เจอกันครั้งแรก💗

ถ้าไปได้จะคอนเฟิร์มอีกที เรานัดกับเขาไว้ศุกร์ใช่มั้ยคะ และแล้ววันนั้นก็มาถึง

 เชื่อมั้ยคะว่า กว่าเราจะได้เจอกันเนี่ย อุปสรรคเยอะน่าดูเลยล่ะค่ะ

-23 ส.ค. 62-
 ตอนประมาณ10โมงกว่าๆ เขาทักมาถามเราว่า "เธอ วันนี้จะไปอยู่มั้ยอะ ถ้าไปเลิกกี่โมงบอกด้วย"

 เราตอบเขาประมาณ 11 โมงว่า "โอเค เดี๋ยวจะบอกอีกที"

 พอประมาณบ่าย 2 ครึ่งเขาก็ทักเรามาบอกว่าเลิกเรียนแล้ว แต่เรายังไม่เลิกเรียนเลย แล้วเดี๋ยวต้องเข้าสีอีก เราเลยถามเขาว่างั้นรอได้มั้ย

 เขาบอกว่าเดี๋ยวไปรอที่เซนทรัล(สถานที่นัดกันไป) พอเราเลิกปุ๊บเราก็ทักไปบอกเขาว่ากำลังตามไป

 ด้วยความเป็นเด็กของเขาเขาบอกว่าเขารออยู่ที่โซนเลโก้(ชัั้น3)ค่ะ เด็กน้อยจริงๆเลยน้าา แล้วพอเราถึงหน้าห้างเขาก็ยังรออยู่ที่เดิมค่ะ

 แต่พอเราขึ้นไปถึงชั้นนั้น เราเลือกที่จะเข้าไปบีทูเอสก่อน(มันอยู่ข้างๆกัน) เพราะว่าเราจะไปดูของทำงาน แล้วเราก็ทักไปบอกเขาค่ะว่าเราอยู่ บีทูเอส

 สักพักนึงเขาก็ทักมาบอกเราว่า เขาอยู่SE-ED (ชั้น2) เพราะว่าโมโหเด็กที่ทำเลโก้เขาพัง เลยเดินลงไปข้างล่าง

 เอ็นดูความน่ารักของเขาจังนะคะ >^<
แล้วเราก็เดินอยู่ชั้น3ไปเรื่อยๆจนถึงหน้าKFC เดินไปเพราะเพื่อนอยากกินไอติมค่ะเราก็พาไปแต่ว่ายังไม่ได้ซื้อ

 แล้วระหว่างนั้นเราก็ทักไปคุยกับเขาค่ะ ว่าเราอยู่เคเอฟซีนะ เขาก็ถามกลับมาว่าแล้วยังไง เราก็เลยถามเขาไปว่าจะให้เราเดินลงไป หรือว่าเขาจะเดินขึ้นมา

 แล้วเขาก็เลือกให้เราลงไปค่ะ555 น่าตีจริงๆ เราก็เลยส่งไปหาเขาว่า "แกเด็กกว่าทำไมไม่เดินมาหาพี่" เขาก็บ่นว่าเมื่อยแล้วนู่นนี่นั่น เห้อ...เด็กคนนี้ขยันทำให้เอ็นดูจังนะคะ

 แล้วเราก็เดินลงไปร้านหนังสือค่ะ เดินไปกับเพื่อน1คน แล้วก็น้องเพื่อนอีก2คน เราก็เดินไปซีเอ็ดค่ะ ตามที่น้องบอก แต่เราไปแล้วไม่เจอ เราก็เลยถามเขาว่าสรุปอยู่ไหนกันแน่ คือเราจะไปที่ร้านนายอินทร์ด้วย

 สรุปแล้วคือ เขาอยู่นายอินทร์... จำชื่อร้านผิดจ้าาาา

 แต่ตอนเข้าร้านอ่ะ เราเห็นแล้วแหละ ว่ามีผู้ชายคนนึงยืนอยู่โซนการ์ตูนคนเดียว...

