1) เธอ, 4th floor

สามสิบเซนติเมตรเหรอ
ใกล้ไปนิดแฮะ

ถ้าย้อนกลับไปตอนเด็กก็ดูเป็นขนาดความยาวกำลังดี สำหรับดาบจำลองจากไม้บรรทัดเหล็กคู่ใจ

แต่พอจินตนาการถึงมันในตอนนี้ 
สามสิบเซนติเมตรกลับไม่มากนัก
ในบริบทที่เป็นระยะห่างระหว่างเธอกับผม

มันใกล้พอจะทำให้ใจของผมสั่นสลับระลอกกับสภาวะปกติโดยสิ้นเชิง

ถ้อยคำลำดับการที่นั่งท่องอยู่ค่อนคืนมันสูญสลายหายไปหมดเมื่อพบเธอ

สมองที่เริ่มจะดับตายลงอย่างช้าๆ 
คล้ายว่ากำลังแปลงสภาพตนเองกลายเป็นเชื้อเพลิงให้กับหัวใจที่เต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากผนังอก 

เหลือเชื่อ 
มันแรงพอที่จะสูบฉีดเลือดให้ผมพร้อมกันสองชีวิตด้วยซ้ำ...


แสงที่วาดทับผ่านหน้าของเธอทำให้รู้เลยว่า
เธอไม่ได้เกิดมาเพื่อดวงอาทิตย์
แต่เป็นดวงอาทิตย์ต่างหากที่เกิดมาเพื่อเธอ


เธอสง่าประหนึ่งว่าตั้งแสดงอยู่ตรงนั้นมาก่อนสิ่งใด สงบนิ่งแต่ก็แอบเก็บซ่อนรสร้อนแรง
ตัวผมที่กำลังถูกเธอหลอมละลายหัวใจอย่างช้า ๆ
ช่างน่าสมเพชสิ้นดี

เอียร์โฟนคู่ใจที่เธอพกไว้กับตัวตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อวัน เสียบคาหูเอาไว้อย่างนั้นจนถึงเมื่อสักครู่ คงชอบฟังเพลงมาก ผมรับรู้ได้ผ่านการแสดงออกในขณะที่เสียบและถอดเอียร์โฟนคู่นั้น
ความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ใช้อธิบายได้เลยว่าโลกอีกใบกำลังถูกสร้างขึ้นเมื่อแทร็คเพลงบรรเลงร้อง เพราะผมเป็นสาเหตุให้เธอต้องลุกออกมาจากโลกใบเดิม แล้วผมจะพอเป็นโลกอีกใบให้เธอได้บ้างไหมนะ

หลังจากการกล่าวทัก ลากไปจนถึงพูดคุยกันได้สักระยะหนึ่ง เราต่างมองออกไปให้สายตาพ้นจากกัน 

จุดนัดพบตรงนี้ ที่จริงเป็นที่พักใจที่ประจำของผม เป็นเพราะเมืองของผมมีขนาดค่อนข้างเล็กพอดีเดิน บริเวณโรงจอดรถของห้าง ความสูงถัดจากพื้นดินขึ้นมาสี่ชั้นเท่านั้น แต่แค่เพียงสี่ชั้นก็มองเห็นได้แทบจะทั่วทั้งเมืองแล้ว

ผมเริ่มชี้นิ้วแนะนำจุดพักสายตาจุดประจำของผม เป็นโรงแรมขนาดปานกลางในย่านใกล้ ๆ 
เพราะรูปทรงที่ไร้ซึ่งเหตุผลรองรับนั่น 
ช่างประหลาดและน่าคิดถึงเสมอสำหรับผม 
แต่มันจะใช่สำหรับเธอไหมนะ 

ปลายนิ้วที่ผมได้ชี้ออกไป 
มันจะชี้ไปถึงหัวใจของเธอไหมนะ

เธอไม่ได้พูดอะไรเป็นการตอบกลับมา 
เหลือไว้เพียงความนิ่งเงียบแสนอึดอัดใจ 
ผมคงต้องพูดอะไรออกไปสักอย่าง 
แต่ให้ตายเถอะ
ในสถานการณ์ที่เปรียบเหมือนการกู้ระเบิดนี้
ใครบ้างจะไม่หวั่นเกรง
ถ้าตัดได้ถูกสายผมก็รอด
แต่ถ้าไปตัดผิดสายขึ้นมาผมจะจบตรงนี้เลยไหม

ผมทำทีเป็นว่ากำลังทอดสายตาชื่นชมผู้คนบริเวณด้านล่างของตัวตึก แต่แท้จริงในใจกำลังแอบซื้อเวลาอย่างแนบเนียนที่สุดเท่าที่ผมจะพอทำได้

