ROSES

I'll be your daydream

I'll wear your favorite things

We could be beautiful

Get drunk on the good life

I'll take you to paradise

Say you'll never let me go

ผมกำลังนั่งมองริมฝีปากของเชสขยับพูด ปากรูปกระจับหยักสวย ริมฝีปากบนเชิดขึ้นเล็กน้อยดูดื้อรั้นแต่ก็เซ็กซี่ดี--เชสเป็นคนที่ปากสวย ผมคิดแบบนั้นตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน

"ธัช...ธัช...ฟังกูพูดอยู่เปล่าเนี่ย"

เสียงหวานติดแหบเล็กน้อยเรียกชื่อผม ปลุกให้ตื่นจากภวังค์ความคิด ผมกระพริบตาสองสามครั้งก่อนจะตอบเขา

"ฟัง ฟังดิ"

ตากลมสีคาราเมลเพ่งมองผม--ให้ตาย ผมชอบดวงตาคู่นั้นด้วย มันลุกวาววามเหมือนเปลวไฟกองย่อมๆ เมื่อเจ้าตัวโกรธ หวานเชื่อมเหมือนหยดน้ำผึ้งเมื่อเขาอารมณ์ดี

ผมชอบเวลาที่เขามองผม

"โกหก"

เขาว่าอย่างนั้น และผมเถียงอะไรไม่ได้ก็เลยฉีกยิ้มให้ไปแทนคำตอบ นั่นยิ่งทำให้เขาดูหงุดหงิดหนักกว่าเดิม แม้กระทั่งตอนเขาทำหน้าหงุดหงิดผมก็ยังว่ามันดูน่ารักดี

"ขอโทษครับ ไม่ได้ตั้งใจจะไม่ฟังนะ"

ผมดึงเขาเข้ามาไว้ในอ้อมแขน กอดเขาไว้หลวมๆ แอบอิงพิงกันบนโซฟากำมะหยี่หนานุ่มเขาสบถคำหยาบอยู่สองสามคำแต่ก็ยอมให้ผมกอดแต่โดยดี

"ไหน พูดอีกครั้งได้ไหมคนดี"

ดวงตาสีอ่อนตวัดช้อนขึ้นมอง ปากสวยนั่นย่นยู่ พวงแก้มก็ดูกลม--เห็นแล้วนึกถึงตัวการ์ตูนอันปังแมน

"ไม่พูดแล้ว ลืม"

เสียงของเขาแผ่วเบา หัวยังเอนซบกับอกผม มือเย็นเฉียบกำลังสอดประสานเข้ากับมือของผม เชสชอบสัมผัสตัวผมเสมอ เขามีความสุขที่ได้ทิ้งร่องรอยของเขาไว้บนตัวผม ทั้งกลิ่นน้ำหอมอ่อนจาง ทั้งรอยกัด หรือรอยจูบ

"ขี้งอนจัง"

ดื้อรั้นเอาแต่ใจ แต่ก็ไม่ยอมหนีไปไหน

"เปล่าซะหน่อย"

เขาติดผมเหมือนแมวเสพติดแคทนิป ร่างเพรียวเบียดซุกเข้ามาในอ้อมกอด ราวกับว่าพื้นที่นอกเหนือนั่นเหน็บหนาวเกินไปสำหรับเขา

เสียงงึมงำจากละครน้ำเน่าดังแว่วมาจากทีวี เราไม่ได้สนใจมันขนาดนั้นหรอก ก็แค่เปิดเอาไว้ให้ห้องไม่เงียบจนเกินไปนัก เชสทอดสายตามองหน้าจอ แต่ดูเหมือนจิตใจเขาล่องลอยไปไกลถึงไหนต่อไหน

"พวกที่ม.น่ะ" ปากสวยสีชมพูเริ่มขยับอีกครั้ง "ห่วยแตกทั้งหมดเลย" บาดแผลแห่งความเหงาพาดผ่านในดวงตา เขาดูเดียวดายเหลือเกิน ราวกับว่าอยู่ตัวคนเดียวในโลก

"อืม"

ผมเลยต้องกอดเขาให้แน่นขึ้นไปอีก ถือโอกาสสูดกลิ่นสบู่หอมสะอาดจากซอกคอ อดไม่ได้จะกัดเบาๆ ไปหนึ่งที เขาส่งเสียงครางต่ำในลำคอ คล้ายจะปรามแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธจริงจังนัก

"ธัช"

ความเศร้านั่นซึมผ่านออกมาในน้ำเสียง เขากำลังจะจมลงไปในห้วงสีฟ้านั่นอีกแล้ว

"หืม? "

เปราะบาง ใกล้บุบสลาย ราวกับว่าเพียงแค่แตะเบาๆ ก็พังทลายลงได้ เขาหลุบสายตาลง วนปลายนิ้วไปมาบนฝ่ามือของผม