 อ่า...ไม่กล้าเข้าไปทักเลย ก็เลยทำไม่สนใจไปก่อน... ก็คนมันไม่กล้าทักนี่นาTT เราก็เลยส่งไปในแชทว่า เราอยู่ฝั่งตรงข้ามชั้นหนังสือฝั่งเขา

 แต่เขาบอกว่าออกไปแล้ว... เวรกำมากๆ555
เนี่ยแล้วจะได้เจอกันมั้ย... เสร็จแล้วเราก็เดินขึ้นไปที่ร้านKFCอีกรอบนึงค่ะ เพื่อจะไปซื้อไอติม กินกัน(สรุปเราก็ไม่ได้กินอยู่ดี)

 เราก็บอกเขาไปว่า เนี่ยมาที่หน้าร้านเคเอฟซีเลย อยู่หน้าร้าน เขาก็ยอมขึ้นมาค่ะ พอดีเราเป็นคนมองไปรอบๆทั่วๆอยู่แล้ว เราก็เห็นเขาเดินขึ้นมากับเพื่อนประมาณ3-4คน

 แล้วเขาก็เดินอ้อมเพื่อไปเข้าร้านค่ะ555 แอบขำนะคะ คือเดินมาดีๆก็ได้นี่ ทำไมถึงต้องเดินอ้อมขนาดนั้น แล้วคืออ้อมไกลมากๆ

 แล้วคราวนี้เขาก็เข้าไปในร้านพร้อมกับเพื่อนนั่นแหละค่ะ ส่วนเราก็ยืนอยู่หน้าร้าน กับเพื่อนๆเหมือนกัน คือเราเป็นคนที่รู้จักคนในร.ร.ค่อนข้างเยอะ เจอใครเราก็ทักหมด

 เขาก็ส่งข้อความมาว่า ทำไมคนเยอะขึ้น เพื่อนเขามีนิดเดียวเอง 55555โอ้ยพอเห็นข้อความนี่ยิ้มเลยค่ะ เอ็นดูอีกแล้ว

 แล้วระหว่างนั้นเราก็เจอเพื่อนสนิทตอนม.ต้นค่ะ แล้วเพื่อนก็อยากรู้ว่า คนที่เรามาเจอคือใคร มันก็เลยเดินไปดูเพราะอยากเห็นหน้าค่ะ...

 เชื่อแหละ ว่าถ้าเป็นใครหลายๆคนหรือบางคน เกิดนั่งอยู่ดีๆก็มีคนมาเดินวนรอบโต๊ะ เพื่อแอบส่องก็ไม่ชอบหรอกเนอะ เขาก็เป็น1ในนั้นที่ไม่ชอบค่ะ

 เขาก็บอกเรานั่นแหละ ว่าเขาไม่ชอบเลยที่มีคนมาแอบส่อง แล้วเขาก็ไม่ค่่่อยชอบเจอคนเยอะๆอ่ะเนอะ เรียกได้ว่าไม่เข้าหาคนอื่นหรือใครก่อนมากกว่า

 แล้วคือมันรอนานมากๆแล้วเขาก็ไม่ออกมาสักที เราก็เริ่มนอยเริ่มเฟลค่ะ:( อารมณ์มันไปเอง นอยเขามากๆเลย

 เราก็เลยถามเขาว่า จะได้กินมั้ยชานม เนี่ย ออกมากับเพื่อนแค่สองคนแล้ว ที่ยอมออกมากับเพื่อนอีกคนเพราะว่า ดูจากลักษณะการคุยของเขามันทำให้เรารู้ว่า เขาคงไม่ชอบถ้าเราจะเอาเพื่อนไปด้วยเยอะๆ

