One Shot – Thirst (Solar & Hwasa)


*** omegaverse 20+

*** เรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียน ไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อศิลปินแต่อย่างใด




เที่ยงคืนในย่านคังนัมยังไม่ใช่เวลาของการหลับใหล ตรงกันข้ามกลับเพิ่งเริ่มต้น





คิม ยงซอนปล่อยวางหน้าที่ของตัวเองในคืนนี้ด้วยการถอดชุดกาวน์ของเธอไว้บนรถราคาเจ็ดหลัก เหลือเพียงเชิ้ตสีขาวเรียบหรูและกางเกงสแล็คสีดำ เธอหยิบเสื้อโค้ทยาวตัวแพงจากเบาะหลังรถขึ้นมาสวมทับ เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับค่ำคืนอิสระของเธอ





การเป็นหมอนั้นไม่ง่าย ยงซอนคิดเช่นนั้นตลอดเวลา ทั้งต้องตรวจคนไข้ วินิจฉัย ผ่าตัด เข้าเวร รวมถึงงานยิบย่อยอื่น ๆ และการที่เธอเป็นอัลฟ่าเลือดบริสุทธิ์ นั่นก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างนั้นดูลำบากมากขึ้นไปอีก เธอต้องทำงานกับสิ่งมีชีวิตอีกสองเผ่าพันธุ์ที่เหลืออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กับพวกเบต้านั้นไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่กับโอเมก้า ยงซอนสาบานกับตัวเองว่าถ้าเลี่ยงได้ก็จะเลี่ยง





อย่างที่รู้กันว่าโอเมก้าจะมีพลังบางอย่างที่คอยดึงดูดอัลฟ่าให้เข้าหา และกับยงซอนก็ไม่มีข้อยกเว้น แต่ด้วยอาชีพและจรรยาบรรณในหน้าที่การงาน ทำให้เธอต้องกดเก็บอารมณ์ความต้องการอยู่เสมอ หลายต่อหลายครั้งที่กลิ่นฟีโรโมนของคนไข้โอเมก้าอบอวลคละคลุ้งไปทั่วโรงพยาบาลทำให้ยงซอนร้อนระอุ แต่ชุดกาวน์ที่เธอสวมใส่นั้นก็เป็นเครื่องย้ำเตือนว่าไม่ควรทำตามอารมณ์ หมอไม่ควรมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนไข้หรือเพื่อนร่วมงานไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ใดก็ตาม สิ่งที่ยงซอนทำได้จึงเป็นแค่การกักเก็บความต้องการนั้นไว้และหาเวลาปลดปล่อยเมื่อมีโอกาส







โอกาสที่ว่าก็คือการออกเวรในตอนดึกและรุ่งขึ้นเป็นวันหยุด อย่างเช่นคืนนี้...







ยงซอนย่างกรายเข้ามาในแสงสีที่ฉายวูบวาบ มันเป็นสถานบันเทิงลับชั้นใต้ดินของโรงแรมหรูในคังนัม การพนัน เหล้า ยา และประเวณีถูกค้าขายอย่างอิสระในที่แห่งนี้ การมายืนอยู่ตรงนี้มันอาจจะดูขัดแย้งไปสักหน่อยสำหรับหมอที่ใครต่อใครต่างก็ยกย่องให้เป็นตัวแทนแห่งความดี แต่เธอสนใจที่ไหน สำหรับยงซอนเธอวางความเป็นหมอแสนดีของเธอลงไปพร้อมกับเสื้อกาวน์ที่อยู่บนรถแล้ว





“ตัวท็อปคนสุดท้ายเพิ่งโดนเรียกไปเมื่อกี๊นี้เอง” มุน บยอลอีเอ่ยขึ้นพร้อมเลื่อนแก้ววิสกี้สีเหลืองอำพันมาตรงหน้าเธอ บยอลอีเป็นเจ้าของที่นี่และเป็นเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียนของยงซอนด้วย





“อะไรกันวะ กูว่ากูมาเร็วแล้วนะ” ยงซอนกล่าวอย่างหัวเสียพลางเอาศอกขึ้นมาท้าวกับเคาน์เตอร์บาร์ มือเรียวขยี้หัวตัวเองเบา ๆ ราวกับจะทำให้ตัวเองผ่อนคลายลง แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้น