"แม่กูแต่งงานใหม่แล้ว" น้ำเสียงเขาเรียบเฉยเหมือนกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ "คืนนี้นอนคนเดียวไม่ได้จริงๆ ว่ะ" ดวงตาคู่นั้นดูว่างเปล่าและร้าวราน

"งั้นก็อยู่กับกู" ผมหยักศกสีเข้มกรุ่นกลิ่นหอมอ่อนๆ "มึงอยู่ที่นี่ได้เท่าที่มึงต้องการเลย...มึงรู้ใช่ไหม" มันเป็นกลิ่นเดียวกันกับแชมพูที่ผมใช้

"อืม" ดวงตาสีอ่อนตวัดช้อนมอง "ธัช" ดูออดอ้อนโหยหา ผมรู้ดีว่าเขาต้องการอะไร หลุมดำในใจเขากำลังขยายใหญ่จนเกินกว่าเขาจะรับไหว

เพราะแบบนั้นเขาถึงมาหาผมที่นี่

"ว่า? "

เขายึดชายเสื้อของผมเอาไว้ เหมือนคนใกล้จมน้ำที่ไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยว

"จูบหน่อย"

ผมคือที่หลบภัยของเขา

"อืม"

ก็เหมือนทุกครั้งที่เขาร้องขอ ไม่ว่าเรื่องอะไรผมก็อยากทำให้เขา--ริมฝีปากของเขานุ่ม เจือด้วยรสชาติของลูกอมรสมินต์ มันเย็นซ่านและเผ็ดติดปลายลิ้น เชสจูบผมเหมือนคนกระหายน้ำ เขาต้องการความรัก ต้องการอย่างมากเพื่อถมให้มันเต็ม

และผมไม่รู้ว่าความรักที่ผมให้เขา

มันจะมากพอไหมที่จะเติมเต็มส่วนที่เขาขาดไป

"ธัช"

"อือ"

ผมครางรับในลำคอ จูบของเราไม่หยุดที่ริมฝีปาก ผิวเนียนละเอียดของเขากำลังมอมเมาผม เสียงหอบหายใจของเขาก็ด้วย จุดสีน่ารักบนต้นคอดึงดูดให้ผมจูบย้ำมันอีกครั้ง

"มึงจะไม่ทิ้งกูไปไหนใช่ไหม"

เหมือนกำลังอ้อนวอนมากกว่าต้องการคำตอบ

อย่าทิ้งกูไปอีกคนได้ไหม

สายตาเขาบอกผมว่าอย่างนั้น

"จะอยู่ตรงนี้เท่าที่มึงต้องการเลย"

ท่ามกลางแสงสีส้มสลัวรางของโคมไฟในห้อง สีน้ำตาลในดวงตาก็ถูกกลืนไปกับแสง ดูคล้ายว่ากลายเป็นสีทอง ผิวขาวดูนวลตากว่าทุกที รอยแผลเป็นมากมายที่เขาเคยซ่อนไว้ใต้เสื้อผ้าหนาหนักปรากฏแก่สายตา--ผมประทับจูบแผ่วเบาบนร่องรอยเหล่านั้น ทั้งรอยช้ำบนต้นคอ ต้นแขน หรือรอยเย็บนูนบนสีข้าง รอยถลอกบนหน้าท้อง

"อือ..." เขาลากเสียงยาว--ฟังดูเหมือนเสียงแมวกรน "เป็นเพื่อนที่ดีจัง" ดวงดาวคู่หนึ่งเปล่งประกายวิบวับในทะเลสีน้ำตาลนั่น

ถนัดนักล่ะเรื่องเล่นกับใจผมน่ะ

"อย่างแรกเลยนะ มึงเลิกพูดคำว่าเพื่อนก่อนเลยไอ้เหี้ย"

เชสต้องการความรัก...แต่ไม่พร้อมจะโดนสวมปลอกคอ เขารักอิสระเกินกว่าจะหยุดอยู่ที่ใครสักคน

"อ๋าา อ่อนไหวจังครับคุณธัช"

หน้ากากเด็กเนิร์ดหน้าห้องถูกยกมาสวมใส่อีกครั้ง มีเพียงประกายไฟในแววตาเท่านั้นที่ทำให้รู้ว่าเชสก็ยังเป็นเชส

"ปากดีนักนะมึงน่ะ"

เป็นผู้ชายคนนั้นที่น่าหลงใหลไปทุกอย่าง

เป็นเขาวงกตที่ผมไม่อยากหาทางออก--ปล่อยวางไม่ได้ในเรื่องของเขา ดิ้นเร่าวิ่งวนไปมาในอุ้งมือเล็กๆ นั่น

"อย่างอื่นก็ดีด้วยนะ ไม่รู้เหรอ"