 เขาตอบเรามาว่า ไม่รู้สิ กลัวโดนดักตบ ใช่ค่ะเรารู้ว่าเขาพูดหยอกๆ แต่ความรู้สึกเรามันนอยไปแล้วอ่า... ก็เลยบอกเขาไปว่า เราไม่กินก็ได้นะ (นิสัยเสียจริงๆเลยเราเนี่ย)
เราก็บอกเขาไปว่าเราอยู่บีทูเอสนะ คือเพื่อนเราจะไปซื้อของเราเลยพาไป

 เขาก็บอกว่า เขาอยู่ทีี่บัดดี้แบร์ ให้ไปหาเขาที่ร้านชานมเลย เราก็ก็บอกกลับไปว่าได้ แล้วเราก็ถามว่าเขาอยู่กับเพื่อนกี่คน

 แต่เขาไม่ได้ตอบหรอกค่ะ เราเลยบอกว่า เราไปได้พาเพื่อนไปนะเพราะเพื่่่อนแยกไปแล้ว(ก็ชวนเพื่อนไปแล้วเพื่อนบอกว่าไม่ไป) เขาก็บอกประมาณว่าแล้วแต่

 เราก็เดินของเราไปเรื่อยๆแหละค่ะ คือร้านบีทูเอส กับบัดดี้แบร์มันอยู่คนละฝั่งของห้างเลยค่ะ;-; 55555 เราก็เดินไปเจอน้องที่มาด้วยกันทีแรก(แยกกันไปก่อนหน้านี้แล้ว) เลยชวนไปร้านบัดดี้แบร์ด้วยกัน

 แต่ทีแรกน้องยังไม่รู้เหตุผลค่ะว่าเรามาทำไม จนใกล้ถึงหน้าร้านเราก็บอกน้องค่ะว่าจริงๆแล้วเรานัดคนๆนึงมาเจอ น้องมันก็ยิ้มกรุ่มกริ่มค่ะ(กวนประสาทจริงๆ)

 เราก็หันไปบ่นกับน้องนั่นแหละค่ะว่าไม่กล้าเดินเขาไปทัก... ก็ใครมันจะไปกล้าทักกันคะ... ปกติส่วนใหญ่ถ้าจะรู้จักกันก็จะรู้จักกันเองในชีวิตจริงมากกว่า

 ใครมันจะไปเชื่อว่าตัวเองจะกล้านัดมาเจอกับคนแปลกหน้า ถ้าพ่อรู้พ่อตีตายแน่ๆเลย(พ่อยังไม่รู้ค่ะว่าเรานัดเจอกับคนในเฟซบุ๊ก;-; แถมเป็นเด็กผู้ชายด้วย)

 จนเดินมาถึงเราก็เห็นผู้ชายสองคนตัวสูงๆหน่อยยืนกันอยู่หน้าร้านบัดดี้แบร์นี่แหละค่ะ ด้วยความที่ตัวเองสายตาสั้นเราก็ไม่กล้าทักอยู่ดี

 เราก็บอกน้องที่มาด้วยกันว่าจริงๆแล้วเขาจะเลี้ยงชานมไข่มุก แต่มัน...ก็เหมือนกับว่า ทุกอย่างมันแลดูเป็นอุปสรรคไปหมดเลย... ทั้งๆที่อยู่ตรงหน้ากันแท้ๆนะ เดินมาหากันไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว

 ด้วยความที่เราก็รู้สึกค่ะว่าตัวเองเป็นคนขี้เก็กเอามากๆ แต่มันก็ไม่ได้เก็กจ๋าอะไรขนาดนั้นคือแบบเรียกว่าก็เป็นคนมีฟอร์มอ่ะ บวกกับความเขินอายที่ไม่กล้าเข้าไปทักก่อน

 เราก็ไม่ทัก เขาก็ไม่ทัก ก็เลยไม่ได้คุยกันสักที... ก็เลยทำได้แค่มองหน้ากันค่ะ... เขาก็ยืนอยู่กับเพื่อนเขาห่างๆหน้าร้าน เราก็เลยเดินเข้าไปสั่งชานมไข่มุกโดยที่ไม่มองพวกเขา(คือเขาก็ยืนอยู่ด้านหลังนั่นแหละ)

