งเล็กๆ ที่ส่งผลกระทบเป็นระลอกตามกฎ butterfly effect เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้าง และอยู่ใกล้ตัวเราแค่ไหน
- ข่าวอุบัติเหตุในจังหวัดหนึ่ง มีผู้เสียชีวิตหลายราย ทำให้คนดูข่าวทั่วประเทศเสียใจ
- ไฟไหม้ป่าในอินโดนีเซียหลายจุด ทำให้เกิดควันพิษปกคลุมไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งไทย
- เพลงอกหักที่ฟังแล้วเศร้าตาม เมื่อเราฟังทุกวัน ทำให้เรามองโลกอย่างหมดหวัง ทุกข์ใจ
- ละครแซ่บที่ทำให้คนดูอินไปกับการแสดง มันอาจจะสนุก ได้อรรถรส แต่เมื่อดูบ่อย ๆ แทนที่จะทำให้เราได้ข้อคิด กลับมองโลกในแง่ร้ายลงทุกวัน
- โพสต์ติใครสักคนหนึ่งที่ไม่ระบุชื่อ ทำให้คนอ่านรู้สึกไม่สบายใจ และมีบางคนคิดสงสัยว่าเป็นเขาหรือเปล่า 
- โพสต์อาหารน่าทานภาพหนึ่ง ที่ทำให้เราเห็นแล้ว น้ำลายสอตาม
- ภาพภัยพิบัติในประเทศหนึ่ง ที่ทำให้หลาย ๆ ประเทศ ส่งแรง ส่งกำลังใจ ไปบริจาคและช่วยเหลือให้พวกเขาผ่านพ้นวิกฤตครั้งนั้นไปได้
- บทสัมภาษณ์ของผู้ชายคนหนึ่งเคยเป็นโรคซึมเศร้า ที่ปัจจุบันหายแล้ว และสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ แถมยังกลายเป็นนักพากย์เสียงดี และเป็น Youtuber ชื่อดัง ทำให้คนดูมีกำลังใจและเชื่อมั่นว่า ตัวเองก็มีโอกาสหายจากโรคนี้ได้เช่นกัน

สิ่งเหล่านี้ เป็นตัวอย่างของเหตุการณ์ ๆ หนึ่ง ที่ส่งผลกระทบเป็นระลอก ทั้งที่เป็นเรื่องดีและเรื่องไม่ดี ทำให้เราเรียนรู้ว่า เมื่อเราคิดจะทำอะไร หากเป็นเรื่องดีแล้ว ลงมือทำเลย อย่าลังเล แต่ถ้าเป็นเรื่องไม่ดี ลองหยุดคิดสักนิด ว่าจะมีผลกระทบอะไรตามมาหรือไม่ เพราะไม่ใช่แค่คนทำที่จะได้รับผลจากสิ่งที่ทำ คนที่อยู่รอบข้างและคนอื่น ๆ ที่เราไม่รู้จักก็อาจได้รับผลกระทบจากเราได้

ดังนั้น หากคิดไปว่า ทำดีแล้วไม่ได้ดี หรือคนทำไม่ดีไม่เห็นจะได้รับกรรมสักที คงต้องรอดูต่อไป เพราะเราอาจจะยังไม่เห็นตอนจบ หรือภาคต่อจากการกระทำนั้น 

แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้น คือ ตัวเราเอง 
เราไม่จำเป็นต้องไปคอยสังเกตผลกรรมของใคร 
แค่เราเป็นกระจกสะท้อนใจของเรา คอยเตือนตัวเอง 
และค่อย ๆ สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ ให้เราคิดดี ทำดี และมีใจที่เข้มแข็ง
เมื่อเวลาผ่านไป แล้วมองย้อนกลับมา เราจะได้ยิ่งรักและภูมิใจในตัวเอง

อ้างอิง
- https://tanapongkub11.wordpress.com/
- https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1410

#takuma
SHARE
Written in this book
INNER: อินเนอะ
ก็แค่..อิน
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments

iMeowHeng
10 months ago
youtuber คนไหนหรอคะ
Reply
takumacheerup
10 months ago
papaparty voice พากย์เสียงลีมินโฮเลยค่า ^^
ลิงค์บทสัมภาษณ์เผื่อสนใจค่า เริ่มนาทีที่ 20 น๊า
https://youtu.be/22YhqGzPKNU?t=1220