“มึงรอได้มั้ยล่ะ หรือไม่ก็เอาแบบธรรมดาไปก่อน เดี๋ยวกูไปเรียกให้”





“กูไม่ชอบเอากับเบต้า มึงก็รู้ และที่สำคัญกูไม่ได้ใจเย็นขนาดนั้น” ยงซอนถอนหายใจก่อนจะกระดกของเหลวสีทองตรงหน้าจนหมดแก้ว





“เหยียดเผ่าพันธุ์ว่ะ เบต้ามันไม่ดียังไง” ที่บยอลอีดูเป็นเดือดเป็นร้อนคงจะเป็นเพราะหล่อนก็เป็นเบต้าเช่นกัน





“ไม่ตื่นเต้น เหมือนเอากับท่อนไม้” ยงซอนตอบพร้อมแสยะยิ้มชวนหมั่นไส้ ทำเอาบยอลอีง้างหมัด แต่ก็นั่นแหละ ต่างคนต่างรู้ว่านี่คือการเย้าแหย่ สุดท้ายทั้งคู่ก็หลุดขำออกมา





“แล้วแต่มึงละกัน กูไปดูลูกค้าคนอื่นก่อน อยากได้อะไรเพิ่มเติมก็บอก” บยอลอีเอ่ยทิ้งท้ายไว้อย่างนั้นก่อนจะปลีกตัวออกไป ปล่อยยงซอนนั่งเดียวดายกับแก้ววิสกี้ว่างเปล่าของเธอ





ดูเหมือนวันนี้โอกาสจะไม่เอื้ออำนวยสำหรับยงซอน





เธอนั่งทอดสายตามองแสงสีวาบไหวอยู่ชั่วครู่ก่อนจะลุกออกมาจากแหล่งบันเทิงนั้น เริ่มทำใจยอมรับแล้วว่าคืนนี้เธอคว้าน้ำเหลว แต่ช่างเถอะ กลับไประบายออกเองที่บ้านก็ได้ เมื่อคิดได้อย่างนั้นเธอก็ก้าวออกจากลิฟต์พลางใช้นิ้วชี้หมุนควงพวงกุญแจรถอย่างชำนาญมือ หายใจเข้าออกช้า ๆ และพาตัวเองมาที่รถอย่างใจเย็น





ให้ตายสิ วิสกี้แก้วนั้นแรงไม่ใช่เล่น มันทำเอาเธอมึนหัวไปหมด





สงสัยเธอจะห่างหายจากการดื่มไปนาน อาการมันเลยเป็นแบบนี้ แม้จะออกห่างจากห้องใต้ดินลับนั่นมาไกลแล้วแต่ก็ยังได้ยินเสียงแว่ว ๆ อยู่ใกล้ ๆ หู เสียงเพลง เสียงซุบซิบ เสียงหัวเราะ เสียงกรีดร้อง...





เสียงกรีดร้อง....!





เสียงแหลมหวีดหูที่ดังก้องไปทั่วลานจอดรถเป็นตัวช่วยดึงสติให้ยงซอนตื่นจากอาการมึนเมาเมื่อครู่ เธอเผลอคิดว่าที่เธอได้ยินนั้นมันเป็นเพราะฤทธิ์เหล้า แต่ไม่ใช่ เธอได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องจริง ๆ





ยงซอนวิ่งออกไปตามเสียงนั้นไปจนถึงมุมอับอีกฝั่งหนึ่งของลานจอดรถ พบร่างของหญิงสาวถูกชุดกระชากโดยชายฉกรรจ์สามคน เสื้อผ้าของหล่อนหลุดลุ่ยจากการพยายามปลดเปลื้องของชายหนึ่งในนั้น หล่อนขัดขืนเต็มกำลังแต่ก็ดูเหมือนจะต้านไม่ไหว จึงกรีดร้องขอความช่วยเหลืออย่างเลื่อนลอย ภาพตรงหน้าต่อให้ยงซอนเป็นเด็กอนุบาลก็รู้ว่านั่นคือการบังคับขืนใจ





“เฮ้! เซ็กส์หมู่น่ะ มันไม่สนุกอย่างที่คิดหรอกนะ ไอ้พวกสวะ” ยงซอนตะโกนออกไป ทำให้สถานการณ์เลวร้ายหยุดชะงักไปชั่วครู่