 สรุปแล้วก็คือ เราจ่ายค่าชานมไข่มุกเองค่ะ... -_- นั่นแหละค่ะแต่เราเห็นตั้งแต่แรกว่าเขากำเงินค่าชานมไข่มุกไว้ค่ะ แต่ว่าเราไม่กล้าเรียกเขาให้มาจ่าย ก็เลยกลายเป็นว่าควักเงินจ่ายเองเลย...

 แล้วทีนี้เราก็เขยิบออกมาจากหน้าร้านแล้วก็็็็็็็็็็็็็็็็็็็็็็็็็็็็็็็็เดินวนๆอยู่ตรงหน้าร้านนั่นแหละ55555
ก็มันเขินนี่คะ ก็บอกแล้วว่าใครจะกล้าทัก... อารมณ์เหมือนมาเดทแล้วก็ต่างคนต่างเขินอ่ะ

 แล้วเขาก็ไปยืนอยู่ตรงแถวๆหน้าบันไดเลื่อน ไม่รู้ทำไมนะคะ แล้วเราก็ยืนมองกันอยู่อย่างนั้นแหละค่ะ จนสักพักน้องที่มาด้วยกันก็จะลากเราเข้าไป เราก็ยื้อนั่นแหละค่ะ ไม่กล้าเข้าไป

 เขาก็ไม่เข้ามาหาเรา มันก็เลยกลายเป็นว่ายึกยักกันอยู่สี่คนนี่แหละ555 จนน้องเราก็ลากเราไป แล้วเพื่อนเขาก็ลากเขามา เจอกันตรงกลางพอดี...

 อือมันเป็นโมเม้นท์ที่ตอนนั้นมีแต่ความเขินแล้วก็ไม่กล้าค่ะ._. แล้วน้องเราก็ทิ้งเราให้อยู่คนเดียว กับผู้ชายอีกสองคน (ก็คือเขากับเพื่อนเขานั่นแหละ)

 เราก็เดินกันไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีจุดหมาย เราเดิินนำส่วนเขาก็อยู่กับเพื่อนเขาสองคน ไม่รูู้จะคุยอะไรเลยอ่ะ เหมือนน้องชายเดินตามพี่สาวเลย555

 เอาจริงๆนะมองดูในรูป ดูตัวเล็กมากๆ พอมาเจอตัวจริงเขาสูง ทีแรกเราคิดว่าเขาจะตัวเล็กกว่านี้อีกหน่อย...

 ถึงแม้ว่าเราจะมองว่าตัวเองสูงแล้ว เขาสูงกว่าเราอีก._. เราสูงประมาณ169ซม. เขาสูงประมาณ172ซม.

 ระหว่างเดินเขากซุบซิบอยู่กับเพื่อนสองคน... ก็มันได้ยินอ่ะ ก็เลยหันไปถามว่าซุบซิบอะไรกัน55555 แต่ก็แค่ถามแซวๆ ไม่ได้ต้องการคำตอบอะไร

 แล้วเราก็ถามเขาว่าจะไปไหนต่อ เขาก็บอกว่าไม่รู้ว่าจะไปไหนต่อ แล้วเพื่อนเรามันก็อยู่กันแถวๆฟู๊ดปาร์คชั้นG เราเลยให้เขาเดินไปเป็นเพื่อน555 (จริงๆอยากให้เดินมาเป็นแฟนมากกว่าอ่าา) 

 แล้วเขาก็เดินตามเรามานั่นแหละ แล้วเราก็แยกไปหาเพื่อนเรา เขาก็เดินไปหาเพื่อนเขาที่โต๊ะที่อยู่ไม่ไกลจากแถวนั้นเท่าไหร่

