ฉันอยากร้องไห้อีกแล้ว
ฉันอยากร้องไห้อีกแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะร้องไห้กับเรื่องอะไรดีความรู้สึกของคนเรามันหมุนเป็นวงกลมหรือยังไงกัน
ถึงแม้จะดีใจอยู่หรอก ว่าผ่านพ้นความรู้สึกบางช่วงไปได้แล้ว 
แต่สุดท้ายก็วกกลับมาหากันอยู่ดี 
คิดถึงกันมากนักหรือไง
ปล่อยให้ฉันโล่งใจได้แปปหนึ่ง
แต่พอถึงเวลา ก็ทำท่าสบายใจแล้วเดินเข้ามาหาฉันอยู่ดี
หึ 
ถึงเราจะเจอกันบ่อย แต่ก็ไม่ได้แปลว่า ฉันจะรับมือกับเธอได้ดีทุกครั้งหรอกนะ
จะโทษว่าเป็นเพราะฉันเอง ที่ไม่ได้สนใจก็ได้ 
หรือบางทีฉันเองก็อาจจะหลงลืมไปบ้าง
ว่าเวลาเจอกัน ควรจะทำตัวยังไงดี
เพื่อที่เราจะได้จากกันด้วยดี
หรือไม่ก็จากกันเร็วขึ้นอีกหน่อย 
ความรู้สึกของฉันตอนนี้มันแบบ
โล่งเป็นบ้าเลย ดูเหมือนจะดีนะ
แต่ดันโล่งไปในทางลบนี่สิ เธอเข้าใจฉันมั้ย
ฉันอยากร้องไห้ ฉันอยากร้องไห้อีกแล้ว 
แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าจะร้องไห้ให้กับเรื่องอะไรดี
ฉันพยายามหาเรื่องมาทำให้ร้องไห้แล้วนะ 
แบบอย่างเรื่องเรียน ก็มีงานมากมายที่ต้องทยอยทำให้เสร็จ พอทำงานเสร็จก็คงใกล้ช่วงสอบพอดี
แล้วก็ต้องหาเวลาให้สิ่งที่อยากทำอีก
เฮ้อ
แต่ฉันก็รู้แหละ ว่ามันเป็นเพียงความกังวล
ดังนั้นฉันเลยยังไม่ร้องไห้
พอเป็นเรื่องความรักที่เพิ่งจะมีกับเขาบ้างละ
จริง ๆ ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนักหรอก
ก็แค่ชอบผู้ชายคนหนึ่งเฉย ๆ 
มีทักไปหาเขาบ้างนะ 
แต่เขาก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้างแหละ
ฉันก็เข้าใจดี เพราะเขาเองก็คงไม่ได้สนใจอะไรฉันเท่าไร
เลยลองจินตนาการบนเตียงเล่น ๆ ว่า
ถ้าเขามาบอกปฏิเสธกับฉันตรง ๆ ล่ะก็
อาจจะร้องไห้ก็ได้มั้ง (ถ้าเกิดขึ้นจริงน่ะนะ)
แต่ตัวฉันที่นอนคิดอยู่ตอนนี้ก็ยังไม่ร้องไห้อยู่ดี
ฉันถามเพื่อนว่า 'มีอะไรที่ดูแล้วร้องไห้มั้ย'
ตามหลักแล้วฉันควรจะร้องไห้หนักมากกับการ์ตูนที่เพื่อนแนะนำสิ
เพราะเป็นการ์ตูนที่เกี่ยวกับสองพี่น้องในช่วงสงครามญี่ปุ่น
แล้วทั้ง ๆ ที่ฉันอินกับการ์ตูนง่ายมาก ๆ แท้ ๆ
แต่ฉันยังไม่รู้สึกว่าร้องไห้เลย
ถึงความจริง น้ำตาฉันไหลออกมาบ้างแล้วก็ตาม

พอลองเปิดดูโทรศัพท์ ก็เจอเหตุการณ์ที่...
ทำให้คำถามผุดขึ้นมามากมายในหัว
ทำไมสภาพสังคมมันแย่จังเลยนะ
ทำไมคนเราถึงน่ากลัวกันขึ้นทุกวันเลยนะ
รู้สึกหดหู่จังเลยนะ