“ยุ่งอะไรด้วยวะ” หนึ่งในสามนั่นตะคอกกลับ อีกสองคนที่เหลือปล่อยร่างอ่อนแรงลงกับพื้น ยงซอนสังเกตเห็นแผลถลอกที่ข้อเท้าของหล่อน หญิงสาวทรุดตัวลงก่อนจะสลบไม่รู้สึกตัวอีก





“กูว่าแล้ว มีแต่พวกเบต้าชั้นต่ำอย่างพวกมึงเท่านั้นแหละที่คิดว่าทำแบบนี้แล้วมันเท่”





“มึงชั้นสูงนักรึไง อย่าคิดว่าเป็นอัลฟ่าแล้วพวกกูจะกลัวนะ”





“กูไม่ได้อยากให้มึงกลัวกู เพราะกูรู้ว่ามึงกลัวอีกคนมากกว่า เจ้านายมึงไง” ยงซอนรู้ดีว่าเบต้าพวกนั้นเป็นพนักงานในบาร์ของบยอลอี สังเกตได้จากยูนิฟอร์มที่ใส่อยู่ และยังรู้อีกว่าเบต้าชั้นต่ำพวกนี้กลัวการอดตายมากกว่าอะไรทั้งหมด





“เผอิญว่ากูสนิทกับเจ้านายพวกมึงซะด้วยสิ มันบ่นอยู่ว่ามันกำลังหาทางจัดการพวกหมารับใช้ที่ชอบแอบมาทำเรื่องเลวทรามในเวลางาน และกูก็เป็นคนรักเพื่อน เจออะไรดี ๆ ก็อยากจะโทรไปบอกซะตอนนี้” ยงซอนล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงพลางเลื่อนหน้าจอไปหาอย่างไม่สนใจความลนลานของเบต้าตรงหน้า





“เลือกเอาละกันว่าจะหยุดแค่นี้หรือจะไม่มีที่ซุกหัวนอน”





ไม่มีการตอบรับใด ๆ จากเบต้าพวกนั้น มีเพียงท่าทีกระฟัดกระเฟียด กำหมัดแน่นด้วยความโมโหเพราะหมดทางสู้ สุดท้ายพวกมันก็เดินจากไป







ทันทีที่ยงซอนพาตัวเองเข้าไปใกล้ร่างที่นอนสลบอยู่ เธอจึงกระจ่างชัดในทันทีว่าทำไมหล่อนจึงเป็นที่ต้องการของพวกหื่นกระหายสามตัวนั่น





หล่อนเป็นโอเมก้า และอยู่ในช่วงฮีท







กลิ่นฟีโรโมนลอยคลุ้งตลบอบอวลตลอดทางที่ยงซอนพาตัวหล่อนมาที่บ้าน เธอบรรจงวางหล่อนลงบนโซฟาตัวใหญ่กลางห้องโถง แสงจากโคมไฟส่องสว่างกระทบร่างทำให้ยงซอนเห็นรูปร่างของหล่อนได้ชัดเจน หล่อนร่างเล็กเมื่อเทียบกับยงซอน ผิวสีแทน ผมดำขลับยาวสยาย และหน้าตาสะสวยไม่เบา





ความเจ็บแสบจากแอลกอฮอลล์น่าจะเป็นตัวกระตุ้นในหล่อนรู้สึกตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองไปรอบ ๆ คล้ายกับแมวที่กำลังตื่นตระหนก หล่อนลุกขึ้นนั่งและพาตัวเองกระถดถอยห่างจากยงซอน





“ยังทำแผลไม่เสร็จเลย มานี่ก่อน” ยงซอนออกปากเรียกหล่อน เมื่อเห็นว่าหล่อนยังมีท่าทีกลัวและไม่กล้าเข้าใกล้ เธอจึงขยับตัวเข้าไปใกล้แทน ดึงขาหล่อนมาวางบนตักก่อนจะใส่ยาที่ข้อเท้า และพันด้วยผ้าพันแผล