 สักพักเราก็เดินออกมาจากโต๊ะเพื่อนๆค่ะ แล้วแยกออกมาห้องน้ำ

 เหมือนทีแรกเขาจะต้องกลับเพราะถึงเวลาที่รถมารับแล้ว... แต่แล้วสักพักนึงเขาก็ทักมา บอกเราว่า เขายังไม่โทรมา ยังอยู่ต่อได้

 สักพักนึกก็บอกกลับมาว่า เขาโทรมาแล้วต้องกลับแล้ว รถก็มาแล้ว เพื่อนก็จะให้ไปด้วย ทำไงดี

 เราก็บอกว่าให้เขากลับดิเดี๋ยวเราไปส่ง55555
พอเขาออกมา เราก็เดินไปหาเขาเพื่อที่จะไปส่ง... 

 ระหว่างคุยกันไปสักพักก็เหมือนไปแวะนั่งตรงโต๊ะ ตรงเกือบแถวๆทางออก แล้วเราก็แอบถ่ายรูปเขาเก็บไว้รูปนึงค่ะ (ที่จริงการแอบถ่ายใครมันก็ไม่ดีหรอก แต่ก็เป็นความทรงจำอ่ะเนอะ พอคิดว่าไม่ได้มาทำอะไรแบบนี้บ่อยๆก็เลยถ่ายไว้)

 ตอนระหว่างเดินคุยกันเหมือนเขาก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก เพราะเราไม่เคยรู้จักกันนี่เนอะ 555555ทุกคนคือเกร็งหมด เราเลยแชทไปถามเขาว่า เขินอะไร

 เขาตอบกลับมาว่ามันก็ตึงดิ ในแชทอ่ะห้าวได้ แต่พอเจอเข้าจริงๆ... แล้วเขาก็เงียบไป55555

 แล้วพอลุกขึ้นเดินไปสักพักก็เหมือนชุลมุนนิดหน่อย(จำเหตุการณ์ตอนนั้นไม่ค่อยได้) แล้วเขาก็บอกให้เพื่อนเขาไปที่รถก่อน เดี๋ยวเขาจะกลับเอง เพราะปกติเขาจะกลับกับเพื่อนคนนี้

 อือ... แล้วเขาก็มาเดินกับเราแหละ...เดินกันสองคนอ่ะ -///- แค่สองคนจริงจังมาก ปกติถ้าเราเดินกับเพื่อนเราจะเดินเกาะแกะ เพื่อน มากๆเลยนะ แต่นี่คือมาเดินกับเด็กผู้ชาย...

 มันก็เลยจะเกร็งนิดๆ แต่ก็พยายามชวนคุยให้หายเกร็งนั่นแหละ เอาจริงๆป่ะ การไปเจอคนที่ไม่รู้จักโดยที่ไม่คิดจะเตรียมอะไรไปคุยเลยมันก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันนะ5555

 เราก็เดินกันไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมายอ่ะ เดินไปเราเจอคนรู้จักเยอะมากเราก็ทัก~ น้องที่เจอกันก็ถามว่ามากับใครอ่ะ >^< (อยากตอบว่ามากะแฟนจริงจริ๊ง)
 แล้วก็เราสองคนเดินจากหน้าห้างไปข้างในสุด... แล้วเราก็เดินไปนั่งตรงโต๊ะๆนึง...

 แล้วตั้งแต่เดินมาเราก็ถามเขาถึงเรื่องเพจ จำได้ใช่มั้ยคะว่าเราเคยบอกว่าเราเป็นแอดมินเพจเดียวกับเขา แต่ว่าช่วงหลังจากที่เขาออกแล้ว

 คือเราก็อยากออกจากการเป็นแอดมินเพจเหมือนกัน แต่เราลบตัวเองออกจากระบบเพจไม่ได้ เราเลยถามเขา...

