Sex l Drug l Family
สัปดาห์ที่กลิ่นของความรักอบอวลไปทั่วโรงเรียน ตอนนี้ฉันอยู่ที่โรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยหนุ่มสาววัยแรกแย้ม ฉันประทับใจประโยคที่อ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่งที่ผู้เขียนเขียนว่า ‘ที่ใดมีสิ่งมีชีวิต ที่นั่นย่อมมีความรัก’ และยิ่งที่นี่มีสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในช่วงฮอร์โมนแห่งความรักกำลังพลุ่งพล่านจึงทำให้บรรยากาศของสัปดาห์แห่งความรักเป็นช่วงที่พิเศษขึ้นมาจากวันอื่น ๆ

‘ครูขา/ครับ ทำไมครูยังไม่มีแฟน ครูชอบผู้ชายแบบไหนคะ/ครับ’ ช่วงนี้เมื่อเข้าคลาส นักเรียนจะถามคำถามนี้บ่อยมาก ฉันมองว่ามันเป็นเรื่องที่วัยเขากำลังสนใจก็ได้แต่ยิ้มให้อย่างเอ็นดูในความกระตือรือร้นที่เขาอยากรู้จัก‘รัก’ แต่เมื่อโดนถามบ่อย ๆ ฉันก็เริ่มเก็บมาคิดว่า ‘นั่นสิ ครูฝึกสอนอายุ 23 ย่าง 24 อย่างฉันชอบคนแบบไหนนะ’ เมื่อทบทวนตัวเองฉันพบว่าคนที่มีเสน่ห์สำหรับฉันคือ ‘คนที่กำลังหลงใหล’ หลงใหลในอะไรสักอย่างไม่ว่าจะเป็นดนตรี กีฬา ศิลปะ การเรียนรู้ การทำอาหาร และอีกหลาย ๆ อย่าง ฉันชอบที่จะมองแววตาที่มีประกายแห่งความมุ่งมั่น และฉายความสุขออกมาเพียงได้ยินเรื่องที่ตัวเองหลงใหล จากการคิดวันนี้ทำให้ฉันพบคำตอบที่ไม่ได้ตั้งใจจะถามที่ว่า ‘ทำไมฉันจึงชอบดูรายการแฟนพันธุ์แท้ ซูเปอร์เท็น มาสเตอร์เชฟจูเนียร์ รายการประกวดต่าง ๆ’ เป็นเพราะฉันชอบมองแววตาของพวกเขาและเธอเหล่านั้น และถ้าผู้เข้าแข่งขันเป็นเยาวชนฉันยิ่งจะชื่นชอบมากเป็นพิเศษ แววตาบริสุทธิ์ที่กร้าวไปด้วยความมุ่งมั่นเหล่านั้นสะกดฉันอยู่หมัดจริง ๆ และฉันจะชอบมากขึ้นเมื่อพบว่าแววตาแบบนั้นอยู่บนใบหน้านักเรียนของฉัน

วันนี้นักเรียนถามฉันอีกครั้ง ฉันจึงตอบเขาไปว่า ‘ครูไม่มั่นใจว่าครูชอบคนแบบไหน แต่คงเป็นคนที่ใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างสงบสุข แต่ครูนับถือคนที่มุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แล้วพวกเราล่ะคะ’
‘หนูชอบแบบแฟนหนูค่ะ....’ จากนั้นนักเรียนแต่ละคนก็เล่าถึงความรักของตนเอง พร้อมกับแผนที่จะทำในวันวาเลนไทน์นี้ด้วยดวงตาประกายแบบที่เขาเรียกว่า'ชวนฝัน' การได้ฟังมุมมองของเด็ก ๆ ก็เหมือนกับการเรียนรู้พวกเขาไปด้วย และการเรียนรู้นักเรียนก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำหรับคนเป็นครูเช่นกัน

อาจจะเป็นเรื่องที่ดีที่ฉันเป็นครูที่วัยไม่ได้ห่างจากนักเรียนมาก พวกเขาจึงกล้าพูดหลาย ๆ เรื่องกับฉัน อาจจะด้วยความคึกคะนองของนักเรียน เราจึงหลุดเข้าประเด็นที่สำคัญที่ฉันอยากจะพูดกับเขาพอดี เนื่องจากช่วงเช้าคณะกรรมการนักเรียนได้ทำการสาธิตวิธีการใช้ถุงยางอนามัย พร้อมทั้งแจกถุงยางอนามัยที่หน้าเสาธง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคุณครูในโรงเรียนเป็นอย่างดี เมื่อนักเรียนมาคุยกับฉันจึงมีคำถามเหล่านี้เกิดขึ้น

‘ครูรู้ไหมคะ ว่าถุงยางใช้ยังไง’

‘ตอนมอต้นครูเคยอบรมเพื่อนใจวัยรุ่น ครูพอจะแนะนำวิธีการใช้ได้ค่ะ’

‘หนูก็รู้ค่ะ แล้วเวลาใช้กับไม่ใช้มันต่างกันมากไหมคะ”

“ครูเคยไปซื้อไหมคะ ซื้อขนาดไหนคะ’ เป็นคำถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบสักเท่าไร เพราะเมื่อถามฉันเสร็จพวกเขาก็คุยกันต่อ

‘กูมีขนาด 52 มึงรู้จักยี่ห้อ...ไหม มีกลิ่นหลายกลิ่นนะ’
...............