“ปวดมั้ย” เธอจับที่ข้อเท้าเล็กเบา ๆ แต่อาการสะดุ้งของคนตรงหน้าก็ทำให้รู้ได้ว่าหล่อนเจ็บ “แผลไม่ค่อยลึก แต่ข้อเท้าน่าจะพลิก อาจจะเดินลำบากหน่อย”





โอเมก้าร่างเล็กมีท่าทีผ่อนคลายขึ้น ดวงตาที่เคยฉายแววหวาดกลัวเปลี่ยนมาจ้องมองเธอตาใส ต่อมฟีโรโมนของหล่อนยังคงทำหน้าที่ของมัน ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ ปฏิเสธไม่ได้ว่ายงซอนก็เริ่มเคลิ้มไปกับสิ่งนี้





ยงซอนกำลังมีอารมณ์กับโอเมก้าตรงหน้า...





“กินยานี่แล้วกลับบ้านไปซะ” เธอลุกขึ้นยืนพร้อมโยนยากดฮอร์โมนไปที่หล่อนพลางหันมองไปทางอื่น จริงอยู่ที่อารมณ์ของยงซอนกำลังปะทุ แต่จิตใต้สำนึกกลับย้ำเตือนว่าเธอไม่ควรวู่วามทำอะไรเกินเลยกับโอเมก้าที่กำลังบาดเจ็บ





“บ้านเหรอ...ฉันไม่มีที่แบบนั้นให้กลับไปหรอกค่ะ” หล่อนเอ่ยขึ้นไล่หลัง ยงซอนที่กำลังจะเดินออกจากห้องโถงหยุดชะงัก หันกลับมามองโอเมก้าไร้บ้านที่นั่งก้มหน้าอยู่ตรงโซฟา หล่อนไม่แม้แต่จะปรายตามองยากดฮอร์โมนของยงซอนเลยแม้แต่น้อย





“ถ้างั้นเธอก็ไม่ควรไปที่แบบนั้นในช่วงอันตรายแบบนี้ ไปหาหลบในที่ที่ปลอดภัยหน่อยสิ”





“เมืองนี้มีที่ปลอดภัยสำหรับฉันด้วยเหรอคะ”





คำถามของหล่อนทำให้ยงซอนตอบไม่ได้ เป็นความจริงที่เมืองนี้ไม่ปลอดภัย ยิ่งกับโอเมก้าไร้ที่อยู่อย่างหล่อนด้วยแล้วยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้เลย





“จะเป็นการรบกวนเกินไปมั้ย ถ้าฉันจะขอหลบอยู่ที่นี่สักพัก” ร่างเล็กเอ่ยขอร้อง ฟีโรโมนของหล่อนลอยปะทะเข้ากับจมูกของยงซอนดึงดูดให้เธอเดินเข้าหา





“ฉันเป็นอัลฟ่านะ เธอรู้ใช่มั้ย และในเวลาแบบนี้ฉันก็อันตรายไม่ต่างจากพวกนั้น” ยงซอนพยายามตอบออกไปอย่างใจเย็น ประคองสติที่กำลังไหวเอนเพราะกลัวว่าจะปล่อยสัญชาติญาณดิบออกมา





“ตอบแทนที่คุณช่วยชีวิตฉัน ให้ฉันทำอะไรก็ยอม”





ยิ่งหล่อนพูดออกมาแบบนั้น เส้นความอดทนของยงซอนก็แทบจะขาดอยู่รอมร่อ





กึ่งกลางกายของเธอมันเผยออกมาและขยายใหญ่จนอึดอัดไปหมด





“แบบนี้มันจะต่างอะไรกับหนีเสือปะจระเข้กันล่ะ”





“อย่างน้อย เป็นอัลฟ่าอย่างคุณก็ดีกว่าเบต้าพวกนั้นไม่ใช่เหรอคะ” หล่อนมองยงซอนด้วยสายตาโหยหา โอเมก้าในช่วงฮีทมีสายตาชวนพิศวงเช่นนี้เสมอ





“เพราะโอเมก้า ถูกสร้างมาเพื่ออัลฟ่าเท่านั้นนี่คะ”





เอาล่ะ...วินาทีนั้นยงซอนรู้แล้วว่าไม่ควรทนอีกต่อไป





เธอกระโจนเข้าใส่ร่างเล็กตรงหน้า รุกหล่อนด้วยจูบหนัก บดบี้ ดูดเม้ม เกี่ยวรัดลิ้นของหล่อนด้วยอวัยวะเดียวกันของเธอ นึกขอบคุณพระเจ้าหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ยังไม่ใจร้ายกับเธอเกินไปในคืนนี้





“คุณเป็นหมอเหรอคะ ฉันได้กลิ่นยาจากตัวคุณ” หล่อนถามและยงซอนพยักหน้าแทนคำตอบ





“คุณหมอ...”