 ...เขาก็ช่วยดูให้ ช่วยสอน มันเป็นโมเม้นที่ดีเลยล่ะค่ะ~ ถ้าไม่นับพ่อ เขาคงเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้จับมือถือเราอ่ะ55555

 เขาก็ทำให้เสร็จปุ้บเราก็นั่งคุยกันสักพัก แล้วก็ลุกขึ้นเดินอีกรอบ แล้วมาวนจบที่โต๊ะเพื่อนๆเรา เพราะว่าจะกลับแล้วเหมือนกัน

 แต่กระเป๋ามันอยู่ที่โต๊ะเพื่อน แล้วเราก็ลากเขามาด้วยนี่แหละ55555 เขาก็ยืนก้มหน้าอย่างเดียวอ่ะ เอ็นดูอ่ะ (คำว่าเอ็นดูคือล้นเหลือมาก)

 เราก็ยืนคุยกับเพื่อนสักพักนึงค่ะ แล้วเขาก็แชทมาว่า นินทาอะไรวะ น่ากลัว5555 แต่เราไม่ได้พูดถึงเขาเลยนะเอาจริง

 สักพักนึงเราก็หันกลับไปหาเขา แต่ก็ไม่เจอ เขาก็คงเดินไปหาเพื่อนเขา เราก็เลยถามไปในแชทว่า อยู่ไหน กลับแล้วหรอ

 เขาก็ตอบกลับมาว่ายัง คือเพื่อนโทรมา ตอนนี้อยู่Tops เขากำลังเดินมาหาเรา ให้เราออกไปได้เลย 

 แล้วพอเราออกมาเพื่อนก็กำลังจะกลับด้วยเหมือนกัน เราเลยบอกให้ไปด้วยกันค่ะ เดี๋ยวเรากลับด้วยเพราะนั่งรถกลับทางเดียวกัน

 เราก็ไปเดินกับเขาค่ะ แล้วเขาก็ถามเราว่าคุยอะไรกับเพื่อน เราก็บอกเขาไปว่าเพื่อนเราอยากรู้ว่าเธอเป็นใครอ่ะ แล้วก็ไม่ได้บอกอะไรอีก เราก็เดินคุยกันมาเรื่อยๆ จนถึงหน้าห้าง

 เราก็เดินไปส่งเขาตรงเกือบจะถึงสะพานลอยค่ะ คือเขาต้องข้ามถนนกลับอีกฝั่งนึง เพราะบ้านอยู่คนละทาง(กลับทางเดียวกันก็คงดีดิ)

 เราก็วิ่งกลับมาขึ้นรถแดงฝั่งเรา แล้วนั่งอ่านข้อความที่เขาส่งมาในแชท อ่านแล้วมันก็ต้องหัวเราะนะคะ มันเป็นอารมณ์ของความเอ็นดูล้วนๆ 

 คนบ้าอะไรใช้คำว่าน่ารักน่าเอ็นดูโคตรเปลืองเลย...-///-

 เอ้อ...ข้อความที่เขาส่งมาคือ "เดินขึ้นสองแถวตะกี้ หัวกระแทกเพดาน โคตรอายเลย"
5555555 น่าขำนะคะ คนอะไรซุ่มซ่ามเก่งชะมัด ไม่ระวังเลย-^- 

 แล้วพอรถออกเราก็บอกเขาว่าขอนั่งรถกลับบ้านก่อน เดี๋ยวถึงบ้านแล้วจะบอก เขาก็ตอบกลับมา

 ตอนที่เจอกันอ่ะ ตอนที่เดินคุยกันที่เขาบอกว่า เขาไม่กล้า เราก็เลยพูดหยอกๆไปว่า ก็เด็กมันอ่อนอ่ะคับ (แต่ใจจริงอ่ะเราอ่อนกว่าเขาอีก ปากเก่งไปงั้นแหละ;-;)