ฉันนั่งฟังพวกเขาคุยกันจึงรู้ว่านักเรียนของฉันมีความรู้เรื่องเพศศึกษาเยอะมาก มันเป็นเรื่องที่เขาคุยกันอย่างปกติเหมือนคุยกันเรื่องไปกินข้าว เมื่อเขาเปิดทางให้ครูได้ทำหน้าที่ขนาดนั้น ฉันก็ไม่รีรอที่จะทำ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราห้ามเขาไม่ได้ ถ้าพูดถึงสิทธิ์มันก็เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะทำอะไรกับร่างกายตัวเองก็ได้ การเดินตามคำสั่งสอนแบบเดิมมันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากแล้วในสมัยนี้ การสอนที่ห้ามจึงไม่ได้หยิบยกมากล่าว แต่ครูควรคุยถึงการดูแลตัวเอง การใส่ใจที่จะป้องกันมากขึ้น แนะให้เขาเห็นที่ภาพของคำว่า ‘พลาด’ พลาดท้องไม่พร้อม พลาดติดโรค และพลาดชีวิตที่ควรจะเป็นไปในอนาคตที่วาดฝันไว้ ฉันไม่ได้ส่งเสริมให้เด็กมีเพศสัมพันธ์อะไรทั้งสิ้น แม้จะเห็นว่าเขารู้อะไรหลายอย่างมากกว่าเราเสียอีกแต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้ จึงได้แต่เน้นย้ำให้เขารู้จักป้องกันตนเองให้ปลอดภัยที่สุด 

ขอสารภาพตรงนี้ว่าถึงแม้ฉันจะพยายามคิดว่ามันคือเรื่องปกติธรรมชาติ แต่ด้วยความที่ยังหัวโบราณในเรื่องนี้ก็ไม่วายกล่าวทิ้งท้ายแบบเก่า ๆ ว่า ‘การป้องกันตัวเองที่ดีและได้ผลมากที่สุดร้อยเปอร์เซ็นต์คือการหักห้ามใจนะคะ’ บางอย่างครูอย่างเราบอกได้ สอนได้ แต่ไปก้าวก่ายมากก็ไม่ได้ ฉันได้แต่หวังว่าพวกเขาจะรักตัวเองมากพอที่จะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด
................

ฉันเชื่อว่าหากพวกเขามีสติเรื่องที่เราเป็นห่วงต้องจะได้รับการป้องกันที่มีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน แต่ความเชื่อของฉันกลับถูกสั่นคลอนภายในระยะเวลาหม่าล่าหมดไป 4 ไม้ นักเรียนจะมีสติครบถ้วนหากอยู่ในสังคมที่ยาบ้ามีราคาเม็ดละ 15 บาทที่จำหน่ายกันเหมือนลูกอมเช่นนี้ ข้อมูลที่ได้ฟังจากครูในหมวดที่มาบ่นเรื่องการตรวจปัสสาวะนักเรียนให้ฟัง ท่านทำงานฝ่ายกิจการนักเรียนจึงได้รับหน้าที่คัดกรองนักเรียนด้วย ข้อมูลของท่านทำให้ครูฝึกหัดอย่างฉันต้องช็อกเพราะนักเรียนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้นอยู่เพียงชั้นปีแรกของมัธยมต้น และจำนวนมากเป็นผู้หญิง แม้โลกจะประกาศความเท่าเทียม แต่อันตรายที่เกิดกับผู้หญิงนั้นมันมากมายมหาศาลเหลือเกิน เพราะผู้หญิงเป็นเพศแห่งการให้กำเนิด เป็นเพศที่เกิดมากับความพร้อมที่จะเสื่อมเสีย  และการเสพยานั้นก็เป็นการทำลายสติให้หมดสิ้น ใช่ว่าผู้ชายใช้ยาเสพติดจะไม่เป็นอันตราย แต่ฉันยังคิดเสมอว่าการใช้ยาเสพติดในผู้หญิงเป็นเรื่องที่อันตรายที่สุด

โลกหมุนอยู่ตลอดเวลา และทุกวินาทีก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิม การพัฒนาเทคโนโลยีก้าวไกลกว่าคำว่ากระโดด แต่ทำไมการพัฒนาสังคมมนุษย์กลับต่ำลงเรื่อย ๆ หรืออาจเพราะความเข้าถึงง่ายของข้อมูลที่เป็นเหมือนดาบสองคม หรือเพราะจิตใจของคนเริ่มห่างไกลความสำนึกที่ดี ก็ไม่อาจทราบได้

การคุยกับเด็กเรื่องเพศและยาเสพติดเป็นเรื่องที่ไม่ยากเลย เพราะเขามองว่าเรื่องนี้คือเรื่องทั่วไป แต่มันสำคัญที่ว่าเขาจะฟังเรามากน้อยเพียงใด ฉันยังยืนยันคำพูดเดิมว่าครูไม่ใช่คนเดียวที่มีหน้าที่สั่งสอนเด็ก จุดเริ่มต้นทุกอย่างมาจากครอบครัวทั้งนั้น ผู้ปกครองเด็กจึงต้องศึกษาความรู้อยู่เสมอ เพื่อนำไปพูดคุยกับเด็กด้วยความเข้าใจ เพราะการให้ความรักอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อชีวิตที่เปราะบางของเด็ก ๆ ได้ ความรัก ความปรารถนาดีต่อเขาจึงต้องมาพร้อมกับความเข้าใจเขาให้มากด้วยเช่นกัน
                                                                                      บันทึกครูฝึกสอน
                                                                                    14 กุมภาพันธ์ 2563
SHARE
Writer
Pisita
Kruthai@KKU
hope..

Comments