ผมสูดลมหายใจเข้าให้ลึกที่สุด
และถอนลมหายใจออกให้เงียบที่สุด
ไม่มีวันที่เธอจะได้รับรู้ถึงความอึดอัดใจของผมเป็นแน่

และแล้วสถานการณ์ก็หล่อหลอมผมจนได้ 

เพราะชอบมองดูผู้คนจากด้านบนนี้อยู่บ่อยครั้ง เหมือนได้มองเห็นกระแสสังคมที่กำลังไหลไปอย่างไม่หยุดหย่อน พร้อมตั้งคำถามในใจเอาไว้เสมอ 
ว่าในชีวิตที่ต้องรีบเร่งเช่นนี้ จะมีใครสักคนมองย้อนกลับมาที่สายตาของผมบ้างหรือเปล่านะ


   "เธอรู้ไหม 
คนเราปกติจะไม่ค่อยแหงนมองขึ้นมา ในระดับที่ต้องลำบากใบหน้าและสายตานัก แต่เมืองของเราไม่ได้ใหญ่โตและวุ่นวายขนาดนั้น เพราะงั้น ในยี่สิบคนก็คงจะมีสักคนที่เผลอมองขึ้นมาบ้าง"

ผมเกร็งน้อยลง ผ่อนคลายกว่าเก่า นี่เป็นเรื่องจริงมาจากใจ ที่หวังจะได้แลกเปลี่ยนกับใครในสักวัน


   "...............
    .....................

    ........

    .....................
    
    ...

    .....................
    .............................
    ......................................-"

...

เธอตอบกลับมาหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
น้อยประโยคแต่รับมือยาก
วิธีการพูดแสนเย็นชานั่น
คงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเธอไปแล้ว

...
ผมไม่ได้คาดคิดให้มันเป็นแบบนี้
เธอค่อนข้างเกินกว่าความคาดหมายของผมอยู่เสมอ
ทั้งที่คิดว่าพบเจอผู้คนมามากมายแล้วแท้ ๆ 
ทำไมกันนะ 
ไม่มีใครที่คล้ายเธออยู่เลยสักนิด

เอียร์โฟนคู่ใจถูกหยิบขึ้นมาเสียบกลับที่เดิม ราวกับกำลังบอกเตือนเป็นนัยน์ว่าวันนี้พอแค่นี้เถอะ

ผมยังคงจ้องมองเธอที่แม้จะใกล้จนใจสั่น แต่ไม่รู้เลยว่าสำหรับเธอแล้ว ผมยังห่างไกลมากขนาดไหน

ลึก ๆ ก็แอบนึกสงสัย
ลักษณะภายนอกที่แสนอ่อนหวานสำหรับผม
กำลังทำหน้าที่เป็นเปลือกปกป้องเรื่องราวในใจสำหรับเธออยู่หรือเปล่า

แทร็คเพลงที่ไม่ได้กดสต็อปปิดไปตั้งแต่แรก
เสียงจากเอียร์โฟนไม่ดังทะลุลอดผ่านมาถึงหูของผมบ้างเลย

ภาวนาให้ตนเองรับรู้สักประโยคของเนื้อเพลง
หรือแม้สักเสี้ยวของเมโลดี้
แค่อยากเข้าใจหัวใจของเธอบ้าง

เวลาแห่งความสุข ไม่มีผู้ใดสนใจจะนับมันหรอก ผมเองเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้นึกทำใจเอาไว้ก่อนว่าจะจบเร็วขนาดนี้ หรือหัวใจที่เต้นอยู่อย่างผิดจังหวะตลอดมา เร่งนาฬิกาในความรู้สึกของผมให้เดินด้วยความเร็วที่ผิดปกติกันนะ



ตอนนี้ได้เวลาแล้ว เราคงต้องแยกกัน
ดวงอาทิตย์ของเธอกำลังจะลาลับฟ้า
ส่วนดวงอาทิตย์ของผมก็กำลังจะลาลับไป

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะถูกคุณหลอมละลายในครั้งถัดไป แต่แม้จะไม่ วันนี้ก็เป็นวันที่น่าจดจำมากพอแล้วล่ะ

ขอบคุณ-










   "หนึ่งในยี่สิบคน 
    ห้าเปอร์เซ็นต์เองเหรอ
    
    น้อยจัง

    จะมีจริง ๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้

    ...

    ไว้วันที่คุณอยู่บนนี้ 
    ฉันจะมองขึ้นมาจากด้านล่าง 
    ไว้วันนั้น เราค่อยมาสบตากันก็ได้-"









4th floor
: เรื่องเล่าจากด้านบน

-นาธาเนียล






















SHARE
Written in this book
4th floor
จากบนนี้ในวันนั้น
Writer
Nathaniel
obliviate'
นาธาเนียลขอโตขึ้นผ่านตัวหนังสือนะ

Comments