 พอเราบอกเขาว่าถึงบ้านแล้วเขาก็ตอบแชท แล้วก็คุยกับเรา

 เขาบอกว่าเขาเกียดคำว่าเด็กมันอ่อนอ่่ะ5555 แต่เขาก็บอกว่า แต่มันก็จริงแหละ เราก็บอกเขาว่า ก็มันจริงหนิ เก่งแค่ในแชทไม่คูลเลยยย5555 

 เขาก็ตอบกลับมาว่านั่นดิ เรื่องจริง เขาก็ยอมรับแหละนะว่ามันคือความจริง แล้วเขาก็ส่งมีมมา

 สักพักเขาก็บอกเราว่า ถึงบ้านแล้ว แต่ว่าปกติแม่จะมารับ แต่วันนี้แม่ให้นั่งมอไซค์์เข้าไป น่ากลัว... (บอกเองละเอียดเลยนะ น่ารักอ่ะ อยากให้น่ารักกับเราคนเดียวเลย หวงจัง)

 เขาบอกเราว่าเขาไม่ชอบนั่งมอเตอร์ไซค์ เราก็เลยบอกเขาให้นั่งไปเถอะ กลัวอะไร55555

 ในจังหวะเดียวกันคือ ก่อนหน้านั้นสักพัก มีรุ่นพี่ที่เรารู้จัก ทักมาถามว่าชื่อจริงเราคืออะไร เราก็บอกเขาไป 

 แล้วเราก็ถามเขาว่า ถามไปทำไมไรงี้ พี่เขาก็บอกว่ามีเด็กที่อยู่ร.ร.เดียวกับR ถามมา(แต่Rกับพี่ผช.คนนี้ไม่รู้จักกันนะ)

 เราก็อยากทดสอบเลยบอกR ไปว่าวันนี้รุ่นพี่มาถามชื่อให้พี่ผช.คนนึง แล้วก็เล่า ให้เขาฟัง เขาก็ถามว่า เราชื่อ*** รึเปล่า 

 คือแล้วมันใช่...เขาบอกเราว่าเดาเอา แต่เอาจริงเราเชื่อว่าเขาก็คงสังเกตเอาจากเสื้อนักเรียน...

 แล้วเราก็เริ่มบอกเขาเกี่ยวกับวันนี้ที่เราไปเจอกัน...

 เราก็บอกเขาไปว่า จริงๆวันนี้ตอนอยู่หน้าร้านเราก็มองออกแล้วแหละว่าเป็นเขา เพราะตอนที่เข้าร้านไปมันก็ต้องเห็นใช่มั้ยล่ะ

 เขาก็บอกเราว่าจริงๆเขาก็รู้แล้วแหละว่าเราเข้าไป แต่เขาได้ยินเสียงคนเยอะเลยเดินหนีออกมาก่อน

 แล้วก็ไปเรียกเพื่อนมา เขาบอกว่าเพื่อนช่วยได้เยอะ เราก็เลยบอกไปว่าเราตลกอ่ะ เราตลกตัวเองจริงๆนะ ทำไมเราถึงไม่ทักกันเอง... (มันน่าเสียดายมากเลยจริงๆนะ)

 เขาก็บอกว่าแต่ฝั่งเราดันมีคนเยอะ แล้วก็เยอะขึ้นเรื่อยๆเลย เราเลยถามเขาว่ากลัวอะไร เขาก็บอกเรามาว่าเขาไม่ชอบคนเยอะๆ ไม่ชอบเข้าสังคม

 แล้วเขาก็บอกเราว่านี่ถ้าวันนี้ไม่ได้เพื่อนมาช่วยเปิดก็จัไม่เข้ามาคุยด้วยหรอกนะ555ก็พอจะเข้าใจ 

 เราก็อธิบายว่าถ้าให้เราทักเราก็ไม่กล้าทักก่อนอยู่ดี... เพราะเราเป็นผู้หญิง (เนี่ยทีเรื่องของคนอื่นล่ะกล้าจั๊ง พอเป็นเรื่องของเรา ดันเอาตัวเองไม่รอดงงป่ะ55555

