𝐀𝐋𝐖𝐀𝐘
Notion Info.

0.56.01.78



      เวลาที่เปิดมือถือขึ้นมา มักจะจมอยู่ที่เดิม เจอแต่อะไรเดิมๆ ทั้งที่มันบอกว่า 'ใหม่' ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ที่มองอะไรมันก็ดูน่าเบื่อไปหมด ในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆ อัพรูปลงอินสตราแกรม อัพแคปชั่นทวิตเตอร์ และ ลงโมเม้นท์ในเฟสบุ๊ก ผมทำแค่เพียงไถเลื่อนขึ้นๆ ลงๆ จนหน้าจอจะแตกหมดแล้ว

ที่ที่ผมมักจะเข้าไปมากที่สุด คงจะเป็นอินสตราแกรม มันดูเป็นสถานที่ที่เราสามารถปิด Private ได้ และรวมถึงการทำให้อะไรหลายๆ อย่าง ในชีวิตดูมีสีสัน การคุมโทนแอคเคาท์ หรือการติดตามศิลปินที่ชื่นชอบ จริงๆ ผมก็มีบ้างแหละ ที่เลื่อนไปเลื่อนมาก็นั่งยิ้มคนเดียวเหมือนคนบ้า แต่พอปิดหน้าจอลง 

...ก็กลับมาเหมือนเดิม

มันเหมือนมีเพียงแค่ผมคนเดียวที่อยู่ที่นี่ คิดว่างั้นไหม มองไปทางไหนก็มีแต่อะไรน่าเบื่อ มันเหมือนผมหมดแพสชั่นในการหาอะไรมาทำให้ตัวเองสนุกมีความสุข หรือ เบื่อ เฉยๆ นั่นแหละมั้ง

มันไร้ทางไปต่อจริงๆ นานๆ ทีจะหาอะไรมาทำให้ตัวเองรู้สึกว่าโลกมันก็มีที่ที่น่าอยู่เหมือนกัน หรืออาจจะเป็นความสุขบนโลกออนไลน์เพียงชั่วคราว ผมมีโอกาสออกไปเที่ยวไม่บ่อยนักเพราะโปรเจ็คท์งานที่ติดพันจนกองเป็นภูเขา ที่ทำลายไปหนึ่งวัน เช้าถัดมาก็งอกขึ้นมาใหม่อีก

นั่นสิ ผมควรจะหาเวลาเที่ยวให้ตัวเองบ้าง ไม่ใช่มามองดูคนอื่นเที่ยว มิน่าถึงรู้สึกว่าอะไรมันดูหม่นหมองไปหมด 

แต่มันก็ทำไม่ได้สักที 

วันนี้ผมยังคงนั่งเลื่อนดูอินสตราแกรมอยู่ ก็มีวางโทรศัพท์ไปนั่งจ่อหน้าทีวีในห้องนั่งเล่นบ้าง  แต่ไม่นาน ก็กลับขึ้นห้องมานอนไถทวิตเตอร์ต่ออีก 

มันเรียกว่าโรคติดโซเชียลอะไรสักอย่างรึเปล่านะ
บางทีผมก็อยากวางไอ้เครื่องสี่เหลี่ยมนี่ให้ได้สักชั่วโมงเหมือนกัน ไม่รู้สิ เหมือนขาดมันไม่ได้ เวลาออกไปข้างนอกก็ต้องมีสองอย่างนี่ติดตัวตลอดเพื่อหลีกเลี่ยงการสนทนาที่ไม่จำเป็น อย่าง แอร์พอด กับโทรศัพท์ สองอย่างนี้มันมาคู่กันจริงๆ ว่ะ

แต่ยิ่งเล่นยิ่งติด ยิ่งไม่มีเวลา ผมก็รู้สึกเหมือนโดดเดี่ยวขึ้นทุกวัน มากกว่าจะมีเพื่อนจริงๆ ในชีวิต ผมเป็นคนที่มีเพื่อนในโลกออนไลน์เยอะนะ แต่เพื่อนในชีวิตจริง ก็แทบไม่ทักทายกันด้วยซ้ำตอนขึ้นลิฟท์ หรือแม้แต่ยืนอยู่ด้วยกันนานเป็นชั่วโมง ก็ไม่มีใครเปิดบทสนทนาขึ้นมา

รู้จักกันไม่ดีพอนั่นแหละ
จะให้ฝืนหาเรื่องฝนฟ้าอากาศหมาแมวไก่กามาพูดกัน ก็ดูจะฝืนธรรมชาติไปหน่อย

เคยลองซ่อนโทรศัพท์ไว้ใต้เบาะโซฟา เพราะแน่ใจแล้วว่าวันนั้นไม่มีใครติดต่อมาแล้วแน่ๆ ผ่านไปเกือบสี่สิบกว่านาที ผมเริ่มขาสั่นอ่ะครับ คือ ความรู้สึกมันเหมือนมีอะไรขาดหายไป เคยถึงขั้นเดินไปหยิบแอร์พอดมาจะฟังเพลง แต่จำได้ว่ากำลังห้ามไม่ให้ตัวเองแตะโทรศัพท์อยู่

