ปัญหาที่ฉันพบขณะเดินทางโดยสารรถไฟไทย
ความเหลื่อมล้ำของสังคมที่ฉันพบเจอ ระหว่างรถไฟไทย และรถไฟฟ้า มันช่างแตกต่างกันจนน่ากลัว ถึงแม้ว่า จะขึ้นต้นด้วยคำว่า “รถไฟ” เหมือนกัน แต่สภาพแวดล้อมแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ฉันเชื่อว่าทุกคนในที่นี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักรถไฟไทย หรือที่เราชอบเรียกกันว่า รถไฟปู้น ปู้น...

ฉันคือน้องใหม่ของการเป็นพนักงานเงินเดือน ผู้ยังต้องอยู่ภายใต้กฎการบังคับในการใช้ชีวิตของผู้เป็นพ่อ
ในทุกเช้าของการทำงาน ฉันจำเป็นต้องเดินทางไปทำงานโดยอาศัยรถไฟไทยเป็นพาหนะ...

แรกๆ ฉันก็ตื่นเต้นนะ ด้วยความที่เราเคยขึ้นรถไฟ ในเวลาไปเที่ยวบ้าง แต่ไม่ได้บ่อย ก็คิดว่าน่าจะดี จริงๆ ฉันชอบรถไฟนะ ไม่ได้มีอคติใดๆ แต่หลังจากที่ได้ใช้บริการมาเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง มันทำให้ความรู้สึกในการอยากขึ้นรถไฟของฉันเปลี่ยนไป

สิ่งที่ฉันประสบพบเจอในทุกเช้าระหว่างรอรถไฟ คือ
หนึ่ง.. ความไม่เป็นระเบียบ 

ผู้คนหลากหลายต่างมายืนรอรถไฟ   แต่ไม่ได้มีการเข้าแถวตามคิว เมื่อรถไฟมา ไม่ว่าใครมาก่อนมาหลัง ก็จะรีบเดินมาที่ประตูรถ เพื่อให้ตนได้เป็นคนแรก ที่จะขึ้นรถไฟขบวนนี้ ... จะว่าคนทั้งหมดก็ไม่ได้ซะทีเดียว เพราะส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความไม่เป็นระเบียบ ก็เป็นเพราะการรถไฟ ที่มีการจัดสรรไม่ดีพอควร รถไฟ ไม่ได้จอดรถตรงตำแหน่งเดิมในทุกๆวัน วันนี้จอดใกล้ จอดไกล ทำให้ไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ยืนตรงไหนได้ขึ้นรถ จึงทำให้เกิดการยืนที่ไม่เป็นรถเบียบ ไม่มีการตีเส้นแถว และการต่อคิว เกิดเป็นพฤติกรรมที่ว่า “คนมาช้าขึ้นก่อน คนมาก่อนขึ้นช้า” “ใครเร็ว คนนั้นได้” ฉันไม่ได้ว่าการรถไฟฝ่ายเดียวหรอกนะ เพราะคนที่ขึ้นรถไฟเอง ก็ไม่เป็นระเบียบ แต่ถ้าการมีบรรทัดฐานของการรถไฟเอง จะช่วยให้คนที่ไม่มีระเบียบ มีระเบียบกว่านี้ได้หรือไม่ ? 

