Quarter Life Crisis
วันก่อนได้นั่งอ่านบทความหนึ่งของเกี่ยวกับวิกฤตวัยกลางคน (Midlife Crisis) อธิบายถึงคนในวัยช่วงอายุ 20 ถึงก่อน 30 ปี หรือที่เรียกว่า 'วิกฤติวัยรุ่นตอนปลาย-ผู้ใหญ่ตอนต้น' (Quarter Life Crisis)

โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่เผชิญกับวิกฤตินี้มักจะต้องต่อสู้กับปัญหาในเรื่องของการตามหาคุณค่าของตัวเอง ไปจนถึงความภาคภูมิใจในตัวเองอย่างหนักหน่วงไม่ต่างจากวัยอื่นๆ แต่วัยนี้จะต่างจากวิกฤติกลางคนตรงที่หลายคนกำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่นช่วงปลาย และกำลังจะต้องปรับตัวเข้าสู่โลกของการทำงานอย่างเป็นทางการ

หลายคนที่ประสบกับวิกฤตินี้ต่างมีความรู้สึกสับสน หลงทาง และเคว้งขว้างอย่างมากในโลกของการทำงาน ความเจ็บปวดกับการเอาตัวเอาไปเปรียบเทียบกับคนรอบตัวที่เราเห็นว่าเขามีความสุข หรือไม่ก็เติบโตในหน้าที่การงานอย่างรวดเร็ว

คำถามต่อมาคือ เราจะรับมือกับปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร?หลายคนก็ให้ข้อเสนอแนะไว้กว้างๆ อย่างเช่น การจัดลำดับความสำคัญในชีวิต การวางเป้าหมายที่ชัดเจน การเริ่มต้นลงมือทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หรือแม้แต่การออกไปค้นหาเพื่อลองทำสิ่งใหม่ๆ นอกเหนือจากสิ่งที่ทำเป็นประจำ

ที่จริงแล้ว การเจอปัญหาชีวิตในช่วงอายุมันเป็นเรื่องปกติมาก ทุกคนมีช่วงจังหวะชีวิตที่แตกต่างกัน บางคนก็แย่ บางคนก็ดี แตกต่างกันออกไป

และ. . . . ใช่. . . ฉันก็เป็นอีกคนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตินี้เช่นกัน ด้วยอายุที่เริ่มมากขึ้นและอะไรอีกหลายๆ 

ขณะที่ฉันมองไปยังรอบตัว จิตใจด้านมืดของฉันก็โผล่ขึ้นมา เพื่อนของฉันแต่ละคนกำลังเติบโตในหน้าที่การงาน โบนัสออก กำลังซื้อบ้าน ซื้อรถ ออกไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ ไปจนถึงเรื่องการแต่งงานมีครอบครัว ชั่ววูบหนึ่งฉันรู้สึกอิจฉาพวกเขาที่มีสิ่งยึดเหนี่ยวให้เขาเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ในขณะที่ฉันหยุดอยู่ที่เดิม

จากนั้นจิตใจอีกด้านฉันก็โผล่ขึ้นมาแล้วพูดกับด้านมืดของฉันว่าฉันไม่เข้าใจว่าไมทำไมเธอต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ
เธอทำทุกวันให้มีความหมายก็พอแล้ว เธอมีคุณค่ามากกว่าที่คิด
ส่วนเรื่องเป้าหมายในหน้าที่การงานนั้น
เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่าลึกๆ แล้วเธอไม่ได้ต้องการใช้ชีวิตแบบใคร ตอนนี้เธอก็ตั้งเป้าหมายของเธอไว้แล้ว เพียงแค่เดินหน้าต่อไปเท่านั้น อาจจะช้ากว่าใครหลายคนแต่จงเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองกำลังจะเดินไป 
ใช่!! ฉันมีเป้าหมายเป็นของตัวเองอยู่เสมอ ทำไมฉันต้องเดินตามชีวิตของใครหลายคนด้วยล่ะ ฉันจึงเลือกที่จะไม่ดูหน้าฟีดเฟสบุ๊คของเพื่อนมากนัก ฉันบอกตัวเองเสมอว่าคนเราต่างอยากโชว์สิ่งดีๆ​ ให้ใครหลายคนเห็นทั้งนั้น ไม่มีใครหรอกที่จะมาโชว์ด้านแย่ๆให้เห็น ฉันไม่รู้ว่ากว่าที่พวกเขาจะมีวันนี้ พวกเขาเจอกับอะไรมาบ้าง เขาต้องต่อสู้และเขารู้สึกแย่แค่ไหน​ 

ฉะนั้นการเจอปัญหาชีวิตมันเป็นเรื่องปกติ บางครั้งจิตใจด้านมืดของเราก็มันจะทำให้เราไขว้เขวกับเป้าหมายของเราเอง โดยการเอาตัวเราไปเปรียบเทียบกับใครหลายคน เพราะฉะนั้นในวันที่โหดร้ายหรือวันที่กำลังรู้สึกแย่ เราอาจจะต้องใจดีกับตัวเองบ้างเพื่อไม่ให้ตัวเองอ่อนแอจนเกินไป


SHARE
Written in this book
My diary stories
ชีวิตบ้าๆบอๆในแต่ละวัน​ เหงาบ้าง​ เศร้าบ้าง​ ดราม่าบ้าง​ ตามอารมณ์​
Writer
Rhythmlyn
Independence
เขียนเมื่ออยากเขียน

Comments