พอแล้ว
ฉันพยายามหยุดคิด หยุดดูเรื่องราวในโลกความจริงที่ว่า
ขณะที่นอนราบอยู่บนเตียงสีเข้ม ๆ นี้ ก็มองไปยังเพดานสีขาว 
เพดานสีขาวในห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ได้มีขนาดกว้างมากนัก
แต่กลับสบายใจไม่น้อยเลยเหมือนกันที่ได้นอนมองมันอยู่แบบนี้
เฮ้อ ฉันยังคงไม่ร้องไห้
ฉันหันไปดูรอบกาย พิจารณาสถานการณ์ต่าง ๆ รอบตัวในตอนนี้ ว่าเป็นยังไงบ้าง
จริง ๆ คือก็ไม่ได้มีอะไรแย่นะ ทุกอย่างก็แค่กำลังดำเนินไปเรื่อย ๆ ในแบบของมัน พระอาทิตย์ขึ้นแล้วก็ตก ฉันยังต้องไปเรียน เดินไปรถไฟฟ้า กินข้าวซื้อน้ำ บังเอิญเดินผ่านคนที่ชอบ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แต่ยิ้มมากสุดก็ยังคงเป็นตอนที่คุยโทรศัพท์กับที่บ้านอยู่ดี พอเรียนเสร็จก็กลับห้อง กินข้าว อาบน้ำ และเข้านอน แต่ก็นะ
อย่างบางเรื่องของเมื่อวานที่เกิดขึ้นเนี่ย มันเกิดขึ้นเพราะมันต้องเกิด
หรืออย่างบางเรื่องของเมื่อวานที่เกิดขึ้นเนี่ย มันเกิดขึ้นก็เพราะฉันเลือกที่จะทำมันเอง
ไม่ว่าฉันจะคิดน้อย หรือคิดมาก แต่ก็เหมือนว่าฉันจะเลือกได้แหะ
พลางทำให้นึกถึงบทความที่เคยเขียนไว้เลย
เราว่าทุกอย่างมันคงไม่ได้ถูกกำหนดไว้หมดแล้วสักทีเดียวหรอก
คงเป็นเราเองละมั้ง ที่เป็นเหตุผลให้ทุกอย่างมันเกิดขึ้นมา
ไม่ว่าจะเป็นเราในอดีต เราในปัจจุบัน หรือเราในอนาคต
อาจจะมีบ้างที่ผลลัพธ์ไม่ถูกใจเรา แต่มันคงไม่สำคัญเท่ากับว่ามันสอนอะไรเราบ้างต่างหาก

ถึงจะเป็นบทความที่ฉันเขียนไว้เมื่อปีที่แล้ว แต่ฉันก็รู้สึกว่ามันยังคงจริงกับฉันตอนนี้อยู่ดี
กลับมาเรื่อง ฉันอยากร้องไห้กันดีกว่า
อืม
อาจสงสัยกันว่า 'ทำไมฉันถึงอยากร้องไห้' ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจเป็นเพราะมันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นบ่อยแบบที่บอกนั่นแหละ ฉันเลยไม่ค่อยตั้งคำถามนี้ขึ้นมาสักเท่าไร ถ้าเอาจริง ๆ ก็คงเพราะ ตอบมันไม่ได้เหมือนกันละมั้ง
จริง ๆ ฉันก็แอบคิดอยู่นะว่า ที่ฉันอยากร้องไห้อาจเป็นเพราะ น้ำตามันอาจจะกำลังวิ่งเล่นไปทั่วร่างของฉันก็ได้ แต่สงสัยคงจะวิ่งกันสนุกกันไปหน่อย ฉันก็เลยเริ่มรู้สึกอึดอัดหน่อย ๆ และอยากระบายออกแล้ว 
แต่ในเมื่อพยายามลองหาอะไรกระตุ้นแล้ว ยังไม่เป็นผล ก็คงต้องรอวันที่น้ำตาอยากออกมาเองสินะ
อืม แต่ถ้าได้ร้องไห้หนัก ๆ นี่
คงตัวเบาขึ้นเยอะเลย
อยากร้องไห้จัง.





SHARE

Comments