มันก็ทำสำเร็จนั่นแหละ เรื่องไม่เล่นโซเชียลนานชั่วโมงกว่าๆ แต่อาการคือควรหาหมอได้แล้วอ่ะ อย่างแรกเลยครับ ขาสั่น มือสั่น อยู่ไม่สุข อะไรๆ มันดูแปลก แต่น่าเบื่อไปหมด กระวนกระวายว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เผื่อมีอะไรสำคัญ นัดประชุมงาน อะไรพวกนี้

ดูมันสิ 

สุดท้ายก็วิ่งไปหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเปิดอย่างไว สิ่งที่เห็นทำให้ผมไม่สามารถวางมันลงได้อีกรอบของวัน ข้อความจากรุ่นพี่ โน่นนี่นั่น สายโทรเข้า นี่บานเลยครับ ทุกสิ่งอย่างเป็นงานล้วนๆ

แต่สุดท้ายก็ลองปล่อยวางสิ่งที่อยู่หลังหน้าจอพวกนั้น ช่วงนี้ผมมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น เรียกได้ว่าเคลียร์ทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว จนมีเวลาให้ตัวเองเนี่ยแหละ สุดท้ายก็ยังไม่จัดทริปเที่ยวให้ตัวเองสักที เพราะเป็นมือใหม่เรื่องเที่ยวที่ไกลๆ

ในชีวิตจริง ผมเป็นพวกมนุษย์สัมพันธ์ค่อนไปทางแย่นิดหน่อย ผมคุยไม่เก่ง แต่ก็มีเพื่อนบ้างน้อยๆ อยากชวนคนอื่นๆ ในงานเดียวกันไปเที่ยวด้วย แต่ก็เกรงใจเขา อีกอย่างถ้าผมเป็นหัวนำเที่ยว ทริปไม่กร่อยก็ล่มไม่เป็นท่า

สุดท้ายก็ลงเอยที่การคิดว่าจะออกไปเที่ยวคนเดียวอยู่ดี หยุดยาวเป็นเดือนผมคิดว่าจะไปเที่ยวแถวกรินเดลวัลด์ เห็นเขาว่าอากาศดีและใกล้ชิดธรรมชาติพอสมควร มันอาจจะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของผมออกจากโทรศัพท์ได้บ้าง 

มันเป็นปัญหานะ บางทีการไม่รับรู้อะไรก็อาจจะทำให้ผมหายเครียดลงได้บ้าง พอกลับไปทำงานจะได้ไม่ต้องมากระวนกระวายทำงานติดๆ ขัดๆ อีก 

เกี่ยวกับสถานที่ที่ผมจะไป ผมคิดดีแล้วว่าภาษาตัวเองพร้อม เงินพร้อม ของพร้อม อะไรพร้อมหมด ยกเว้นความมั่นใจ แต่มันคงไม่แย่นักหรอกถ้ามีคนเดินผ่านแล้วยิ้มยิงฟันให้ หรือใครสักคนที่ยืนอยู่ข้างๆ คุณ อยู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมาว่า "เมืองนี้สวยนะ คุณคิดเหมือนกันไหม?" สมองของผมอาจจะหมุนไปมาเพื่อหาคำพูดตอบรับคนข้างๆ นานหน่อย

หรือ พยักหน้ารับแล้วยิ้ม ตามสไตล์

การติดโซเชียลนานๆ ไม่ดีหรอกนะครับ ถ้าไม่จำเป็น ทุกวันนี้ผมกำลังเป็นบ้าเป็นหลังเพราะมันนี่แหละ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรดีเลย เล่นให้พอดี แล้วหาเวลาให้ตัวเองบ้างดีกว่า ผมแนะนำคนที่เป็นแบบเดียวกันได้ไม่ดีเท่าไรหรอก 

ถ้าผมทำแบบนั้นมันคงจะดูน่าขำ 
ที่ทำได้ก็แค่หาอะไรแทนกันไปพลางๆ ถอนหญ้าที่สนามหน้าบ้าน นับดาวตอนเย็น อ่านนวนิยายฆ่าเวลาจนหลับแล้วตื่นในเช้าวันถัดมา 

ก็คงแค่นั้น

นี่ผมพูดอะไรเนี่ย?


SHARE
Writer
dontcallme
d e a ?
“Never can true reconcilement grow where wounds of deadly hate have pierced so deep...”

Comments

apanatt
4 months ago
เราเคยเป็นคนนึงที่ติดโซเชียลมากพอสมควร เราอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์มากกว่าทางบนท้องถนนที่กำลังเดินอยู่ซะอีก

จนวันที่ฉันอกหัก ฉันไม่อยากหยิบอะไรขึ้นมาดูทั้งนั้น ฉันเดินเปิดเพลงฟัง ถึงรู้ว่าสิ่งรอบข้างมีอะไรน่าสนใจอีกมากมาย หลังจากนั้นจนถึงวันนี้ ฉันไม่ใช่คนติดโซเชียลอีกแล้ว และพบว่ามีเรื่องราวๆมากมายเกิดขึ้น(จริง) ไม่ใช่แค่ในจอ
Reply
dontcallme
4 months ago
มีอะไรน่าสนใจมากกว่าสิ่งที่อยู่ในจอ ใช่ครับ ผมกำลังเริ่มต้นที่จะเลิกเล่นโซเชียลบ่อยๆ เหมือนกัน ฝั่งคุณก็สู้ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม :-)