“อย่าเรียกฉันว่าคุณหมอในเวลาแบบนี้ มันดูดีเกินไป”





“แล้วให้เรียกว่าอะไรคะ”





“ยงซอน”





“อ่า...คุณยงซอน”





หล่อนร้องครางออกมาเมื่อยงซอนก้มลงไปซุกไซร้ที่ซอกคอเนียน แต้มจูบหนักสลับเบาจนเกิดรอยแดงจาง ๆ เธอถลกเสื้อยืดตัวโคล่งของหล่อนขึ้นไปกองตรงเนินอก และในตอนนั้นยงซอนจึงรู้ว่าหล่อนโนบรา เธอจึงไม่รอช้าที่จะดึงเสื้อนั้นออกไปให้พ้น ท่อนบนเปลือยเปล่าสีแทนนั้นยั่วยวนจนยงซอนอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปชื่นชมมันใกล้ ๆ

“ให้ฉันได้รู้ชื่อเธอบ้างได้มั้ย” ยงซอนเอ่ยเสียงเบา แต่ห้องที่เงียบสงัดนั้นก็เพียงพอต่อการได้ยิน





“ฮเยจินค่ะ”





“อืม...ฮเยจิน”





เธอกดร่างของฮเยจินให้นอนราบลงบนโซฟานุ่ม ก่อนจะพาตัวเองขึ้นมาทาบทับ ก้มลงช่วงชิมปลายยอดสีชมพูหวาน ส่วนอีกข้างก็ใช้มือนวดคลึงราวกับมันเป็นของเล่น ยงซอนเองก็เคยมีเซ็กส์กับโอเมก้ามาพอสมควร แต่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เธอกล้าสาบานว่ามันสวยงามที่สุดในบรรดาโอเมก้าทั้งหมดที่เธอเคยพบ





อ่า...ขอบคุณสวรรค์





ความอึดอัดตรงเป้ากางเกงทำให้ยงซอนปวดหนึบไปหมด เธอลุกขึ้นยืนปลดเข็มขัดก่อนจะดึงกางเกงลงปล่อยตัวตนของเธอเป็นอิสระ ฮเยจินลุกขึ้นนั่งคุกเข่าพร้อมค่อย ๆ คลานเข้ามาหาเธอ ราวกับรู้ว่าเธอต้องการอะไร





“ชอบแบบนี้สินะคะ”





หล่อนกำท่อนเนื้ออุ่นนั้นรูดขึ้นลงก่อนจะอ้าปากและส่งมันเข้าไป ลิ้นเล็กของโอเมก้าหยอกล้อกับความใหญ่โตนั่น ทำเอายงซอนยืนไม่เป็นสุข สอดมือเข้าไปภายในกลุ่มผมดำขลับนั้นพร้อมขยับสะโพกส่งตัวตนเข้าไปในปากของหล่อนเบา ๆ





“อืม...ดี”





ยงซอนปล่อยให้ฮเยจินปรนเปรอเธอจนพอใจ จึงผลักหล่อนให้ถอยห่าง ดันร่างเล็กให้นอนลงไปอีกครั้ง ถอดกางเกงขาสั้นซึ่งเป็นปราการด่านสุดท้ายของหล่อนออก ภาพตรงหน้าแค่มองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าหล่อนกำลังเปียกแฉะ





“ขอชิมหน่อย”





ฮเยจินอ้าขาออกเพื่อให้เธอแทรกใบหน้าเข้ามาตรงจุดอ่อนไหวของหล่อน ยงซอนกดนิ้วลงไปตรงกลางที่แข็งชันเพราะอารมณ์ที่พุ่งพล่าน โอเมก้าร่างเล็กสะดุ้ง และยิ่งดิ้นเร่ามากขึ้นไปอีกเมื่อยงซอนส่งลิ้นเข้ามาโลมเลีย