สอง..
การค้าเสรี บนรถโดยสาร และการเล่นพรรคเล่นพวก


ฉันขอให้นิยามว่า “แก๊งแม่บ้านมาเฟียรถไฟไทย” แล้วกัน
ในทุกๆ วันที่เรานั่งรถไปทำงาน ก็จะเจอกับบุคคลหน้าเดิมๆ ที่เดินทางโดยสารรถไฟไทย ก็จะมีคนกลุ่มหนึ่ง ที่รู้จักกันระหว่างทาง มิตรภาพเป็นสิ่งที่ดีใช่ไหมล่ะ..
ต้องเกริ่นก่อนว่า ในช่วงเช้าที่เราขึ้นรถไฟ ไม่ได้มีที่นั่งรองรับเสมอไป เรายังคงต้องยืนเกาะราว เหมืิอนรถโดยสารอื่นๆ ทั่วไป ตามปกติถ้ามีที่ว่าง จากคนที่ลุก เราก็จะนั่ง ต่อจากเขา แต่ที่นี่พิเศษหน่อย เป็นผลพลอยได้จากการสร้างมิตรภาพบนรถไฟ กลุ่มมาเฟีย จะมีการยืนกระจุก และกั้กที่ไว้ให้พวกพ้องของตนเอง พูดคุยเสียงดัง ประหนึ่งได้ซื้อตั๋ววีไอพีไว้บนขบวนรถไฟขบวนนี้ โดยไม่มีความเกรงใจต่อคนรอบข้างแม้แต่น้อย อีกทั้งยังมีของติดไม้ติดมือมาทุกเช้าในการเสริมรายได้ การเพิ่มรายได้ให้ตนเองไม่ใช่สิ่งผิด ถ้ามันไม่ได้เบียดเบียนผู้อื่น 
ยกตัวอย่าง เรื่องน่าอายของสังคมไทย สิ่งที่ฉันคือ กลุ่มแม่บ้านมาเฟีย มีการซื้อขายของกัน ตามประสา แต่มีการส่งของ ส่งเงิน ข้ามหัวนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เราไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ หรือการวางของที่เขานำมาขาย บนทาง ซึ่งทำให้ผู้ใช้บริการคนอื่นๆ ไม่สามารถยืนได้ หรือ การก้มลงหยิบสินค้า แล้วกระแทก หรือเบียดคนอื่น โดยไม่มีการขอโทษ หรือเกรงใจใดๆ หลังจากมีการค้าขาย ก็มีการซื้อขาย ซึ่ง.. เมื่อผู้โดยสาร ซื้อของมากิน ดื่ม ก็ช่วยกันรักษาความสะอาดต่อรถโดยสารเป็นอย่างมาก ทิ้งไว้ใต้เก้าอี้ ทำหก และปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น โดยไม่ใส่ใจในคำว่า ที่สาธารณะ ฉันอยากทวงถามว่า มันเป็นสิ่งที่ ไม่สามารถควบคุม หรือพัฒนาได้จริงๆหรือ ?
ไม่ว่าจะเป็นในส่วนกระบวนความคิดของคน หรือส่วนมาตรฐาน บรรทัดฐานของการรถไฟ หรือเป็นเพราะได้ชื่อว่า เป็นของไทย จึงไม่ได้มีการพัฒนา หรือทำให้มันดีขึ้นได้.. ช่างน่าละอาย

สาม...
ค่าโดยสาร และการปฏิบัติตนของผู้โดยสาร


จริงๆ แล้ว ค่่าโดยสารของรถไฟไทย ในขบวนรถธรรมดา และชานเมือง ช่างถูกแสนถูก แต่ยังมีคนหมู่มาก ที่พยายามจะไม่จ่ายค่าโดยสารนั้น ฉันไม่เข้าใจเหตุผลเท่าไหร่ ฉันยังคิดไม่ออกเลยด้วยซ้ำ ว่าค่าโดยสารคนละ 5-6 บาท มันจะไปพอสำหรับการบำรุงรักษา ปรับปรุงและพัฒนาองค์กรให้ดีขึ้นได้อย่างไร
ส่วนตัวฉันยอมจ่ายแพงขึ้น ถ้ามันจะรับประกันได้ว่าคุณภาพชีวิตในการโดยสารของฉันดีขึ้นได้ แต่ในขณะที่คนบางกลุ่ม แกล้งหลับ หรือใดๆ สารพัดวิธี เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินเพียงไม่กี่บาท อันนี้ไม่เข้าใจจริงๆ
รวมถึงพฤติกรรม ในการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคม เราขึ้นรถไฟขบวนเดียวกัน ไม่รู้จักกัน เป็นคนแปลกหน้า แต่จะมีบุคคลประเภท ยกเท้าขึ้นมาวางบนเก้าอี้ ซึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามกับที่ฉันนั่ง หรือการกระทำที่บ่งบอกถึงมารยาทต่างๆ ที่ไม่เหมาะสม ฉันเชื่อว่า คุณที่อ่านจนมาถึงตรงนี้ ถ้าไม่ใช่เพื่อน หรือคนสนิท ยกเท้ามาวาง ปานจะพาดตักคุณ คุณคงไม่พอใจนัก ฉันเองก็เช่นเดียวกัน มารยาทนี้ ไม่สามารถควบคุมได้เลยจริงๆ หรือในที่สาธารณะที่เราจะต้องใช้ร่วมกับผู้อื่น..

ยังมีอีกมากมายเกินจะยกตัวอย่าง...

สุดท้ายการรถไฟสามารถป้องกัน ปรับปรุง พัฒนา หรือแก้ไขใดๆ ได้บ้างไหม ในขณะที่รถไฟฟ้า ยังสามารถควบคุมได้ การรถไฟจะทำไม่ได้เชียวหรือ เราจะร่วมกันพัฒนาขนส่งสาธารณะ ให้ดูดี เป็นหน้าตาของสังคมได้หรือไม่ อย่างไร...

หากเราไม่ช่วยกันโดยเริ่มต้นจากตนเอง เอาแต่โทษคนอื่น รอให้คนอื่นทำ มันจะดีขึ้นและพัฒนาขึ้นได้จริงๆ หรือ สังคมจะเป็นเหมือนเดิม หรือน่าอยู่ขึ้น มันขึ้นอยู่กับผู้ที่อยู่ไม่ใช่หรือ...
SHARE
Writer
thh
deep part in yourself
little jellyfish in the ocean

Comments