 เราก็เลยบอกเขาไปว่าถ้าไม่มีน้องเราคนนั้นเราก็คงไม่ได้คุยกันหรอก แต่จริงๆเราก็ต้องขอบคุณน้องนะที่ช่วยดันเราเข้าไปในวันนั้น

 แล้วเราก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อย จนอยู่ๆเราก็ถามเขาว่า "นี่แกรู้ชื่อเล่นพี่ยังวะ" เขาก็ตอบกลับมาว่า "ชื่ออะไรว้า Kan มั้งถ้าจำไม่ผิด"

 เราก็เลยบอกเขาไปว่า "No... Karn" เขาก็ถามเรากลับบ้างว่าแล้วเราหละรู้ชื่อเขารึยัง น่าจะรู้แล้วแหละ เพราะเพื่อนพูดเสียงดัง

 เอาเข้าจริงอ่ะตอนนั้นเรา ได้ยินแค่แว่วๆ ไม่แน่ใจอ่ะ คิดว่าใช่ แต่ทีแรกเราตอบเขาไปว่า อ๋อ ไม่ได้ยินอ่ะ แล้วเขาก็ตอบกลับมาว่าชื่อR

 เราก็เลยแย้งว่าเราได้ยินว่า G เราก็เลยถามเขาไปว่า จริงๆแล้วชื่ออะไรนะ ชื่อ G ใช่มั้ย ได้ยินมาแบบนั้น 

 เขาก็เลยบอกว่านั่นไง ใช่ นั่นแหละค่ะ เขาชื่อG แต่ด้วยความเคยชินอ่ะ เราก็จะยังเรียกเขาว่าR ต่อไปค่ะ>^<

 เพราะจริงๆแล้วเขาบอกว่าเขาชอบชื่อนี้

 แล้วหลังจากนั้นเราก็มาระบายสู่กันฟังในเรื่องของวันนั้นเกือบหมดเลยค่ะ มันเป็นโมเม้นที่ดีนะ 

 ที่เราสองคนได้รู้จักกัน มาแชร์ความคิดกัน หลายๆอย่างอ่ะแบบ บางทีความคิดไม่ตรงกันไม่เข้าใจกัน ก็ค่อยๆอธิบาย เรียกได้ว่าใช้หลักเหตุผลคุยกันเลยมากกว่า

 ถ้าอยากมีเพื่อนหรืออยากมีแฟน เราก็อยากมีแบบเขานะคะ มันเข้าใจกันได้ง่ายอ่ะ ลดความเสี่ยงต่อการทะเลาะกันด้วย 

 ใครไม่ชอบอะไรก็บอกกันตรงๆ มันดีนะคะเราจะได้ปรับแก้ไปด้วยกัน ไม่ใช่การที่ต้องทน...

 นี่ไง เราถึงชอบเขามากๆ ถึงแม่ว่าเขาจะอายุน้อยกว่า แต่ความคิดเขาก็ไม่เด็กเลยนะคะ เราถึงเลือกที่จะยังชอบเขาอยู่จนทุกวันนี้... 

 แล้วมันก็ยังมีเรื่องราวมากมายเลยเกี่ยวกับเขาที่เราอยากจะมาเล่าให้ฟัง มันเป็นความทรงจำดีๆนะคะ กับการที่เราจะชอบใครคนนึง 

 อย่างน้อยมันก็คงเป็นเรื่องที่ทำให้เรายิ้มมีความสุขได้ในทุกวันจริงๆ

SHARE
Written in this book
the lover
มันเป็นเรื่องราว... ของการที่คนๆนึงจะชอบคนอีกคนนึง โดยที่ไม่รู้ว่าจุดจบหรือปลายทางมันจะเป็นยังไง แต่... ก็จะขอชอบเขาแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่ามันจะมีจุดอิ่มตัวของมันเอง หรืออาจจะไม่มีวัน...ที่จะเลิกชอบเขาเลยก็ได้:)

Comments