เขากระซิบบอก เผยรอยยิ้มของผู้เหนือกว่า

"อืม ยั่วเก่ง"

"แน่นอนสิ"

วินาทีที่เขาพูดพร้อมกัดริมฝีปากล่างพร้อมทั้งมองผมด้วยสายตาแบบนั้น เส้นด้ายความอดทนก็ขาดสะบั้นลงทันที



ธัชกำลังหลับ ซ่อนนัยตาไว้ภายใต้เปลือกตาสีอ่อน แพขนตายาวก่อเกิดเป็นเงาจางๆ บนแก้ม แสงนีออนเรื่อเรืองจากนอกหน้าต่างทาบทับลงบนใบหน้าอันไร้ที่ติของเขา--ผมเผลอเอื้อมมือไปสัมผัสมันเบาๆ ทั้งจมูกโด่งรั้น ปากบางสวย สันกราม หรือปลายติ่งหู ตุ้มหูราคาแพงสองสามอันที่เขาใส่อยู่ดูเข้ากับเขาดี

ธัชเหมือนหลุดออกมาจากความฝัน

เหมือนงานศิลปะที่มีชีวิต--งดงาม และดูสูงเกินเอื้อม

"จะลักหลับกูเหรอ? "

สัมผัสของผมคงทำให้เขารู้สึกตัวตื่น เขามีดวงตากลมโต ดูหวานซึ้ง มองแล้วพานให้นึกถึงนัยตากวางป่าอย่างที่บทกวีน้ำเน่าเคยพรรณาไว้

"เปล่านี่"

ผมปฏิเสธแต่สายตายังจับจ้องอยู่ที่เขา ไล่มองตามเส้นเลือดนูนสีจางบนต้นคอ กล้ามเนื้อหน้าอก ต้นแขน ระเรื่อยมาถึงหน้าท้อง

อือ...ร่างกายธัชดึงดูดสายตาผมเสมอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน นั่นอาจเป็นเหตุผลให้ผมเลือกจะแวะมาที่ห้องเขาในวันนั้น

"ว้า น่าเสียดาย"

เวลาเขายิ้มใบหน้าหล่อเหลานั้นก็คล้ายว่าจะดูหวานขึ้น ธัชดึงผมไปจูบอีกครั้ง จูบของเขาอ่อนโยนเหมือนเคย--ดีเกินกว่าจะเป็นแค่คู่นอน

"เชส..." เขากระซิบ "รักกูบ้างไม่ได้เหรอ" คำขอร้องนั่นตอกย้ำว่าผมกำลังใจร้ายกับเขาแค่ไหน

"อย่าถามคำถามนั้นเลยธัช"

ผมไม่เคยอยากเป็นคนใจร้าย...แต่ผมลืมไปแล้วจริงๆ ว่าการรักใครสักคนควรเป็นยังไง



เชสหายไปจากห้องผมในวันต่อมา ไม่มีคำบอกลาใดๆ ทั้งนั้น เหมือนเขาเป็นเพียงภาพมายาที่ไม่เคยมีอยู่จริงมาตั้งแต่แรก เหมือนเรื่องระหว่างเราไม่เคยเกิดขึ้น

เราก็ยังเป็นคนแปลกหน้าต่อกันตอนอยู่ที่มหาลัย เป็นเด็กเนิร์ดใส่แว่นหนานั่งหน้าห้องและเดือนคณะสุดฮอตที่ควงสาวไม่ซ้ำหน้ากันสักวัน

ไม่มีคำทักทาย

ไม่มีบทสนทนา

แต่มีดอกกุหลาบพร้อมกับการ์ดใบหนึ่งวางไว้หน้าห้องในวันวาเลนไทน์ ถึงแม้ไม่เขียนชื่อแต่ผมจำลายมือเป็นระเบียบนั่นได้

'เห็นดอกกุหลาบแล้วนึกถึงมึง เห็นเคยบอกว่าชอบ'

สั้นๆ เพียงแค่นั้นแต่กลับสั่นไหวหัวใจผมจนแทบทนไม่ไหว ความเป็นเขามีอิทธิพลต่อผมถึงขนาดนั้น--กุหลาบแดงนั่นสวยเย้ายวน ชวนให้คว้าไว้ในมือ ทว่าเมื่อไรที่เผลอไปแตะเข้า หนามแหลมนั่นจะทิ่มแทงจนเจ็บแสบ

เขาเป็นกุหลาบที่พร้อมด้วยหนามแหลม

และผมไม่ควรรักเขาตั้งแต่แรก

SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นขยันเขียน
รวมมเรื่องสั้นของเก๊าเอง จับฉ่ายกันไปเลย 55
Writer
Sunflower38
Beginner
เจิดจ้า แจ่มใส ให้เหมือนทานตะวัน :) TW : Chirwa_Sunshine Joylada : Sunflower38, สนธยา2738

Comments