ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงใช้จ่ายฟุ่มเฟือย? "Why Young Love to Splurge"
เป็นอีกวันที่ฉันนั่งอ่านหน้าฟีดของชาวทวิต มีหลายคนพูดถึงเรื่องการจับจ่ายใช้สอยหลังจากได้เงินเดือนมาแล้ว มันทำให้ฉันนึกถึงบทความหนึ่งของประเทศเกาหลีใต้ภายใต้หัวข้อ "Why Young Koreans Love to Splurge" พูดถึงเรื่องเทรนด์การใช้จ่ายเงินเพื่อเยียวยาความสิ้นหวังในคนรุ่นใหม่ของเกาหลีใต้ ฉันจะหยิบเพียงบางเรื่องมาเล่าให้ฟังแล้วกัน

บทความพูดถึงคนรุ่นใหม่ที่กำลังท้อแท้ในการใช้ชีวิต จากการสำรวจ National Youth Policy Institute พบว่าคนรุ่นใหม่ในเกาหลีใต้เชื่อว่าการซื้อบ้านอาจจำเป็นต้องใช้เวลามากกว่า 20 ปีหรือไม่สามารถทำได้เลย เนื่องจากราคาที่อยู่อาศัยที่แพงขึ้นและเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะมีบ้านสักหลังเป็นของตัวเอง

แนวคิดนี้เกิดขึ้นปลายปี 2016 ผู้คนอ้างว่าใช้จ่ายมันไปเถอะถ้ามันไม่ทำให้ตัวเองเครียดหรือเรียกอีกอย่างว่า 'การให้รางวัลกับตัวเอง' ความไม่มั่นคงในชีวิตก่อให้เกิดความคิด 'ใช้จ่ายแบบช่างหัวมัน' (แปลโดยผู้เขียน) หรือหลายคนอาจจะเรียกว่า 'ซื้อๆไปเหอะ' (fuck-it expense) ซึ่งประโยคนี้เกิดมาจากการวมคำระหว่าง shibal ที่แปลว่าการสถบเพื่อความไม่พอใจ กับ biyong ที่แปลว่าการใช้จ่าย

หากย้อนไปดูสถิติจาก Statistics Korea พบว่าประเทศเกาหลีใต้มีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำสูง (ไม่แพ้กับประเทศไทย:ผู้เขียน) ซึ่งปัญหานี้เกิดจากกลุ่มแชโบล (chaebol) บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ผูกขาดทางเศรษฐกิจในประเทศ (เอ๊ะ คุ้นเหมือนประเทศแถวนี้ไหม) ความไม่เท่าเทียมและความสิ้นหวังทางเศรษฐกิจนี้ส่งผลต่อสภาพจิตใจของชาวเกาหลีใต้ เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศในช่วงเวลาหนึ่งที่มีการฆ่าตัวตายสูงที่สุดในกลุ่ม OECD ตั้งแต่ปี 2003 ถึง 2016

ตัวอย่าง shibal biyong คนรุ่นใหม่หลายคนเลือกที่จะซื้อความสะดวกสบายโดยการนั่งแท็กซี่ที่ราคาแพงกลับบ้านแทนที่จะนั่งรถประจำทางในราคาประหยัด การช้อปปิ้งเพื่อคลายเครียด และการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอื่นๆ (ของมันต้องมี)


อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียเป็นอีกแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์แบบ shibal biyong โดยใช้สื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็น Instagram Facebook หรือ KakaoTalk ที่ทำให้เกิดค่านิยมใช้จ่ายแบบช่างมัน ตัวอย่างเช่น รูปภาพสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

คนรุ่นใหม่ไม่ได้มีแนวคิดการใช้จ่ายเหมือนพ่อแม่ของพวกเขา แต่พวกเขาจัดสรรความเหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อรักษาสมดุลความสุขในปัจจุบัน แทนที่จะคิดถึงเรื่องการวางแผนการเงินในอนาคต พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้วางแผนการใช้เงินในอนาคต แต่พวกเขาวางแผนมาแล้วว่าอนาคตนั้นช่างไร้ความสิ้นหวัง จึงเลือกที่จะใช้เงินในระยะสั้นเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของตัวเองในปัจจุบัน

ซึ่งฉันก็คิดว่ามันเป็นเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศที่ไม่ใช่เฉพาะเกาหลีใต้ คนรุ่นใหม่เริ่มใช้ชีวิตกันแบบไร้ความหวังเพิ่มมากขึ้น หลายคนพยายามวางแผนอนาคตในยามเกษียณว่าควรมีเงินเท่าไหร่หากอายุเท่านี้ แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่ทุกคนที่จะเอื้อมไปแตะคำว่าสุขสบายได้ในอนาคต สังเกตได้จากราคาบ้านหรือแม้แต่คอนโดที่สูงขึ้น ถ้าฉันตัดสินใจซื้อคอนโดในราคา 1-2 ล้านหรือมากกว่า​นั้น​ ฉันเองก็คงจะผ่อนไม่ไหวเหมือนกัน มันสิ้นหวังถึงขั้นเมื่อไหร่ฉันจะจ่ายหมด ฉันต้องใช้เวลากี่ปีในการหลุดพ้นหนี้สินส่วนนี้ ค่าใช้จ่ายทุกวันนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของที่อยู่อาศัย แต่มันยังมีค่าใช้จ่ายที่เป็น fixed costs รออยู่ตลอดเวลา ถ้ามองอีกหลายๆมุม การทำบัญชีรายรับรายจ่ายในแต่ละเดือน ก็จะเห็นว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่เราจะผ่อนคอนโดหรือบ้านหมดภายในไม่กี่ปีเช่นกัน (ยกเว้นคุณจะต้องทำงานหนักหรือไม่ก็มีธุรกิจที่เติบโตอ่ะนะ)

ฉันคิดว่าใครอีกหลายๆคนก็กำลังมีปัญหากับ shibal biyong อย่างแน่นอน ฉันไม่แน่ใจว่าประเทศไทยจะแย่หรือจะเทียบเท่าหรือจะดีกว่าเกาหลีใต้หรือไม่ (หลังจากที่ฉันเห็นค่าเฉลี่ยเงินเดือน+-ค่าใช้จ่าย=เงินเก็บ) แต่ที่ฉันเห็นได้ชัดคือผู้คนกำลังใช้จ่ายแบบช่างหัวมันเยอะ​พอสมควร​ ค่อยไปคิดเอาว่าพรุ่งนี้จะหาเงินยังไง วันนี้เราใช้ไปก่อน ยกตัวอย่างเรื่องใกล้ตัวของฉันเอง ตอนแรกฉันก็สงสัยว่าทำไมชีวิตเขาดูหรูจัง ไปเที่ยวต่างประเทศบ่อย ซื้อของแบรนด์เนมใช้ ซื้อคอนโด ไปกินอาหารแพงและบ่อย ทำนู้นทำนี่ จนฉันพบว่าพวกเขาก็มีแนวคิดที่เหมือนคนเกาหลีใต้รุ่นใหม่เหมือนกัน พวกเขาใช้จ่ายเพื่อซื้อความสุขเพื่อเยียวยาความสิ้นหวัง หรือแม้แต่อีกหลายคนที่ทำงานอย่างหนักและโดนเจ้านายด่าทอ จึงเลือกวิธีการใช้จ่ายแบบช่างมันเพื่อเยียวยาจิตใจเช่นกัน
คุณ​ล่ะเคยถามตัวเองว่ามีปัญหาไหม​และจัดการกับมันอย่างไร? 
หากอยากรู้รายละเอียดลึกกว่านี้แนะนำให้อ่านหนังสือ I Want to Die, but I Want to Eat Tteokbokki มีหนังสือแปลเป็นภาษาไทยในชื่อว่า "อยากตายแต่ก็อยากกินต๊อกบกกี" ผู้แปล: ญาณิศา จงตั้งสัจธรรม ฉันคิดว่ามันเป็นหนังสือที่สะท้อนสังคมไทยได้ดีเหมือนกัน

Reference: https://foreignpolicy.com/2019/07/04/why-young-koreans-love-to-splurge-shibal-biyong-millennial-fuck-it-expense/
SHARE
Written in this book
My diary stories
ชีวิตบ้าๆบอๆในแต่ละวัน​ เหงาบ้าง​ เศร้าบ้าง​ ดราม่าบ้าง​ ตามอารมณ์​
Writer
Rhythmlyn
Independence
เขียนเมื่ออยากเขียน

Comments

upupandaway
4 months ago
เยี่ยมเลย เพิ่งเข้าใจการใช้จ่ายของคนทั่วไป คือแบบนี้นี่เอง
Reply