ยงซอนรู้ดี โอเมก้าในช่วงฮีทน่ะ หอมหวานปานน้ำผึ้ง





“คุณยงซอนคะ เอามันเข้ามาที” โอเมก้าใต้อาณัติร้องขอ ซึ่งเธอก็ไม่ได้ใจร้ายใจดำถึงขนาดจะปฏิเสธ เธอหยัดตัวลุกขึ้นส่งแก่นกายชำแรกเข้าไปภายในของหล่อน ความเปียกชื้นที่เอ่อล้นออกมาทำให้ทุกอย่างลื่นไหลไปหมด เธอขยับเอวส่งแท่งแข็งร้อนนั้นเข้าไปช้า ๆ ความคับแน่นของฮเยจินตอดรัดเธอจนต้องกัดฟันกรอด





“ดีชะมัด” ยงซอนเอ่ยเสียงแผ่ว พร้อมกับขยับเอวเร็วขึ้น เธอกระแทกกระทั้น สายตาก็ชื่นชมความงามตรงหน้า อกอิ่มของหล่อนกระเพื่อมสั่นไหวตามจังหวะที่เธอเป็นคนควบคุม ใบหน้าเหยเกหลับตาพริ้ม ริมฝีปากเล็กขบกัดกันราวกับต้องการระบายความเสียวซ่าน หน้าตาของฮเยจินในตอนนี้ มันทำให้หล่อนดูร้อนแรงมากขึ้นไปอีก





ยงซอนยกตัวหล่อนให้ลุกขึ้นนั่งตักเธอโดยที่แก่นกายนั้นยังค้างอยู่ภายใน เธอเปลี่ยนให้อีกฝ่ายเป็นคนคุมเกมบ้าง และฮเยจินก็ไม่ทำให้ผิดหวัง หล่อนยกสะโพกขึ้นลงครอบครองตัวตนของเธออย่างช่ำชองพลางโอบกอดรอบคอเธอไว้เพื่อยึดเป็นหลักในการทรงตัว ใบหน้าสวยเอนซบลงบนไหล่กว้างของเธอ ยงซอนรู้ดีว่าหล่อนก็น่าจะโชกโชนมาไม่น้อย แต่ใครสนล่ะ ยุคนี้ความใส่ซื่อมันไม่เร้าใจเท่าแก่ประสบการณ์





“เก่งจังเลยนะคะ คุณยงซอน” ฮเยจินเอ่ยในขณะที่สะโพกก็ยังขยับเข้าหาแท่งเนื้อนั้น ยงซอนคิดว่าที่หล่อนพูดออกมาแบบนั้นคงเป็นเพราะเกมรักระหว่างเธอและหล่อนยังไม่มีทีท่าว่าจะจบสิ้น ความร้อนรุ่มทำให้เหงื่อกาฬของทั้งคู่ไหลอาบตัวไปหมด





“เธอเสร็จไปกี่รอบแล้ว”





“ไม่ต่ำกว่าสามค่ะ คุณนี่อึดจริง ๆ”





ท่าทางเหนื่อยหอบของโอเมก้าตัวเล็กบนตักเธอทำให้เธอเผยยิ้มอย่างเอ็นดู เรี่ยวแรงของหล่อนอ่อนลงทุกทีแต่ก็ยังพยายามเพราะรู้ว่าเธอยังไม่เสร็จกิจ เอาล่ะ ยงซอนคิดว่าหลังจากนี้หล่อนควรได้พักสักที





เธอโอบเอวคอดกิ่วนั้นไว้ให้หยุดนิ่งและเป็นฝ่ายขยับสะโพกซะเอง ยงซอนเร่งจังหวะแรงและเร็วขึ้นจนรู้สึกได้ว่าภายในของฮเยจินมันร้อนไปหมด ยิ่งร้อนก็ยิ่งตอดรัดเธอหนักขึ้น และเมื่อตอดรัดยงซอนก็ยิ่งขยับเร็วขึ้น







“ฉัน...ปล่อยข้างใน ได้มั้ย”





“ตามแต่ใจคุณต้องการค่ะ”





