1 The Choice Is Yours   ทางเลือกเป็นของคุณ (ตอน 1/2)
โลกนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่จะมาบอกว่าคุณเป็นใคร ต้องทำหรือไม่ทำอะไร 
โดยที่พวกเขาเองก็ยังสะเปะสะปะในความสับสน ความกลัว และมองหาความเชื่อรวมหมู่เพื่อให้จิตใจมีสิ่งยึดเหนี่ยว

ช่วงเวลาอันแสนสั้นที่เรียกว่าชีวิตนั้น คุณจะแสดงตัวหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการเลือกของคุณ

ชีวิตบีบให้เราต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยเรียนรู้จากครอบครัว วัฒนธรรมของสังคม คำสอนจากศาสนา เหตุการณ์ต่างๆ สิ่งที่เป็นที่ยอมรับ และไม่เป็นที่ยอมรับ ฯลฯ

เราต้องสร้างผลงาน ต้องทำตัวให้ดี เพื่อให้เข้ากับสังคม เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของคนอื่น และเจริญก้าวหน้า

ทุกสังคมล้วนอวดอ้างความดีของประเพณี วัฒนธรรม ค่านิยม  ศาสนา ฯลฯ ของตน
สิ่งเหล่านี้มาพร้อมอำนาจที่จะลงโทษผู้ใดก็ตามที่ฝ่าฝืน
เราจึงมักตกเป็นผู้ถูกกระทำโดยสภาพแวดล้อม ด้วยความจำเป็นต้องทำตัวให้เข้ากับสังคม ต้องเป็นที่ยอมรับ และไม่ให้ตัวเองเดือดร้อน

เราต้องรับเอาอคติของครอบครัวและเผ่าพันธ์ของเรา เราต่อต้านค่านิยมของคนเผ่าอื่น  และยึดติดกับสิ่งที่ครอบครัวหรือเผ่าพันธุ์เราสอนไว้

หลายสิบปีที่ผ่านมา ความเชื่อที่ตกทอดมาจากอดีตหลายอย่างถูกทำลายลง ไม่ว่าจะข้อบังคับทางศาสนา ประเพณีต่างๆ   เรารู้แล้วว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงการประดิษฐ์ขึ้นของเผ่าพันธ์เราเท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจเหนือเผ่าพันธ์อื่น

แต่เมื่อเรามีไอเดียอะไรที่แตกต่างไป พลังบางอย่างในตัวก็จะต่อต้านมัน เพราะอีโกของเราเปราะบางยิ่งนัก และชอบความชัดเจน เชื่อฟังอำนาจและการควบคุมจากภายนอก ไม่ว่าจะต้องสูญเสียอะไรไป

การบอกว่า เรามีทางเลือกนั้น เป็นคำกล่าวที่น่ากังขา
สิ่งที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของเรามีพลังมากกว่าที่คาดคิดอย่างมาก

ไม่ว่าจะอย่างไร เรายังมองโลกผ่านเลนที่บิดเบี้ยว เรายังตัดสินใจโดยดูจากสิ่งที่เราเห็นผ่านเลนนั้นเท่านั้น  ไม่ได้เห็นสิ่งอื่นที่อยู่นอกเหนือจากนั้น

ยิ่งเราตระหนักรู้มากขึ้น เราจะยิ่งตระหนักถึงอิทธิพลของจิตใต้สำนึกที่ส่งผลต่อการเลือกของเราในแต่ละวัน   เราทำอะไรไปตามกำหนดของพลังอำนาจนี้

ลองถามตัวเองว่า
ทำไมเราถึงตัดสินใจเรื่องสำคัญในชีวิตในแบบนั้น 
ทำไมเราถึงหลงใหลคนแบบนั้น
ทำไมเรายังทำอะไรตามรูปแบบเดิมๆ ที่เรียนรู้มาจากครอบครัว 

คำถามเหล่านี้ทำให้เราไม่สบายใจอย่างมาก แต่ถ้าเราไม่ถาม เราก็จะอยู่ในบงการของอำนาจบางอย่างในตัวเรา

การเผชิญหน้ากับคำถามที่ว่า เรามีทางเลือกจริงหรือไม่นั้น ดูน่ากลัวอย่างยิ่ง แต่นี่เป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้เรารู้ตัวมากขึ้น

คาร์ล ยุงบอกว่า สิ่งภายในตัวเราที่ถูกปฏิเสธ มักจะปรากฎสู่ภายนอกเป็นชะตากรรมของเรา
คำกล่าวนี้ หลอกหลอนเราอย่างมาก

(อ่านต่อ ตอน 2) 
 

SHARE

Comments