ยงซอนขยับครั้งสุดท้าย ส่งแก่นกายแน่นนั้นเข้าไปลึกสุดของช่องกำแพง ปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ข้างในออกมาอย่างเหนือการควบคุม มันเอ่อล้น ถะถั่งอยู่ภายในร่างของฮเยจินที่กระตุกเกร็ง ช่องแคบนั้นโอบรัดเธอสองสามครั้งก่อนจะคลายออก ยงซอนผละตัวเองออกมา มองคราบน้ำสีขาวขุ่นที่ไหลออกมาจากกลีบเนื้อก่อนจะหยดลงบนพื้นโซฟา มันเป็นของของเธอที่ฝากเอาไว้ในร่างของโอเมก้าไร้บ้านคนนี้







“ฉันเผลอรุนแรงกับเธอเกินไปรึเปล่า” ยงซอนถามขึ้นเมื่อเห็นว่าฮเยจินพยายามจะลุกยืน แต่เธอก็ล้มลงบนโซฟาอีกครั้ง





“ไม่เลยค่ะ คุณอ่อนโยนกว่าที่คิดไว้ซะอีก”





“ลืมไปเลยว่าเธอเจ็บขา”





“ก็ไม่ได้เจ็บมากขนาดนั้นค่ะ” หล่อนตอบพร้อมแค่นยิ้ม





“เธอจะอยู่ที่นี่ต่ออีกนานแค่ไหน” ยงซอนเอ่ยถามพลางหยิบกางเกงขึ้นมาสวม ความใหญ่โตนั้นหดหายเข้าไปในกายเธอราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น





“แล้วแต่คุณจะเมตตา”





“เธอนี่เรียกคะแนนสงสารได้เก่งชะมัด” ยงซอนหัวเราะ ก่อนจะหยิบยาอีกแผงออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนไปให้หล่อน คราวนี้หล่อนรับไว้ไม่เมินเฉย





“ถ้าอยากอยู่ต่อก็กินยาคุมนี่ซะ ฉันยังไม่อยากจะมีพันธะตอนนี้”





“พกยาแบบนี้ไว้ตลอดเวลาเลยเหรอคะ”





“ก็ฉันเป็นหมอ พกยาแบบนี้เอาไว้มันแปลกรึไง” ยงซอนหันมาพูดเสียงแข็ง แต่เมื่อเห็นแววตาน่ารักจากโอเมก้าตรงหน้าก็เริ่มเย็นลง





“เข้าใจแล้วค่ะ คุณเป็นอัลฟ่า ที่ยังไม่อยากมีลูก”





“อีกอย่าง ถ้าเธอท้องตอนนี้...มันก็ไม่สนุกสิ” ยงซอนยื่นใบหน้ามากระซิบข้างหูร่างเล็กที่นั่งอยู่





“ฉันคิดว่าเธอน่ะยังต้องอยู่ตอบแทนบุญคุณฉันไปอีกนานเลยล่ะ”



END.


from writer :

กลับมาพร้อมฟิค omegaverse เรื่องแรกในชีวิตค่ะ คิดมานานแล้วว่าอยากแต่ง แต่มันไม่มีพล็อตซักที แต่ในที่สุดก็มีวันนี้ 

ตัวเอกยังเป็นพี่ยงซอนกับน้องฮเยเหมือนเดิมค่ะ มั่นคงอยู่เรือนี้ไม่ไปไหน เรือเราแล่นได้ด้วยโปรแกรมไมโครซอฟเวิร์ดค่ะ T_T

อ่านแล้วถูกใจหรือไม่ถูกใจยังไงก็เม้นติชมกันได้เหมือนเดิมนะคะ 

ขอบคุณและรักคนอ่านทุกคนค่ะ

เจอกันใหม่เรื่องหน้า จุ๊บ ๆ

SHARE

Comments

moonnight
10 months ago
โอ้จนหน้าแดงหูแดงไปหมดแล้ว ฮเยจินต้องอยู่อีกนานนะคะ 5555
Reply
RomLEE
10 months ago
หน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดูที่แท้ทรูเลยค่ะ แงงง้ 
Reply
analogue
10 months ago
อ่านเรื่องของคุณ JomPiya จนลงเรือลีมักตามแล้วค่า 5555
Reply
GID
10 months ago
เอาโซลาร์บยอลบ้างได้โปรดๆ😂5555
Reply